Biznews

ยังไม่ขาย..แต่ถูกเทคโอเวอร์ ‘JKN18’

แถลงการณ์บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ประกาศจับมือ บริษัท ท็อปนิวส์ ดิจิทัล มีเดีย จำกัด ในส่วนของธุรกิจทีวีดิจิทัล โดยสถานีข่าว Top News จะดูแลในกลุ่มรายการข่าวสาร สาระ ทั้งในด้านข่าวทั่วไป ประเด็นทางสังคม การเมือง เศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุน ในขณะที่ JKN ดูแลกลุ่มรายการบันเทิงเพียงอย่างเดียว พร้อมกับปฏิเสธข่าวว่าจะขายช่องสถานีให้กับ TOPNEWS ด้วย

ซึ่งส่งผลให้หุ้น JKN ที่เปิดการซื้อขายภาคเช้า (วันที่ 11 ก.ย.2566) ที่ 1.36 บาท ก่อนจะขยับขึ้นแตะสูงสุดที่ 1.42 บาท ต่ำสุดที่ 1.32 บาท ก่อนจะปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 1.35 บาท เพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้า 0.18 บาท หรือคิดเป็น 15.38%
ก่อนหน้านี่มีข่าวลือเล็ดลอดออกมาว่า JKN18 ขายช่องทีวีให้กับ TOPNEWS ด้วยราคา 500 ล้านบาท โดยมีการคาดว่าจะใช้ชื่อ TOPNEWS18 แทน JKN18

แต่จากแถลงการณ์แล้ว ทางนิตินัยอาจให้ผลลัพธ์ที่ไม่ต่างกัน เนื่องจากให้ TOPNEWS เข้ามาร่วมผลิตรายการข่าว จัดผังรายการ และได้รับค่าตอบแทน โดยในระหว่างนี้ยังคงใช้ชื่อสถานี JKN18 ต่อไป

 

แต่อย่าลืมว่า บริษัท ท็อปนิวส์ ดิจิทัล มีเดีย จำกัด (Top News) เองก็มีช่องสถานีและผังรายการของตัวเองอยู่แล้ว แม้ไม่ใช่สัญญาณดิจิทัล การจะเข้ามาบริหารผังรายการเพิ่มอีก 1 ช่องสถานี จึงไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่งถ้าจุดประสงค์เพียงต้องการผลักดันความนิยมรวมถึงขยายฐานผู้ชมช่อง JKN18 ให้มีจำนวนมากขึ้น

เพราะฐานผู้ชมของ TOPNEWS เป็นลักษณะความนิยมเฉพาะกลุ่ม และที่ผ่านมาแบ่งฝ่ายเลือกข้างการเมืองชัดเจน ไม่มีความ Mass มากพอที่จะดึงให้สินค้าในธุรกิจ JKN ติดตลาด

นี่ยังไม่นับว่าถ้าออกอากาศไปแล้วการนำเสนอข่าวจะอยู่ในระเบียบที่ กสทช. กำหนดได้ตลอดหรือเปล่า
งบครึ่งปีแรก 2566 JKN มีสินทรัพย์รวม 12,161.27 ล้านบาท

หนี้สินรวม 7,398.74 ล้านบาท , ส่วนของผู้ถือหุ้น 4,756.76 ล้านบาท ,รายได้รวม 1,500.11 ล้านบาท เหลือกำไรสุทธิ 121.48 ล้านบาท

ผลประกอบการตลอด 4 ปีที่ผ่านมา สินทรัพย์กับหนี้สินเพิ่มขึ้นทุกปี ในขณะรายได้กับกำไรปีที่แล้วมีอัตราเพิ่มขึ้นแต่ไม่ได้มาจากการขายโฆษณาเหมือนสถานีข่าวช่องอื่นๆ

ข่าวลือเรื่องเงิน 500 ล้านบาทนั้น อาจเป็นจำนวนเงินในอนาคตที่ทั้ง 2 บริษัททำข้อตกลงกันในส่วนของรายได้
เช่น สมมติว่าถ้าบริษัท JKN ตั้งงบกำไรไว้ 500 ล้านบาท เมื่อได้ครบแล้ววันนั้น TOPNEWS ก็อาจจะจ่ายเพิ่มอีก 500 ล้านบาท เพื่อเทคโอเวอร์ JKN18 เต็มตัวเพื่อให้บุคลากรโฟกัสการทำงานเพียงช่องทีวีเดียวก็เป็นได้

รวมๆแล้วก็คือ รอได้เงินคืนทุนกลับมา 1,000 ล้านบาทจากที่ซื้อ NEW18 ดีกว่าทิ้งไปตอนนี้เพื่อเอาแค่ 500 ล้านบาท
เมื่อหน้าตาของสถานีโทรทัศน์คือรายการข่าว การมอบอำนาจในการตัดสินใจให้บริษัท Topnews ในการบริหารองค์กร มันก็ไม่ต่างอะไรจากการเข้ามาซื้อ JKN18 ล่วงหน้า

ที่ปฏิเสธว่ายังไม่ขายก็เพราะราคาหุ้น JKN ในตลาดขณะนี้มันตกลงมาเหลือ 1 บาทนิดๆเท่านั้น
ถ้ามองจากแนวทางการให้ข่าวของ JKN18 ผ่านแถลงการณ์หรือผู้บริหารโพสต์โซเชียล ข่าวลือกับ TOPNEWS ที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ นับว่าน่าเชื่อถือมากที่สุด

Related Articles

Back to top button