Biznews

ต่ำสุดในรอบ12ปี! คนไทยรัดเข็มขัด’กิ่วแล้วกิ่วอีก’ใช้จ่ายช่วงปีใหม่

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลการสำรวจ “พฤติกรรมและการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลปีใหม่” พบว่า ปีใหม่ 2563 จะมีเม็ดเงินสะพัดประมาณ 137,809 ล้านบาท แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ 58,000 ล้านบาท และต่างจังหวัด 79,000 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2562 ที่มีเม็ดเงินสะพัด 135,279 ล้านบาท ซึ่งถือว่าขยายตัวเพียง 1.9% ขยายตัวต่ำสุดในรอบ 12 ปี สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจไทยที่อัตราการเติบโต หรือเศรษฐกิจ(จีดีพี)ขยายตัวเพียง 2.6% เนื่องจากประชาชนกังวลภาวะเศรษฐกิจจึงใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง

ทั้งนี้ สิ่งที่อยากให้รัฐบาลดำเนินการปี 2563 คือ แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ควบคุมราคาสินค้าจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน จัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ พัฒนาการศึกษา ดูแลค่าครองชีพให้เหมาะสม มีงานทำ

ขณะที่ ผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลปีใหม่ จากกลุ่มตัวอย่าง 1,223 ตัวอย่างทั่วประเทศ พบว่า  กลุ่มตัวอย่าง 76.8% มีการวางแผนออกนอกพื้นที่ในช่วงปีใหม่ เพื่อเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาในต่างจังหวัด โดย 84.7 % มีการวางแผนท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายรวมคนละ 15,615 บาท 15.3% วางแผนท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 58,842 บาท โดยคาดว่าประชาชนจะออกเดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงวันที่ 28 ธ.ค. 2562 และกลับวันที่ 1 ม.ค. 2563 เฉลี่ยประมาณ 3-5 วัน

นอกจากนี้ยังมีการวางแผนซื้อของขวัญทั้งให้ตนเอง เช่น ซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย เครื่องประดับ ทอง 16,362 บาท/คน เสี่ยงโชคคนละ 1,115 บาท/คน ซื้อสินค้าโอท็อป/คน 1,062 บาท และซื้อของให้ผู้อื่น เช่น สินค้าฟุ่มเฟือย เครื่องประดับ ทอง 5,981 บาท/คน ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล 241 บาท/คน สินค้าคงทน (เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเรือน) 3,803 บาท/คน และพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรมใช้จ่ายสำหรับตนเองในช่วงปีใหม่ ส่วนใหญ่ 91.1% จะทำบุญทางศาสนา รองลงมา 90.7% สังสรรค์ /จัดเลี้ยง ท่องเที่ยว 76.8%

ส่วนของขวัญยอดนิยมในช่วงปีใหม่ คือ ของรับประทาน สินค้าคงทน เครื่องดื่มบำรุงกำลัง กระเช้าของขวัญ เป็นต้น โดยมีปัจจัยในการเลือกซื้อของขวัญให้กับตนเองและผู้อื่นคือคุณภาพ ราคา และประโยชน์การนำไปใช้

อย่างไรก็ตามปัญหาที่รัฐบาลควรแก้ไขอย่างเร่งด่วนที่สุด คือ เศรษฐกิจโดยรวม ปัญหาสังคม เสถียรสภาพทางการเมือง ปัญหาทุจริตคอรัปชั่น และการเตรียมความพร้อมรับมือภัยธรรมชาติ และปัจจัยที่น่าห่วงในปี 2563 ยังเป็นปัญหาเศรษฐกิจ การศึกษา สุขอนามัย ค่าครองชีพ ปัญหาเยาวชน เป็นต้น

คำอวยพรให้กับประเทศไทยอันดับหนึ่งคือขอให้สมเด็จพระราชินีในร 9 และร.10 ทรงมีพลานามัยแข็งแรง ขอให้เศรษฐกิจดีขึ้น ขอให้ค้าขายดี ๆ เป็นต้น

ด้านนายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยปี2563 จะขยายตัวดีขึ้น เพราะขณะนี้ภาคการท่องเที่ยวเริ่มกระเตื้องขึ้นแล้ว จากจำนวนเที่ยวบินในสนามบินสุวรรณภูมิเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว รวมทั้งมีการย้ายฐานการผลิตจากจีนและไต้หวันหลายอุตสาหกรรม

ขณะเดียวกันรัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ จะต้องประคับประคองบรรยากาศบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อย และไม่มีการประท้วง เป็นต้น และมองว่าปีหน้าเศรษฐกิจน่าจะเริ่มกระเตื้องขึ้นจากปัจจัยบวกต่าง ๆ

นอกจากนี้ ยังมองว่ารัฐบาลควรทบทวนนโยบาย No Gift Policy หรือนโยบายภาครัฐไม่รับของขวัญ ซึ่งมองว่าเป็นการทำให้เศรษฐกิจในระดับรากหญ้าไม่สะพัด ซึ่งควรกำหนดราคาของขวัญที่เป็นสินค้าโอท็อปไม่เกิน 3,000 บาทเป็นข้อยกเว้นสามารถมอบให้กันได้ เพราะเป็นการช่วยให้ผู้ผลิตสินค้าโอท็อปในจังหวัดต่าง ๆ มีรายได้ ในการจำหน่ายสินค้า

Related Articles

Back to top button