Biznews

เปิดประวัติ ‘สาธร ยูนีค ทาวเวอร์’ ตึกร้างสูง 49 ชั้นย่านสาธร

สาธร ยูนีค ทาวเวอร์ (Sathorn Unique Tower) เป็นตึกระฟ้าที่ยังสร้างไม่เสร็จ บนถนนเจริญกรุง ในพื้นที่แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร อาคารนี้ซึ่งวางแผนไว้ว่าเป็นโครงการอาคารชุดสูง ต้องหยุดชะงักลงในระหว่างวิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย พ.ศ. 2540 โดยในขณะนั้นก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 80% ปัจจุบันอาคารสาธร ยูนีค ทาวเวอร์ ถือเป็นอาคารร้างที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร และกลายเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักสำรวจเมือง

ประวัติ
โครงการสาธร ยูนีค ถูกวางแผนให้เป็นอาคารชุดสุดหรูขนาด 47 ชั้น จำนวน 600 ยูนิต อาคารนี้ได้รับการออกแบบและพัฒนาโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ สถาปนิกและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ซึ่งเป็นผู้ออกแบบอาคารในเครือเดียวกับสาธร ยูนีคคือสเตท ทาวเวอร์อีกด้วย โครงการก่อสร้างนั้นเริ่มต้นขึ้นในปีพ.ศ. 2533 มีเจ้าของโครงการคือบริษัท สาธร ยูนีค จำกัด และได้รับการสนับสนุนเงินทุนส่วนมากจากบริษัทหลักทรัพย์ไทยเม็กซ์ การก่อสร้างได้เริ่มต้นขึ้นปีเดียวกัน โดยมี บริษัท สี่พระยาก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง

ในปี พ.ศ. 2536 ผศ.รังสรรค์ ถูกจับกุมในข้อหาร่วมกันวางแผนลอบฆาตกรรมนายประมาณ ชันซื่อ ประธานศาลฎีกาในขณะนั้น แต่ไม่สำเร็จเนื่องจากมือปืนถูกจับกุมได้ก่อน โดยในปี พ.ศ. 2551 ผศ.รังสรรค์ ได้ถูกพิพากษาว่ามีความผิด แต่สุดท้ายศาลอาญากรุงเทพใต้ก็ได้ทำการยกฟ้องในปีพ.ศ. 2553 คดีความดังกล่าวนี้ได้ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการรักษาเงินสนับสนุนโครงการของ ผศ.รังสรรค์ เป็นอย่างมาก และการก่อสร้างอาคารสาธร ยูนีค ก็เผชิญกับปัญหาความล่าช้าหลายครั้งเนื่องจากขาดแคลนเงินทุน

จนกระทั่งเมื่อเกิดวิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย พ.ศ. 2540 ตลาดอสังหาริมทรัพย์เกิดการล้มละลาย เช่นเดียวกันกับบริษัทไฟแนนซ์ต่าง ๆ ที่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการซึ่งก็ประสบปัญหาหนี้สิน โครงการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานครต่างพากันหยุดชะงัก โดยมีอาคารหรูกว่า 300 แห่งที่ถูกทิ้งร้าง แต่อาคารส่วนมากได้สร้างเสร็จสมบูรณ์ในภายหลังจากเศรษฐกิจฟื้นตัว (อาคารสเตท ทาวเวอร์ ก็ถือเป็นหนึ่งในอาคารดังกล่าว) แต่อย่างไรก็ตาม อาคารสาธร ยูนีค กลับถูกทิ้งร้างไว้ในสภาพเดิมนับแต่นั้นจนเป็นที่รู้จักกันในหมู่ของนักท่องเที่ยวต่างชาติในชื่อของ “Ghost Tower” แม้ว่าจะมีความพยายามในเรื่องการตกลงในเรื่องการซื้อขายและการรีไฟแนนซ์อยู่หลายครั้งโดยนายพรรษิษฐ์ ต่อสุวรรณ บุตรชายของผศ.รังสรรค์ที่เข้ามารับช่วงต่อจากบิดา[3] แต่ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากนายพรรษิษฐ์ต้องการที่จะขายอาคารในราคาที่จะสามารถชดเชยเงินต้นให้ผู้ร่วมลงทุนในโครงการ

หลังจากเกิดเหตุอาคารสำนักงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้างพังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวในประเทศพม่าที่ส่งผลกระทบถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรฐานการก่อสร้างทั้งอาคารสำนักงานที่พังถล่มดังกล่าวรวมถึงตึกระฟ้าแห่งอื่น ๆ ที่เกิดรอยร้าวหรือสั่นไหว และนำมาเปรียบเทียบกับอาคารสาธร ยูนีค ที่แม้ถูกทิ้งร้างแต่กลับไม่มีโครงสร้างที่ได้รับความเสียหายมากนัก

วันถัดมา (29 มีนาคม) มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์โพสต์ประกาศขายอาคารสาธร ยูนีค โดยตั้งราคาเริ่มต้นที่ 4,000 ล้านบาท และ 4 วันหลังจากนั้น (2 เมษายน) ผู้ใช้ดังกล่าวกลับระบุว่าตึกดังกล่าวถูกขายออกเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม บรรจง ชีวมงคลกานต์ ผู้ประกาศข่าวช่องเวิร์คพอยท์ ระบุในเวลาต่อมาว่าผู้ใช้ดังกล่าวมีพิรุธเนื่องจากลบโพสต์ดังกล่าวและปิดบัญชีเฟซบุ๊กของตนอย่างรวดเร็วหลังจากเป็นประเด็นเกิดขึ้น และมีผู้เล่าเพิ่มว่า ผศ.รังสรรค์ ไม่ได้ขายอาคารสาธร ยูนีค และกำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

ในที่สุด ในวันเดียวกัน ตามโพธ ต่อสุวรรณ บุตรชายของ ผศ.รังสรรค์ ได้ระบุว่าบิดาของตนมิได้ประกาศขายอาคารสาธร ยูนีค ตามที่นายหน้ารายดังกล่าวโพสต์ไว้แต่อย่างใด เนื่องจากมีข้อพิพาทและคดีความเป็นจำนวนมากที่ต่อเนื่องมาจากวิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย พ.ศ. 2540 และเชื่อว่าบิดาจะดำเนินคดีดังกล่าวทั้งหมดต่อไปจนกว่าบิดาจะเสียชีวิต

อาคารสาทร ยูนีค ทาวเวอร์ตั้งอยู่ในเขตสาทร ตัวอาคารใกล้กันกับถนนเจริญกรุง ซึ่งอยู่ระหว่างซอย 51 กับ 53 เยื้องกับวัดยานนาวา โดยเป็นบริเวณที่ใกล้กับจุดสิ้นสุดถนนสาทรใต้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สะพานตากสิน ตัวอาคารได้รับการออกแบบให้มีทั้งหมด 49 ชั้น (รวมชั้นใต้ดินสองชั้น) มีพื้นที่รวม 2 ไร่ เชื่อมติดกับอาคารที่จอดรถสูงสิบชั้น ในการออกแบบนั้น ผศ.รังสรรค์เป็นที่รู้จักจากรูปแบบการออกแบบอาคารที่มักจะใช้ โดยอาคารแห่งนี้ได้เลือกใช้องค์ประกอบของความเป็นศิลปะกรีก-โรมันสมัยใหม่เหมือนกับตึกสเตท ทาวเวอร์ โดยเฉพาะในส่วนของเสาและระเบียง ก่อนที่การก่อสร้างทั้งหมดจะหยุดชะงักลง การก่อสร้างได้เสร็จสิ้นไปกว่า 80-90 เปอร์เซ็นต์ ตัวโครงสร้างหลักของอาคารที่เสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อยและได้รับการยืนยันในเรื่องความปลอดภัยแข็งแรงของโครงสร้างแล้ว อย่างไรก็ตาม งานออกแบบภายในและการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานนั้นเพิ่งจะเริ่มต้นไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และงานส่วนกำแพงและรายละเอียดต่างๆเองก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชั้นบนของอาคาร

อาคารแห่งนี้ได้กลายมาเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความท้าทาย และยังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกด้วย แม้จะมีการปิดไม่ให้บุคคลใดเข้าถึงตัวอาคาร แต่ก็มีรายงานว่าผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปในตัวอาคารได้ด้วยการให้สินบนกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใต้อาคาร และในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2557 อาคารแห่งนี้กลับมาเป็นที่พูดถึงกันอีกครั้งหลังจากที่มีการพบศพชายชาวสวีเดนในสภาพแขวนคอ เสียชีวิตบนชั้นที่ 43 โดยสาเหตุการเสียชีวิตนั้นได้มีการยืนยันว่าเป็นการฆ่าตัวตาย ซึ่งทางสำนักข่าวหลายแห่งก็ได้มีการตั้งข้อสงสัยถึงความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยของอาคารแห่งนี้

ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2558 นายพรรษิษฐ์ ต่อสุวรรณ ซึ่งได้เข้ามาเป็นหนึ่งสมาชิกบอร์ดบริหารของบริษัทสาทร ยูนีค จำกัด ได้เปิดเผยว่าได้ทำการแจ้งความข้อหาบุกรุกอาคารสถานที่แก่บุคคลทั้งหมด 5 คน ที่ได้โพสต์รูปและคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการเข้ามาในอาคารลงบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งในจำนวนนี้ยังรวมไปถึงชาวต่างชาติสองคนที่ได้ทำวิดีโอที่พวกเขาแสดงการวิ่งฟรีรันนิ่งบนตึกแห่งนี้

นายพรรษิษฐ์ได้กล่าว่าเขาต้องการให้การแจ้งความครั้งนี้เป็นตัวอย่างและหยุดยั้งคนที่จะเข้ามาปีนป่ายบนตึกที่มีความอันตราย เขาได้ระบุเพิ่มว่าจำนวนผู้เข้ามาในตัวอาคารอย่างผิดกฎหมายนั้นเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมาเนื่องจากมีการเผยแพร่เรื่องอาคารแห่งนี้ในโลกออนไลน์กันมากขึ้น โดยในบางสัปดาห์นั้นมีผู้เข้าไปยังตัวอาคารมากกว่าหนึ่งร้อยคน ซึ่งตนก็ไม่สามารถห้ามไม่ให้ยามรับสินบนจากผู้เข้าชมตึกได้เนื่องจากไม่สามารถเฝ้าตึกด้วยตัวเองตลอดทั้งวัน

อย่างไรก็ตาม ในปีพ.ศ. 2560 นายพรรษิษฐ์ได้อนุญาตให้มิวเซียมสยามจัดการสัมมนาที่ตัวอาคาร ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการระลึก 20 ปีของวิกฤติเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังอนุมัติให้ จีดีเอช (GDH) ใช้สถานที่แห่งนี้เป็นฉากสำคัญในภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง เพื่อน..ที่ระลึก อีกด้วย

นักท่องเที่ยวต่างชาติมักจะรู้จักและเรียกชื่ออาคารแห่งนี้กันว่า “Ghost Tower” และเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความท้าทายและต้องการถ่ายภาพมุมสูง

Related Articles

Back to top button