Biznews

รู้จัก ‘โรคเมลิออยโดสิส’ (ไข้ดิน) เดินลุยน้ำลุยโคลนเท้าเปล่าต้องระวัง!

โรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis) หรือโรคไข้ดิน เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Burkholderia pseudomallei (Pseudomonas psudomalle) ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดแกรมลบ พบเชื้อได้ในแหล่งน้ำและดินตามธรรมชาติ ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 16 เมษายน 2569 พบผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศแล้ว 732 ราย และมีผู้เสียชีวิตถึง 23 ราย ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มักมีโรคประจำตัว นับเป็นโรคที่ต้องจับตาในสถานการณ์น้ำท่วมขังหลายพื้นที่เช่นนี้

โรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียซึ่งไม่มีอาการจำเพาะ ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด หรือมีอาการรุนแรง เช่น พบเนื้อตาย แผล ฝีหนองที่ปอด ตับ หรือม้าม หรือพบการติดเชื้อในกระแสโลหิตอย่างรวดเร็ว โรคเมลิออยโดสิสเป็นโรคติดเชื้อที่เป็นปัญหาของหลายประเทศ โรคเมลิออยโดสิสมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าโรคมงคล่อเทียม เป็นโรคที่พบในสัตว์หลายชนิด ที่พบบ่อยคือ สุกร แพะ แกะ นอกจากนี้ยังพบในโค กระบือ ม้า สุนัข แมว สัตว์ฟันแทะ สัตว์ป่าหลายชนิดโรคนี้สามารถติดต่อมายังคนได้ พบในทุกภาคของประเทศไทย เป็นโรคที่มีอาการหลายรูปแบบ ที่อาจคล้ายคลึงกับโรคอื่นๆ เช่น มาลาเรีย วัณโรคจึงได้ชื่อว่า “ยอดนักเลียนแบบ” เชื้อโรคชนิดนี้มีความพิเศษตรงที่สามารถปรับเปลี่ยนตัวเองโดยหลบหลีกระบบการตรวจสอบสิ่งแปลกปลอมของร่างกาย ทำให้สามารถหลบซ่อนอยู่ในร่างกายของเราได้นาน 20-30 ปี แต่ทั้งนี้ระยะฟักตัวอาจสั้นเพียง 2 วันหรือเป็นปี ขึ้นอยู่กับระยะการติดเชื้อและอาการของโรค

เป็นเชื้อโรค ที่อยู่ในดินและในน้ำ เข้าสู่ร่างกายได้ 3 คือ
ทางบาดแผลที่ผิวหนัง

ดื่มน้ำหรือกินอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป

สูดหายใจเอำฝุ่นจากดินที่มีเชื้อเจือปนอยู่เข้าไป

อาการโรคไข้ดิน
อาการไข้นานไม่ทราบสาเหตุผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมาพบแพทย์ด้วยอาการมีไข้เป็นเวลานานโดยที่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดพบว่าน้ำหนักลดลงร่างกายอ่อนเพลียต่อมาจึงเกิดอาการที่รุนแรงขึ้น

ลักษณะทางคลินิกของโรคนี้สามารถเลียนแบบโรคอื่นๆได้เกือบทุกโรคขึ้นอยู่กับตำแหน่งของอวัยวะที่เกิดโรค

ผู้ป่วยมาด้วยอาการของการติดเชื้อเฉพาะที่ส่วนใหญ่พบการติดเชื้อที่ปอดมีอาการเหมือนปอดอักเสบคือมีไข้ไอมีเสมหะเล็กน้อยน้ำหนักลดบางรายไอมีเสมหะปนเลือดเจ็บหน้าอกพบว่าการเกิดโรคมีความสัมพันธ์กับการเป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเรื้อรังผู้ป่วยบางรายมีอาการของฝีในตับฝีในกระดูกหรือเป็นเพียงฝีที่ผิวหนังเท่านั้นถ้าผู้ป่วยไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาให้ถูกต้องอาจเกิดอาการรุนแรงขึ้น

การติดเชื้อในกระแสโลหิต เชื้อจะกระจายเข้าสู่กระแสเลือดไปทั่วร่างกาย ผู้ป่วยจะมีอาการรุนแรง และอาจเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่มักเสียชีวิตภายใน 2-3 วันหลังเข้าโรงพยาบาล เชื้อจะกระจายเข้าสู่กระแสเลือดไปทั่วร่างกาย ผู้ป่วยจะมีอาการรุนแรงและตายอย่างรวดเร็ว อัตราป่วยสูงมาก ส่วนใหญ่มักเสียชีวิตภายใน 2 – 3 วันหลังเข้าโรงพยาบาล ผู้ป่วยกลุ่ม

นี้มากกว่าร้อยละ 50 ไม่มีประวัติเป็นมาก่อน ร้อยละ 25-30 มีประวัติเป็นโรคที่ปอดมาก่อน และร้อยละ 20-25มีประวัติเป็นโรคนี้ที่บริเวณผิวหนังและบริเวณอื่นๆ อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคเมลิออยโดสิสชนิดติดเชื้อในกระแสเลือดประมาณร้อยละ 60-70

การป้องกันโรคไข้ดิน
ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคเมลิออยโดสิสการควบคุมป้องกันโรคทำได้ยากเนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นชาวนาที่ต้องสัมผัสดินและน้ำขณะทำงานผู้ที่มีภาวะภูมิต้านทานบกพร่องผู้ป่วยโรคเบาหวานโรคเรื้อรังหรือมีบาดแผลที่ผิวหนังควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสดินโดยสวมรองเท้าบูทขณะทำงานลุยน้ำลุยโคลนรวมทั้งบุคคลที่มีอาการของโรคเบาหวานและแผลบาดเจ็บรุนแรงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับดินและน้ำเช่นในไร่นา

ป้องกันไม่ให้เกิดบาดแผลเมื่อต้องสัมผัสดินและน้ำหรือรีบทำความสะอาดร่างกายหลังการทำงานในบุคคลที่มีอาการของโรคเบาหวานและแผลบาดเจ็บรุนแรงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับดินและน้ำถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้อาจต้องสวมถุงมือรองเท้ายางเพื่อป้องกัน

หากมีแผลถลอกหรือไหม้ซึ่งสัมผัสกับดินหรือน้ำในพื้นที่ที่เกิดโรคควรทำความสะอาดทันที

เมื่อมีบาดแผลและเกิดมีไข้หรือเกิดการอักเสบเรื้อรังควรรีบไปพบแพทย์นอกจากนี้แล้วการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคต่างๆและการดูแลสุขภาพของร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆได้

การป้องกันโรคเป็นไปได้ยากเพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นชาวไร่ชาวนาที่ต้องทำงานสัมผัสดินและน้ำซึ่งในถิ่นระบาดพบเชื้อสาเหตุอยู่ทั่วไป

ด้านเพจ “หมอแล็บแพนด้า” หรือ ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์เตือนระวัง “โรคไข้ดินระบาด” ทางการแพทย์มันคือโรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis)โดยระบุว่า

“ระวังกันด้วยนะครับ โรคนี้จะเป็นกันเยอะในช่วงที่มีน้ำชุ่มฉ่ำนี่แหละ ถ้าวินิจฉัยโรคนี้ช้าเกินไป จะทำให้รักษาไม่ทัน ตายได้เลยนา

โรคเมลิออยโดสิสมันมาจากแบคทีเรียที่ชื่อว่า เบอร์โคลเดอเรีย ซูโดมัลลิไอ (B. pseudomallei) เชื้อนี้จะมีอยู่ทั่วไปทั้งในดิน น้ำ และอากาศ มันเข้าสู่ร่างกายของเราได้ทางบาดแผล หรือการหายใจเอาฝุ่นจากดินที่มีเชื้อเข้าไป

คนที่มีความเสี่ยงต่อโรคนี้มากที่สุดก็คือ พี่น้องเกษตรกรนั่นเอง เพราะเดินย่ำน้ำย่ำโคลนเป็นประจำ หรืออาจจะเป็นพวกเรานี่แหละครับ ช่วงนี้น้ำท่วมด้วย ถ้าเชื้อเข้าทางแผล ผิวหนังของเราก็อาจจะเป็นแผลเปื่อย เป็นหนอง บวม มีอาการหลายอย่าง เป็นฝีก็ยังได้เลย หรือถ้าสูดดมเข้าไป ปอดก็ติดเชื้อ อักเสบ

อาการทั่วไปที่พบบ่อยก็คือ:

* ไข้สูง หนาวสั่น
* ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
* อาการเฉพาะที่: เช่น การเกิดฝีที่ผิวหนัง ปอดอักเสบ (มีอาการไอ เจ็บหน้าอก) หรือการติดเชื้อในอวัยวะภายใน อย่างเช่น ตับ ม้าม ไต และกระดูก
* การติดเชื้อในกระแสเลือด อันนี้หนักสุด: เป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
เนื่องจากอาการที่ไม่จำเพาะ มันไปตรงกับหลายโรค การวินิจฉัยโรคอาจจะล่าช้าได้ เราต้องบอกหมอให้หมดว่าเราไปทำอะไรมา

การป้องกันและการรักษา
ถ้าใครที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ก็จะทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือดได้ เพราะฉะนั้นพยายามสวมใส่รองเท้าบูต หรือถ้าหากหลีกเลี่ยงการเดินย่ำน้ำย่ำโคลนไม่ได้ ก็พยายามอย่าปล่อยให้เท้ามีแผล และรีบล้างแข้งขาให้สะอาดหลังจากทำงาน

ถ้ามีไข้และมีประวัติสัมผัสดิน ย่ำน้ำย่ำโคลน ควรรีบพบหมอแต่แรก อย่าปล่อยทิ้งไว้นานจะได้รักษาทันเวลา เด้ออออพี่น้อง”

Related Articles

Back to top button