Biznews

ทุนใหญ่กลืนห้างท้องถิ่น ‘เสรีสรรพสินค้า’ จ.ลำปาง ในวันที่ยังยืนหยัดอย่างท้าทาย

เพราะ “เสรีสรรพสินค้า” อยู่คู่ จ.ลำปาง มานานขึ้นปีที่ 44 ซึ่งเวลามากกว่า 4 ทศวรรษนี้ทำให้การประกอบธุรกิจผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านอะไรหลายๆอย่าง จนกลายเป็นมากกว่าห้างท้องถิ่นของคนลำปาง
“44 ปีที่ผ่านมา มันเริ่มเปิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2524 เปิดได้ 2 วัน ปฏิวัติเลยเดือนเมษายน เปิดแรกๆเป็นอาคารพาณิชย์อยู่หน้าลำปางโรงภาพยนตร์ พอปี 2528-2529 ก็ย้ายมาที่นี่ ขยับขยายมาเรื่อยๆ สร้างต่อๆกันมา 5 ครั้งแล้ว” เสรี เจนวานิชกุล หรือ “ป๊าเสรี” ผู้มีชื่อเป็นห้างสรรพสินค้าคนเดียวใน จ.ลำปาง เริ่มเล่าถึงการปลุกปั้นยุคแรกๆ

ลำปางตอนนั้นยังไม่รุ่งเรืองมากนัก ห้างท้องถิ่นที่มีเช่น แฟชั่น,แสงเจริญ, ธารทอง กระทั่งทุกวันนี้เมื่อคู่แข่งหายไปจนเหลือ “เสรีสรรพสินค้า” แห่งเดียว ปัญหาคือห้างต่างถิ่นรุกคืบกลายเป็นทุนใหญ่ที่ทำให้ลำบาก

“บิ๊กซีมาก็กระเทือน แต่โลตัสมาไม่ค่อยกระเทือนเพราะมาไซส์ เล็ก หลังสุดเซ็นทรัลมาก็กระเทือนหน่อย รูปแบบเขามีห้าง เป็นพลาซ่า มีพื้นที่เช่าด้วยครบวงจร เซ็นทรัลผมว่าเขาวางเกมไว้นานแล้ว คุณทศ จิราธิวัฒน์ เขาวางรูปแบบไว้นานแล้ว อยู่ที่จังหวัดไหนไปก่อนไปหลังเมื่อเขาหาทำเลได้”

ย้อนไปเกือบ 30 ปีที่แล้ว ครั้งหนึ่งเสรีสรรพสินค้าเคยขยายกิจการไปสู่ธุรกิจ “มินิเธียเตอร์” บนชั้น 5 ต่อสู้กับทุนต่างถิ่นอย่างบิ๊กซีที่เพิ่งเปิดใน จ.ลำปาง

“แต่เราทำโรงหนังมันก็ลำบากนิดหนึ่งเพราะต้องง้อสายหนัง” ผู้ก่อตั้งห้างเสรีสรรพสินค้า เล่าย้อนถึงช่วงเวลาที่ลองบุกเบิกธุรกิจภาพยนตร์

“ทีแรกสายหนังเขาเช่าที่ฟ้าลานนา แต่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะเป็นโรงใหญ่แบบโบราณ พอมาเช่าบิ๊กซีมันก็กระทบกับเราหน่อย สายหนังนี่มันแปลกมันไม่เหมือนการค้าอื่นๆ ตอนนั้นสายหนังเขาแบ่งภูมิภาคกันเลย อย่างทางใต้ก็เป็นโคลีเซี่ยมฟิล์ม ถ้าภาคตะวันออกก็เอสเอฟ ส่วนเมเจอร์เขาทำเวลโก้ที่ปิ่นเกล้ามาก่อนแล้วไฟไหม้เขาเลยเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นเมืองหนังหน้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้าไม่กี่โรง มีพื้นที่เช่า ร้านอาหาร”

“ตอนนั้นเจ้าของสายหนังภาคเหนือเขาไปเช่าฟ้าลานนาเป็นโรงใหญ่ ส่วนเราเป็นมินิเธียเตอร์โรงเล็กคนก็เลยนิยมกว่าโรงใหญ่ แล้วเขาย้ายมาเช่าที่บิ๊กซี พอเช่าบิ๊กซีเขาก็ไม่ป้อนหนังให้เราแล้ว เราก็ไม่มีหนังฉายเพราะว่าเขาเป็นเจ้าของสายหนังภาคเหนือตั้งแต่ จ.ลพบุรี ขึ้นมา ผมมีหลานเขยอยู่วงการหนังเขาก็ช่วยคุยให้ สุดท้ายมันก็แกล้งอยู่ดี” ป๊าเสรี ย้อนเส้นทางธุรกิจมินิเธียเตอร์ใน จ.ลำปาง ที่ไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะมาก่อน

ป๊าบอกว่าแรกๆ หลานเขยก็ไม่ได้บอกว่าเกี่ยวดองกัน แต่เจ้าของสายหนังสงสัยจนถามว่าภาพยนตร์หลายๆเรื่องที่ซื้อมาทำไมต้องแบ่งมาฉายที่เสรีสรรพสินค้า

“มันก็แกล้งเราอยู่ดี สุดท้ายก็สู้ไม่ได้เลยเลิกไปดีกว่า คือมันแกล้งอย่างนี้ รอบเช้ามันให้เราฉายหนัง 9 โมง เรายังไม่เปิดร้านเลย แล้วให้รอบฉายบ่าย 2-3 โมง ใครจะมาดูหนัง นี่ยังพอรับไหว ส่วนรอบกลางคืนให้เราฉาย 2 ทุ่มนี่เราไหว รอบเช้ากับบ่ายมันไม่ได้อยู่แล้ว สุดท้ายผมก็เลยเลิกเพราะดูแล้วยังไงหนังเขาซื้อมาพอเขาไปเช่าบิ๊กซีลูกค้าก็เริ่มนิยม มินิเธียเตอร์ก็เลยไม่ค่อยมีคน ไม่ป้อนหนังเรา สุดท้ายก็ต้องเลิกไป” ป๊าเล่าเบื้องลึกวันเก่าๆให้ฟัง

ความยากในการทำธุรกิจภาพยนตร์ในอดีตไม่เหมือนทุกวันนี้ที่มีสายหนังเพียง 2 เจ้าคือ เอสเอฟ กับ เมเจอร์

“เมเจอร์ออกต่างจังหวัดครั้งแรกที่ จ.เชียงใหม่ ทำที่ตันตราภัณฑ์แอร์พอร์ต พอเปิดแล้วดีคราวนี้เขาก็ลุยเลย ส่วนสายหนังทางภาคใต้เป็นของคม อัครเดช ชื่อโคลีเซียมที่ยังเหลืออยู่สู้กับเอสเอฟและเมเจอร์” ผู้บุกเบิกธุรกิจภาพยนตร์ใน จ.ลำปาง ยังจำได้แม่นยำ

ป๊าวิเคราะห์ห้างท้องถิ่นของไทยในปัจจุบันอีกว่าถ้าไม่มีซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วให้บิ๊กซีหรือโลตัสเช่าพื้นที่ วันหนึ่งหากทุนใหญ่ถอนออกไปห้างท้องถิ่นก็จะสูญพันธุ์

“ตอนนั้นผมก็เกือบจะให้โลตัสเช่าเหมือนกัน” ป๊าเปิดประเด็นก่อนจะบอกว่า

“โลตัสตอนนั้นมีฝรั่งถือหุ้นอยู่หรืออย่างไรไม่รู้ จะเช่าเรา แต่เขาให้ค่าเช่าเราน้อยมากผมก็เลยไม่รับปาก ที่เขาไปเช่าได้เช่น นครสวรรค์ ขอนแก่น ให้เงินก้อน อย่าง จ.นครสวรรค์ เช่า 14 ปี ให้ 32 ล้านบาท แต่เขาอยู่ไม่ถึง หรอก อยู่แค่ 9-10 ปี แล้วก็ถอน พอถอนแล้วก็เลิก ร้านปรับตัวไม่ทันหรอก คือใครให้โลตัสเช่าแล้วเขาถอนคุณปรับตัวไม่ทัน สุดท้ายคุณก็ต้องเลิกอย่างร้านแฟรี่ ที่ จ.นครสวรรค์ วันนี่เหลือแฟรี่อยู่ที่เดียวคือ จ.ขอนแก่น แต่คนละเจ้าของแล้ว เขามาเสนอผลประโยชน์ให้เราเท่านั้นเท่านี้แต่ผมไม่เอาเพราะให้น้อยมาก เราก็เลยเฉยๆ ถ้าเอาก็เรียบร้อยไปแล้วสาเหตุที่พอถอนแล้วร้านค้าปรับตัวไม่ทันต้องมาเริ่มนับหนึ่งใหม่หลังจากที่เขามาเช่า 10 ปี กว่าจะไปติดต่อบริษัทมันก็ไปไม่รอด เช่น ที่ จ.สุพรรณบุรี นาซ่ามอลล์ ที่ท็อปส์เช่าอยู่พอเซ็นทรัลเปิดโรบินสันช่วงนั้นเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้ขยายสาขา 6 ปีได้พอเขาแข็งแกร่งเริ่มขยายสาขาได้ จังหวัดใหญ่หน่อยเกรดเอจะลงศูนย์การค้าเซ็นทรัล จังหวัดรองลงมาอย่างลำปางเป็นศูนย์เซ็นทรัลห้างโรบินสัน เกรดบี โรบินสันกับเซ็นทรัลต่างกันอย่างไร เซ็นทรัลมีแต่แบรนด์นอกหมดอย่างแอร์โร่ว์ ส่วนโรบินสันเป็นแบรนด์ทั่วไป เช่น เสื้อยี่ห้อโบว์ลิ่ง เครื่องสำอางเทลมี ซึ่งแผนกนำเข้าจากจีนมาตั้งยี่ห้อเอาเอง ต่างกันตรงนี้ ผมเลยมองว่าคุณทศ จิราธิวัฒน์ วางแผนเปิดต่างจังหวัดไว้นานแล้ว คนๆนี้เก่งมาก” ป๊าอธิบายถึงการดำเนินธุรกิจห้างท้องถิ่นในอดีต

ถามถึงความภูมิใจตลอด 44 ปีของห้างเสรีสรรพสินค้า

“ภูมิใจที่เป็นห้างท้องถิ่นเดียวใน จ.ลำปางที่เหลืออยู่ แล้วทั่วประเทศก็เหลือไม่กี่ห้าง อย่างที่บอกถ้าไม่มีซูเปอร์ก็อยู่ไม่ได้ ซูเปอร์เราทำเองก็เลยอยู่ได้ ห้างท้องถิ่นที่ไม่มีซูเปอร์อย่างเชียงราย นครสวรรค์ สุพรรณบุรี พอท็อปส์ถอนก็เรียบร้อยหมด ห้างท้องถิ่นที่ยังเหลือเช่น แจ่มฟ้า วี-สแควร์ ท็อปแลนด์”

ป๊ามองด้วยว่ากฎหมายการทำธุรกิจของประเทศไทยแย่เพราะเอื้อทุนใหญ่

“คุณไปดูเซ็นทรัลทุกวันนี้ธนาคารทำไมเปิดเสาร์อาทิตย์ได้แล้วข้างนอกปิด 3 โมง เอื้อทุนใหญ่หรือเปล่าเซ็นทรัลปิด 6 โมง ลูกค้าก็สะดวกกับเขาเพราะไปธนาคารทีเขาบอกว่าจอดรถยาก ไปเซ็นทรัลจอดรถแล้วไปธนาคารไหนได้หมด กฎหมายบ้านเราเอื้อทุนใหญ่ อย่างอื่นผมไม่ว่านะ แต่ธนาคารเปิดเสาร์อาทิตย์ได้ผมว่ามันไม่ถูก ค่าเช่าก็แพงด้วยนะ ในบิ๊กซี โลตัสธนาคารก็ถอนกันเกือบหมดแล้ว เหลือแต่เซ็นทรัล”

ฐานะนักธุรกิจอาวุโสผู้คร่ำหวอดการบริหารห้างสรรพสินค้าใน จ.ลำปาง ยกตัวอย่างร้านสุกี้ชื่อดังที่ลงทุนในบิ๊กซี โลตัส เซ็นทรัล แต่ไม่ตั้งในห้างท้องถิ่น

“ไม่มีสักแห่งไม่ว่าจะจังหวัดไหนเพราะเขาโตมาจากเซ็นทรัล คุณไปลงบิ๊กซี โลตัสได้ แต่ห้างท้องถิ่นคุณไม่ลง”

เมื่อถามถึงอนาคตของ “เสรีสรรพสินค้า” ป๊าในฐานะผู้ก่อตั้งตอบว่าพยายามประคองให้อยู่ตลอดไป

“ก็อยากจะบอกคนลำปางว่าช่วยอุดหนุนร้านท้องถิ่นให้อยู่คงทนถาวรตลอดไป ให้คู่บ้านคู่เมือง ต้องอาศัยคนท้องถิ่นลำปาง คำพูดที่ว่าช่วยอุดหนุนห้างท้องถิ่นของคนลำปางใช้ได้เฉพาะคนวัยผู้ใหญ่ วัยรุ่นเขาไม่สนใจหรอก ถามว่าเหนื่อยไหม ก็เหนื่อย เพราะเจอการแข่งขันสูง แล้วไฟฟ้าที่ขึ้นกับกระทรวงอะไรสักอย่างเขาบังคับว่าขนาดเนื้อที่ของห้างเกินกว่ากี่ตารางเมตรต้องมีการส่งรายงาน จ้างวิศวกร เราเองเนื้อที่ก็ลดลง พยายามเอาตัวรอดด้วยการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น อย่างที่บอกกฎหมายเอื้อทุนใหญ่ไม่มองสภาพความเป็นจริง ทุนใหญ่กินทุนเล็ก”

ในขณะที่ “สรัญญา เจนวานิชกุล” ทายาทรุ่นที่ 2 ซึ่งต้องสืบทอดต่อธุรกิจเสรีสรรพสินค้า ปัจจุบันเข้าไปทำงานทางการเมืองท้องถิ่นในตำแหน่งสมาชิกสภาเทศบาลนครลำปาง ป๊ายอมรับว่าลูกสาวคนโตเป็นความหวังของการอยู่รอด

“เขาก็คลุกคลีอยู่กับเราทำงานด้วยเราหลายปีก็มารับช่วงต่อไป เราเมื่อถึงวัยหนึ่งก็ต้องหยุดจะไม่ไหว ร่างกายมันก็ต้องถอยไปตามธรรมชาติ ส่วนเรื่องการเมืองท้องถิ่นสักพักถ้างานตรงนี้มากๆก็คงต้องพอได้แล้วมั้ง จะเล่นการเมืองสมัยที่ 2 แล้ว แต่ถ้างานรัดตัวมากๆเข้าเราค้าขาย มันต้องเสียเวลาเยอะ ถึงจุดๆหนึ่งก็ควรจะพอแล้วอยู่ดูแลธุรกิจให้มันพยุง ดูธุรกิจเราดีกว่า” ป๊าฝากบอกถึงลูกสาว

ตลอด 44 ปี ของห้างเสรีสรรพสินค้า ผ่านความเปลี่ยนผัน เคยรุ่งเรืองถึงขีดสุด เป็นห้างที่ได้รับความนิยมจากคนลำปางมากที่สุด ตั้งแต่ทีสีขาวดำกับตู้โทรศัพท์และกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคโซเชียล

แม้ว่าจะผ่านยุคสมัยมานานกว่า 4 ทศวรรษ แต่สิ่งที่ “เสรีสรรพสินค้า” จะไม่มีวันเปลี่ยนคือ ห้างท้องถิ่นที่ดำรงอยู่อย่างมั่นคงเป็นตำนานคู่เมืองลำปาง

BizpromptinfoFanpage และ LampangTimes ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวาระครบรอบ 44 ปี เสรีสรรพสินค้า #ห้างท้องถิ่นของคนลำปาง

#เสรีสรรพสินค้า

Related Articles

Back to top button