‘ลอรีอัล กรุ๊ป’ ผลักดันแบรนด์ในเครือทรานส์ฟอร์มสู่องค์กรแห่งความยั่งยืน

ลอรีอัล กรุ๊ป ประเทศไทย บริษัทความงามที่ใหญ่ที่สุดในโลกเดินหน้าทรานส์ฟอร์มองค์กรแห่งความยั่งยืนตั้งเป้าสร้างสรรค์ความงามที่ขับเคลื่อนโลก ผ่านทุกแบรนด์มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกเพื่อสังคม สิ่งแวดล้อม โดยมีคน เป็นพลังขับเคลื่อนกว่าทศวรรษของ ลอรีอัล กรุ๊ป บริษัทความงามที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กร ภายใต้พันธกิจ “สร้างสรรค์ความงามที่ขับเคลื่อนโลก”(CREATE THE BEAUTY THAT MOVES THE WORLD) ได้ถูกนำมาสานต่อใน ลอรีอัล กรุ๊ปประเทศไทย ที่มีแบรนด์ความงามในเครือกว่า 10 แบรนด์ โดยทุกแบรนด์ต่างเดินหน้าไปสู่เป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการทรานส์ฟอร์มไปสู่การเป็นองค์กรที่ดำเนินกิจการเพื่อความยั่งยืนของสังคมและสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบัน ลอรีอัล กรุ๊ป ในประเทศไทย นำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์ระดับสากลภายใต้ 4 แผนกผลิตภัณฑ์ รวมกว่า 10 แบรนด์ ได้แก่ แผนกผลิตภัณฑ์อุปโภค,แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง, แผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพ และแผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอาง ซึ่งภายใต้พันธกิจทุกแบรนด์ในเครือลอรีอัลต้องจะสร้างผลกระทบเชิงบวกให้สังคมและสิ่งแวดล้อม และสังคม
นอกจากนี้ ในเป้าหมายด้านสังคม จะเน้นการให้ความสำคัญกับ “คน”เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อน ในการพัฒนาเพื่อผู้คน
โดยที่ผ่านมา ลอรีอัลกรุ๊ปให้ความสำคัญกับความหลากหลายและไม่แบ่งแยกการมอบพลังให้กับกลุ่มที่เปราะบางไม่ว่าจะผู้หญิง ผู้สูงวัย ผู้พิการการสร้างงานให้คนรุ่นใหม่ เช่นเดียวกับการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืนพร้อมผลักดันให้พันธมิตรตลอดห่วงโซ่คุณค่าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการประกอบธุรกิจเพื่อความยั่งยืนของสังคม
ทั้งนี้ แบรนด์ต่าง ๆ ในเครือลอรีอัล กรุ๊ป จะมีโครงการในระดับแบรนด์ที่มีเป้าหมายในการสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นให้เกิดการลงมือสร้างสังคมที่ดีขึ้นด้วยการนำเสนอโปรแกรมและเข้าไปมีส่วนร่วมกับพันธมิตรองค์กรไม่หวังผลกำไรโดยมุ่งเน้นการช่วยเหลือกลุ่มคนหรือชุมชนที่เปราะบาง หรือช่วยพิทักษ์โลกซึ่งพันธกิจของแต่ละแบรนด์นั้น มีความชัดเจน แข็งแกร่ง สะท้อนตัวตน ดีเอ็นเอคุณค่า ไปจนถึงประวัติศาสตร์ของแบรนด์เปิดไฮไลต์โครงการเพื่อสังคมจากแบรนด์ในเครือลอรีอัล กรุ๊ป ประเทศไทย
เปิดไฮไลต์โครงการเพื่อสังคมจากแบรนด์ในเครือลอรีอัล กรุ๊ป ประเทศไทย
- STAND UP โครงการอบรมเพื่อลดภัยคุกคามบนท้องถนนและที่สาธารณะจากแบรนด์ ลอรีอัล ปารีส
จากสถิติพบว่า ผู้หญิง 80% ทั่วโลกเคยประสบกับการถูกคุกคามในที่สาธารณะ และ85% กล่าวว่าขาดการฝึกอบรมเกี่ยวกับวิธีการแทรกแซงเมื่อพบเห็นเนื่องจากการคุกคามบนท้องถนนขัดต่อทุกสิ่งที่ ลอรีอัล ปารีส จึงเปิดตัวโครงการ Stand Up Against Street Harassment ในปี 2564 โดยร่วมมือกับมูลนิธิรักษ์ไทยเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาระดับโลกนี้ด้วยการนำวิธีการแทรกแซงของ 5D ที่สร้างขึ้นโดย Right To Be ผู้เชี่ยวชาญ NGOระดับนานาชาติ ในการต่อสู้กับการคุกคามทุกรูปแบบมาจัดการฝึกอบรมเข้าสู่ชุมชน ไปจนถึงระดับโลก

สำหรับหลัก 5D ประกอบไปด้วย การเบี่ยงเบนความสนใจ (Distract), การส่งตัวแทน(Delegate) คือ ค้นหาบุคคลที่อยู่ในสถานะ ตำแหน่งที่มีอำนาจและขอให้พวกเขาช่วยเผชิญหน้ากับสถานการณ์แทน, การบันทึกเหตุการณ์(Document)หมายถึงสังเกตและเป็นพยานด้วยการบันทึกหรือถ่ายวิดีโอเกี่ยวกับการคุกคามส่งหลักฐานให้กับผู้ตกเป็นเหยื่อและห้ามโพสต์ทางออนไลน์หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตก่อน, การช่วยเหลือภายหลัง (Delay) อาทิ ปลอบโยนผู้ถูกคุกคามหลังเกิดเหตุและยอมรับว่าพฤติกรรมนั้นไม่ถูกต้องอยู่เป็นเพื่อน และสุดท้าย การเผชิญหน้าโดยตรง (Direct)ซึ่งเป็นทางเลือกสุดท้ายเพื่อป้องกันความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของคุณและผู้ที่ถูกคุกคามก่อนเสมอ
- ABUSE IS NOT LOVE โครงการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสัญญาณเตือนของความรุนแรงในคู่รัก จากแบรนด์ อีฟ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ (YSL Beauty)ความเชื่อหลักของแบรนด์ YSL คือ การสนับสนุนผู้หญิง โดยเฉพาะในด้านอิสรภาพ
แบรนด์ YSL จึงริเริ่มการทำงานที่ช่วยแก้ปัญหาที่ยับยั้งและเป็นอุปสรรคในการมีอิสรภาพตามคุณค่าและความเชื่อหลักของแบรนด์ โดยเฉพาะปัญหาความรุนแรงในคู่รักที่ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบของความรุนแรงที่พบเจอได้ง่ายที่สุดผ่านพฤติกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยหนึ่งในสามของสตรีทั่วโลกล้วนมีประสบการณ์กับความรุนแรงในคู่รักในชีวิตและมีผู้ประสบปัญหานี้เพียงบางส่วนเท่านั้นที่ได้รับความยุติธรรมอย่างที่ควร

YSL Beauty จึงเปิดตัวโครงการระดับโลก “Abuse is Not Love”ที่มุ่งส่งเสริมการตระหนักรู้ในกลุ่มคนรุ่นใหม่เกี่ยวกับสัญญาณเตือนเหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้นโดยพฤติกรรมที่เป็นสัญญาณเตือนความรุนแรง ได้แก่ การหมางเมิน,การแบล็กเมล์, การทำให้อับอายขายหน้า, การพยายามปั่นหัว, การหึงหวง,การควบคุม, การรุกราน, การตัดขาด และการข่มขู่ทั้งนี้ การป้องกันและลดความรุนแรงในคู่รักถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเท่าเทียมระหว่างเพศ โดยแบรนด์ตั้งเป้าหมายในการให้ความช่วยเหลือ ผู้หญิง 3 ล้านคนทั่วโลกภายในปี 2573 ผ่าน3 แนวทาง ได้แก่
1.การให้การสนับสนุนเงินทุนสำหรับงานวิจัยเชิงวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันปัญหาความรุนแรงในคู่รัก
2. การเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับ 9สัญญาณของความรุนแรงในคู่รัก (Warning Signs) แก่ผู้คนอย่างน้อย 2ล้านคนผ่านองค์กรพันธมิตรในหลากหลายประเทศ
และ 3. การอบรมพนักงาน YSLBeauty และ Beauty Advisor เกี่ยวกับความรุนแรงของคู่รักในสถานที่ทำงานสำหรับการดำเนินการโครงการ “Abuse is Not Love”ในประเทศไทยเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในปี 2566 โดยเป็นการร่วมมือระหว่าง YSL
Beauty และมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลองค์กรพัฒนาเอกชนที่ส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึง 9 สัญญาณอันตราย (9 Warning Signs)ที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงในคู่รัก ผ่านกิจกรรมรูปแบบต่างๆ
- BRAVE TOGETHER โครงการช่วยเหลือการเข้าถึงการปรึกษาปัญหาทางใจจากแบรนด์ เมย์เบลลีน นิวยอร์ก (Maybelline New York)
จากสถิติ พบว่าผู้คนมากกว่า 3 ล้านคนในประเทศไทยมีสภาวะทุกข์จากปัญหาสุขภาพจิต และ โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z
จะรู้สึกโดดเดี่ยวสูงถึง 38% เมื่อเทียบกับคนรุ่นอื่น ๆโดยปัจจัยที่ส่งผลกระทบจากเพื่อน 33% และโซเชียลมีเดีย 25%
นอกจากนี้ยังพบว่าส่วนมากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญเนื่องจากค่าใช้จ่ายหรือการเข้าถึงที่มีอย่างจำกัด
เมย์เบลลีน นิวยอร์ก จึงได้ร่วมมือกับ มูลนิธิสติแอพ (SATI App) ริเริ่มโครงการ “BraveTogether” ผ่านคอนเซ็ปต์ Break The Wall In Your Heart ทลายกำแพงในใจไปด้วยกันเพื่อให้ทุกคน กล้าถาม กล้าเล่า กล้าพูดอย่างเปิดใจ ไปด้วยกัน
โดยสามารถรับบริการปรึกษาปัญหาทางใจได้จากมูลนิธิสติแอพ
- OPEN DOORS โครงการเปิดประตูสู่โอกาส จากแบรนด์ Kiehl’sนับเป็นโครงการเพื่อสังคมระดับโลกครั้งแรกในประเทศไทย สำหรับ “Kiehl’s OpenDoors” (คีลส์ โอเพ่น ดอร์ส)ที่มีเป้าหมายสนับสนุนกลุ่มเยาวชนผู้มีความหลากหลายทางเพศ สร้างโอกาสส่งเสริมศักยภาพ และผลักดันให้พวกเขาเจริญเติบโตในสังคมเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนชุมชนแห่งความหลากหลายและเท่าเทียมทางเพศ
คีลส์ โอเพ่น ดอร์ส หรือโครงการ “คีลส์เปิดประตูสู่โอกาส” เป็นการส่งเสริมจ้างงาน และเปิดรับทุกคน ทุกความคิด อย่างเสมอภาคเท่าเทียมมาโดยตลอดและยังได้สนับสนุนเยาวชนกลุ่ม YouthAIDS ด้วยการสนับสนุนทุนและอุปกรณ์ยังชีพเพื่อให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมต่อไปได้ และตั้งแต่ปี 2004 คีลส์ได้ร่วมเฉลิมฉลอง Pride Parade ในอเมริกา รวมถึงให้การสนับสนุนองค์กรต่างๆที่ทำงานเพื่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ปัจจุบันคีลส์ยังคงดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของ คีลส์ ประเทศไทย ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและได้เปิดตัวโครงการ“คีลส์เปิดประตูสู่โอกาส” ในปี 2567 เป็นปีแรก โดยร่วมมือกับมูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ภายใต้แนวคิด “Proud & Open”เพื่อสนับสนุนกลุ่มเยาวชนผู้มีความหลาก ด้วยการเสริมสร้างความภาคภูมิใจใน 3 ประการ ดังนี้
1. Proud &Open สนับสนุนความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของตัวเองและยังส่งมอบพลังบวกให้กับสังคมแห่งความหลากหลาย
2. Proud & Nourished ส่งมอบความภูมิใจด้วยโอกาสในการพัฒนาศักยภาพและทักษะทั้ง Hard Skill (ทักษะในด้านอาชีพ) และSoft Skill (ทักษะทางสังคม) เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ
3. Proud &Inspired สนับสนุนการสร้างแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มเยาวชนผู้มีความหลากหลายทางเพศ
- CARE FOR ALL จากแบรนด์ เซราวี (CaraVe)ปัญหาสุขภาพผิวและโรคผิวหนังถือเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนจำนวนมากโดยเฉพาะในประเทศเขตร้อน การขาดแคลนบุคลากรแพทย์ผิวหนังทำให้การเข้าถึงการวินิจฉัยและรักษาของคนไข้เป็นไปได้ยากและล่าช้าแพทย์ผิวหนังต้องเผชิญกับความท้าทายในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพผิวและความสำคัญของการตรวจพบปัญหาผิวหนังแต่เนิ่นๆ
ในฐานะแบรนด์สกินแคร์ชั้นนำระดับโลกเซราวีทำงานกับเครือข่ายแพทย์และเชี่ยวชาญด้านผิวหนังมากมายเพื่อส่งเสริมโครงการเพื่อสังคมผ่านการให้ความรู้และเครื่องมือในการวิเคราะห์และทำความเข้าใจปัญหาผิวกับอาสาสมัครชุมชน เพื่อสร้างความเชี่ยวชาญให้กับอาสาสมัครในชุมชนที่ขาดโอกาสเพื่อส่งมอบบริการสุขภาพผิวหนังให้กับผู้ป่วยได้รวดเร็วอันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาต่อไป
- CANCER SUPPORT โครงการช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็ง จากแบรนด์ ลา โรช-โพเซย์(La Roche-Posay)ลา โรช-โพเซย์มุ่งมั่นให้การสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีผ่านสุขภาพผิวที่ดีโดยกว่า ในปี 2552 ลา โรช-โพเซย์ได้เปิด La Roche-Posay Thermal Center ศูนย์น้ำแร่ลาโรช-โพเซย์ให้กับผู้ที่เผชิญปัญหาผิวหนังอันเป็นผลข้างเคียงจากการบำบัดรักษาโรคมะเร็ง
ความสำเร็จของประสิทธิภาพในการบรรเทาปัญหาผิวหนังใน La Roche-Posay ThermalCenter ได้จุดประกายให้แบรนด์ลา โรช-โพเซย์ มุ่งมั่นเดินหน้าโครงการต่าง ๆเกี่ยวกับโรคมะเร็งและการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคร้ายไปจนถึงการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง

โครงการ Cancer Support ในประเทศไทยมีเป้าหมายในการให้ความช่วยเหลือและสร้างพลังให้กับผู้ป่วยมะเร็งผ่านการสนับ
สนุนค่าใช้จ่ายในการพบและปรึกษาแพทย์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการการตรวจพบในระยะแรก ซึ่งจะช่วยลดอัตราการลุกลามและเพิ่มโอกาสของความสำเร็จในการรักษายิ่งขึ้น
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงการจากแบรนด์ภายใต้ ลอรีอัล กรุ๊ป ในประเทศไทยที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคมไทยและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนซึ่งแบรนด์อื่นๆ ในลอรีอัล กรุ๊ป ในประเทศไทยจะทยอยดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นตามเป้าหมายของ ลอรีอัล กรุ๊ปในการเป็นองค์กรที่มุ่งสร้างสรรค์ความงามที่ขับเคลื่อนโลกเพื่อสร้างความยั่งยืนทั้งในระดับองค์กร และส่วนรวม



