ถอยสะกดยังไง!’เสถียร เสถียรธรรมะ’ลั่น ปีหน้าเบียร์กลุ่มคาราบาว หยุดขาดทุนแน่นอน

แม้ปากจะบอกว่า ‘ทำตลาดเบียร์มา 2 ปี ไม่น่ารนหาที่เลย’ แต่ทว่าในใจลึกๆ ของ ‘เสถียร เสถียรธรรมะ’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มคาราบาวยังคงอัดแน่นไปด้วยแรงสู้ แรงฮึดอยู่เต็มเปี่ยมแม้ว่าวันนี้อายุอานามล่วงเลย 70 ปีแล้วก็ตาม
เจ้าพ่อคาราบาวยืดอกยอมรับอย่างไม่อายว่า การก้าวสู่สมรภูมิเบียร์ในไทยมูลค่า 2 แสนล้านบาทในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไม่สวยหรูเท่าไหร่นัก แถมยังเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม จนส่งผลให้ต้องแบกตัวเลขขาดทุนหลัก 1,000 ล้านบาท
อุปสรรคสำคัญของเบียร์คาราบาว-เบียร์ตะวันแดง คุณเสถียร บอกว่า ด้วยการที่เป็นผู้เล่นน้องใหม่ที่มีพี่ใหญ่ห้อมล้อมทำให้ไม่สามารถขยายช่องทางจำหน่ายได้มากนัก โดยเฉพาะในช่องทางค้าปลีกรายใหญ่ เนื่องจากกลุ่มคาราบาวมีธุรกิจค้าปลีกจึงถูกมองว่าเป็นคู่แข่งโดยตรง ประกอบกับเบียร์รายเดิมในตลาด มีเครือข่ายที่แข็งแกร่ง ที่แทรกซืมเข้าไปยากทำให้เบียร์ของกลุ่มคาราบาว มีช่องทางจำหน่ายจำกัด ส่งผลให้ยอดขายไม่ดีเท่าที่ควร
อย่างไรก็ตาม เสถียร มั่นใจว่า ในปี 2569 เบียร์ของกลุ่มคาราบาว จะกลับมายิ่งใหญ่และหยุดภาวะกลืนเลือดได้อย่างแน่นอน เนื่องจากระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เรียนรู้และแก้ปัญหามาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการขยายช่องทางจำหน่ายใหม่ ๆ ได้เพิ่มมากขึ้น เช่น ช่องทางออนพรีมิส ผับ บาร์ ร้านอาหาร จนยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นทุกเดือน
ในเชิงโครงสร้างการผลิต ปัจจุบันคาราบาวมีกำลังการผลิตรวม 300 ล้านลิตรต่อปี เพิ่มขึ้นจากเดิม 200 ล้านลิตร แต่ยังใช้ประสิทธิภาพเพียง 20% เท่านั้น

ล่าสุด การเปิดตัว เบียร์สด (Draft Beer) จะช่วยเติมเต็มจิ๊กซอว์ธุรกิจ โดยเน้นเจาะกลุ่มผับ บาร์ และโรงแรมระดับ 4–5 ดาว ซึ่งให้กำไรสูงกว่าเบียร์ขวดที่มีราคาอ้างอิงชัดเจน
นอกจากการเจรจา ชิงเต่า เพื่อขยายตลาดจีนแล้ว ยังได้เจรจากับ Guangzhou Wanglaoji Great Health Industry เจ้าของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพร แบรนด์ หวังเหล่าจี๋ (Wang Laoji) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของนัฐวิสาหกิจจีน Guangzhou Pharmaceutical Holdings Ltd. ที่นับว่าเป็นยักษ์ใหญ่ในจีน เพื่อหาลู่ทางขยายตลาดในจีนด้วย
นอกจากนี้ การที่กลุ่มคาราบาว มีสินค้าเครื่องดื่มหลากหลาย และมีเป้าหมายก้าวสู่ตลาดโลก โดยเฉพาะเครื่องดื่มชูกำลังคาราบาวแดง ที่ปูทางสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลกด้วยการต่อสัญญา Carabao Cup ฟุตบอลถ้วยชื่อดังของอังกฤษ อีก 3 ปี กับ English Football League (EFL) จากเดิมที่จะสิ้นสุดในปี 2567 จะทำให้คาราบาวเป็นสปอนเซอร์หลักฟุตบอล Carabao Cup ไปจนถึงปี 2570
อีกแผนงานสำคัญที่จะเดินเครื่องปีหน้าคือ การปรับโมเดลธุรกิจต่างประเทศใหม่ เพื่อบุกตลาดอย่างจริงจัง และสร้างการเติบโตในระยะยาว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมทุน การให้สิทธิทำตลาดในประเทศนั้น ๆ ไปจนถึงการแต่งตั้งดีลเลอร์ โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปี 2569
ในส่วนของธุรกิจค้าปลีกภายใต้ชื่อ ซีเจ ที่มีทั้งซีเจ มอร์, ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต และซีเจ เอ็กซ์เพรส เสถียร เล่าอย่างภาคภูมิใจว่า เป็นขาธุรกิจที่เติบโตทุกปีไม่ต่ำกว่า 30% และมีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ขยายสาขาเพิ่มกว่า 450 สาขา และในปีหน้าตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มอีก 600 สาขา
จากเป้าหมายดังกล่าว ทำให้ยอดขายของซีเจ เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่าจะมียอดขาย 6 หมื่นล้านบาท และเพิ่มเป็น 8 หมื่นล้านบาทในปี 2569 และแตะหลักแสนล้านบาทได้ในปี 2570
ภาพรวมผลประกอบการของกลุ่มคาราบาวปี 2568 คาดว่าจะมีรายได้จากกลุ่มธุรกิจค้าปลีกประมาณ 1 แสนล้านบาท เครื่องดื่มชูกำลัง 2 หมื่นล้านบาท สุราข้าวหอม 1 หมื่นล้านบาท และกลุ่มธุรกิจเบียร์ 4,000-5,000 ล้านบาท
เสถียรทิ้งท้ายว่า ‘การทำเบียร์เหมือนขุดบ่อทราย ต้องลงแรงมาก กว่าจะได้ผลลัพธ์ แต่เราก็ยังเชื่อว่าเบียร์ของเรามีคุณภาพ และตลาดจะยอมรับในที่สุด’



