Biznews

เปิด 5 อันดับความกังวลสูงสุดของคนไทย  พร้อมค่าใช้จ่ายที่เป็นภาระสูงสุด 3 อันดับแรก

คนไทยคาด ชีวิตมีความหวัง  คิดว่า 6 เดือนข้างหน้าจะมีแนวโน้มดีขึ้น  ส่วนภาคธุรกิจ มีความจำเป็นในการขับเคลื่อนด้วย ESG   โดย 80% ของผู้บริโภคเห็นตรงกัน ยินดีซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบ แม้ราคาจะแพงกว่าก็ตาม

บริษัท อิปซอสส์  จำกัด  (Ipsos Ltd.)   ผู้นำระดับโลกด้านการวิจัยตลาดและสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภค ผู้ให้บริการงานวิจัยครบวงจร  โดย นางสาว อุษณา จันทร์กล่ำ (Usana Chantarklum)  กรรมการผู้จัดการ     ได้เปิดเผยถึงรายงานการ ศึกษาชุดพิเศษ  What Worries the World – What worries Thailand”  พร้อม 5 อันดับความกังวลสูงสุดของประชากรโลก และ ไทย  รวมถึงค่าใช้จ่าย 3 อันดับ ที่ส่งผลต่อการครองชีพ”

นางสาวอุษณา เปิดเผยว่า  “รายงานชุดนี้ ประกอบด้วยข้อมูลสำคัญ 3 ส่วน คือ ด้านสังคม (Societal Focus)   ด้านเศรษฐกิจ (Economic Focus) และ  การปรับใช้ ESG ในธุรกิจและประสบการณ์ของผู้บริโภค   (Embedding ESG in Experience)  จากผลสรุปพบว่า  พบว่า ภาวะเงินเฟ้อ เป็นความกังวลใจสูงสุดของประชากรโลกตลอด 15 เดือนที่ผ่านมา  ส่วนความกังวลใจด้านอื่นประกอบด้วย ความยากจนและความไม่เท่าเทียมในสังคม  / อาชญากรรม  / ความรุนแรง  และ การว่างงาน  สถานการณ์ด้านการเงิน-การเมือง-คอร์รัปชั่น    สำหรับประเทศไทย พบว่า ความกังวลอันดับหนึ่ง ได้แก่  ปัญหาทางด้านสังคมในเรื่องที่เกี่ยวกับการทุจริตทางการเงินหรือการเมือง  ส่วนปัญหาความยากจนและความไม่เท่าเทียมกัน และ ปัญหาเงินเฟ้อ-มาเป็นอันดับสอง และ สาม ตามลำดับ   โดยสิ่งที่ประชากรไทยกังวลว่าจะมีการปรับราคาขึ้นอีกในครึ่งปีหลัง คือ ภาระด้านสาธารณูปโภค และ น้ำมันเชื้อเพลิง กังวลสูงสุดในอัตราที่เท่ากัน คือ  65% และ ค่าใช้จ่ายด้านอาหาร ด้วยอัตรา 64%

ขณะที่ผู้คนในทุกประเทศเห็นพ้องต้องกันว่ารัฐบาลควรเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมกัน   โดยมีสัดส่วนตามกลุ่ม ดังนี้    บทบาทจากภาครัฐ-ระหว่างอัตราเฉลี่ยของโลกและไทยในสัดส่วน   66 : 65%   สื่อมวลชน  26 : 26%   กลุ่มพนักงานลูกจ้าง  25 : 16%    ระดับบุคคล  23 : 20%     ผู้ปกครองและครู  22 : 19%   องค์กรสนับสนุน   17 : 25%     ผู้นำทางศาสนา  11 : 11%   กลุ่มที่ประสบปัญหาความไม่เท่าเทียม  10 : 13%  คนไทย 39% รายงานว่า อาชญากรรมเพิ่มขึ้น และมีความรุนแรงมากขึ้นในชุมชนของตนเองและละแวกใกล้เคียง  โดย 44% ของคนไทย  มั่นใจว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดจริงจัง   สามารถหยุดความรุนแรง และ อาชญากรรมที่ไม่รุนแรงได้

สำหรับด้านเศรษฐกิจ จากการสำรวจพบว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงเป็นความกังวลอย่างต่อเนื่อง  แม้ว่าจะไม่ใช่ความกังวล-อันดับหนึ่ง    คนไทยมองโลกในแง่ร้ายต่อภาวะเศรษฐกิจ คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่พุ่งสูงขึ้นทั้งนี้  คนไทยส่วนใหญ่ประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศใน

ปัจจุบันว่า “แย่”  ถึง 57% ส่วน 72% ของคนไทยมองว่าประเทศกำลังถดถอย  เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของโลกในอัตรา 49%  โดยกังวลสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก ถึง 23%  ประชากรไทยคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในปี

ในแง่ของการครองชีพ  คนไทยคาดว่า ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค  น้ำมันเชื้อเพลิง และอาหารจะสูงขึ้น เป็นผลสะท้อนจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ  โดยค่าใช้จ่ายสูงสุด 3 อันดับ ที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในอีก 6 เดือนข้างหน้า  ดังนี้

65% เชื่อว่าค่าสาธารณูปโภคเพิ่มสุงขึ้น  เช่น แก๊ส ไฟฟ้า ฯลฯ  (เทียบกับ 71% ทั่วโลก)

65% ค่าเชื้อเพลิงในการขับขี่  เช่น ดีเซล น้ำมันเบนซิน/เบนซิน ฯลฯ (เทียบกับ 60% ทั่วโลก)

64% ค่าใช้จ่ายเพื่อการซื้ออาหาร (เทียบกับ 67% ทั่วโลก

การจับจ่ายในครัวเรือนอื่น ๆ รวมถึง ค่าใช้จ่ายในการเข้าสังคม โดยการสมัครสมาชิก จำนอง/เช่า อาจไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

สัดส่วนระหว่างความกังวลของประชากรโลก กับ ประชาชนคนไทย  ดัง่นี้

71 : 64   ค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหารของคุณ

68 : 65   ค่าใช้จ่ายของสาธารณูปโภค   เช่น ค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ฯลฯ

67 : 59   ค่าใช้จ่ายในการซื้อของในครัวเรือนอื่นๆ

60 : 65   ค่ารถ ค่าเชื้อเพลิง เช่น ดีเซล, เบนซิน / เบนซิน เป็นต้น.
54 : 39   ค่าใช้จ่ายโดยรวมเพื่อการสังสรรค์    เช่น. โรงภาพยนตร์ ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ผับคลับ

44 : 32   ค่าใช้จ่ายโดยรวมของสมาชิกภาพ ต่างๆ    เช่น  Netflix, สมาชิกโรงยิม ฯลฯ

42 : 34   จำนอง / ค่าเช่าของคุณ

พร้อมทั้ง เปิดเผยถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้ค่าครองชีพที่สูงขึ้น  ได้แก่

81% สถานะของเศรษฐกิจโลก (เทียบกับ 73% ทั่วโลก)

79% นโยบายของรัฐบาลในประเทศของฉัน (เทียบกับ 70% ทั่วโลก)

78% ระดับอัตราดอกเบี้ยในประเทศของฉัน (เทียบกับ 71% ทั่วโลก)  รวมถึง ปัจจัยอื่นๆ ได้แก่ การระบาดของ COVID-19  ผลกำไรที่มากเกินไป และความต้องการเพิ่มค่าจ้าง

73 : 81 %         สภาวะของเศรษฐกิจโลก

71 : 78 %            ระดับดอกเบี้ยในประเทศของฉัน

70 : 79 %            นโยบายของรัฐบาลแห่งชาติของฉัน

64 : 67 %      การรุกรานยูเครนของรัสเซียและผลที่ตามมา

63 : 74 %            ธุรกิจที่ทำกำไรมากเกินไป

56 : 75 %  การระบาดใหญ่ของโควิด-19

53 : 73 %            คนงานเรียกร้องค่าจ้างเพิ่มขึ้น                                                                                                              50 : 61 %            การย้ายถิ่นฐานในประเทศของฉัน

ถึงแม้จะเจอความท้าทาย แต่คนไทยก็ยังรู้สึกถึงการเติบโตในแง่ดี และ 2 ใน 3 ของคนไทย หรือ ประมาณ 67%  ยังคิดว่า ประเทศกำลังมาถูกทาง   ในขณะที่คนไทยบางส่วนยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับทิศทางของประเทศ และ ยังมีการมองโลกในแง่ดีในบางพื้นที่

54% จำนวนคนว่างงานในประเทศของฉัน เทียบกับ 68% ในเดือนพฤศจิกายน 2022

40% ภาษีที่คุณจ่าย เทียบกับ 51% ในเดือนพฤศจิกายน 2022

20% มาตรฐานการครองชีพของคุณเอง เทียบกับ 14% ในเดือนพฤศจิกายน 2022

19% รายได้ทิ้งของคุณ เทียบกับ . 13% ในเดือนพฤศจิกายน 2565

คนไทยคาด ชีวิตมีความหวัง  คิดว่า 6 เดือนข้างหน้าจะมีแนวโน้มดีขึ้น

คนไทยส่วนใหญ่ค่อนข้างมองโลกในแง่ดี และคาดหวังว่าทิศทางโดยรวมของไทยในอีก 6 เดือนข้างหน้าจะมีแนวโน้มที่ดี  โดย 61 % คาดว่าเศรษฐกิจในท้องถิ่นจะแข็งแกร่งขึ้น เทียบกับ 42% ในเดือนกุมภาพันธ์   และ 56% ในเดือนพฤษภาคม 2566

อิปซอสส์ ชี้ แรงกดดันภาคธุรกิจ แนะถึงยุค กลยุทธ “ESG” ต้องปรับใช้  โดย 80% ของผู้บริโภคเห็นตรงกัน ยินดีซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบ แม้ราคาจะแพงกว่าก็ตาม

ในส่วนของธุรกิจนั้น  รายงานวิจัยของ อิปซอสส์ ชี้ให้เห็นถึง แนวโน้มและทิศทางในการปรับใช้ ESG ในธุรกิจและประสบการณ์ (Embedding ESG in Experience)   โดยแนะแนวทางสำหรับแต่ละลักษณะกลุ่มธุรกิจ ที่ถูกผลกระทบของภาวะเงินเฟ้อ   ต้องมีกลยุทธการรับมือและปรับตัวในแนวทางที่แตกต่างกัน

ผลสำรวจของอิปซอสส์ ชี้ให้เห็นถึง ความจำเป็นในการขับเคลื่อนด้วย ESG   โดยองค์กรจำนวนมากต่างได้รับแรงกดดันหากต้องการทำธุรกิจให้ยั่งยืน  โดยเห็นจากผลสำรวจ  Reputation Council Report ของ อิปซอสส์ ชี้ให้เห็นถึงความคิดเห็นในอัตรา  81% ของ สภาสมาชิกกิตติมศักดิ์ ตัวแทนนักสื่อสารองค์กรอาวุโสจากแบรนด์ระดับโลก  (Ipsos Reputation Council Members)ต่างเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการนำ กลยุทธ์ ESG  ฝังเข้าเป็นส่วนสำคัญของระบบธุรกิจ  ซึ่งเป็นปัจจัยหลักสู่ความสำเร็จ ที่ยั่งยืน

ในแง่ของผู้บริโภค ต่างเชื่อว่า ธุรกิจเป็นตัวผลักดันที่ดี  โดย 80%  เห็นว่าแบรนด์สามารถทำเงินและสนับสนุนกิจกรรมดีๆ ได้ในเวลาเดียวกัน และ เกือบสองในสาม หรือ 64% กล่าวว่าพวกเขายินดีซื้อผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบ แม้ว่าจะมีราคาแพงกว่าก็ตาม

วิธีการที่แบรนด์สามารถสร้างคุณค่าและขับเคลื่อนความสัมพันธ์กับลูกค้าให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น                                   

1          ทำในสิ่งที่นอกเหนือจากกิจกรรม ESG พื้นฐาน เช่น การลดของเสีย หรือการจ่ายภาษีอย่าง  ถูกต้อง            แล้ว  มิฉะนั้น ภาคธุรกิจหรือบริษัทยังคงทำกิจกรรมเดิมๆ  ในการสร้างความยั่งยืน

2          ส่งมอบคุณค่า ที่แบรนด์ได้สัญญาไว้ผ่านประสบการณ์ที่มีต่อแบรนด์ทุกครั้ง  ก็จะสามารถ   สามารถสร้างความใกล้ชิดกับแบรนด์และเจาะจงใช้แบรนด์มากขึ้นในอนาคต

3         การปลูกฝังพื้นฐานด้านประสบการณ์ ESG  ที่ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอ    หลักของแบรนด์ โดยแสดงให้เห็นผ่านประสบการณ์  ซึ่งน่าจะมีประสิทธิภาพที่สุด

ในแง่ของผู้บริโภค ต่างเชื่อว่า ธุรกิจเป็นตัวผลักดันที่ดี  โดย 80%  เห็นว่าแบรนด์สามารถทำเงินและสนับสนุนกิจกรรมดีๆ ได้ในเวลาเดียวกัน และ เกือบสองในสาม หรือ 64% กล่าวว่าพวกเขายินดีซื้อผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบ แม้ว่าจะมีราคาแพงกว่าก็ตาม

 

 

 

Related Articles

Back to top button