Biznews

วิเคราะห์ ‘CRG’ซื้อหุ้น ‘ลัคกี้ สุกี้’จุดแข็ง จุดอ่อน เสริมธุรกิจเครือเซ็นทรัลอย่างไร

บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ซึ่งอยู่ในเครือ เซ็นทรัลพัฒนา (Central CRC) ได้เข้าลงทุนซื้อหุ้นในบริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด เจ้าของแบรนด์ ลัคกี้ สุกี้ (Lucky Suki) และ ลัคกี้ บาร์บีคิว (Lucky BBQ) ถือเป็นดีลสำคัญในตลาดร้านอาหารบุฟเฟต์

💰 การเข้าซื้อหุ้น
ผู้ซื้อ: บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ในเครือ CENTEL / Central CRC

สัดส่วนการซื้อ: 40% ของหุ้นทั้งหมด

มูลค่าการลงทุน: ประมาณ 940 ล้านบาท

มูลค่ากิจการ (หลังการซื้อ): ประมาณ 2,350 ล้านบาท

ระยะเวลาดำเนินการ: คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2568

📍 ข้อมูล Lucky Suki (ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2568)
จำนวนสาขา (รวม): 38 สาขา

ลัคกี้ สุกี้ (Lucky Suki): 27 สาขา

ลัคกี้ บาร์บีคิว (Lucky BBQ): 11 สาขา

ผลประกอบการที่น่าสนใจ (เติบโตสูง):

ปี 2565: รายได้ 80 ล้านบาท, กำไร 3 ล้านบาท

ปี 2566: รายได้ 409 ล้านบาท, กำไร 46 ล้านบาท

ปี 2567: รายได้ 1,015 ล้านบาท, กำไร 108 ล้านบาท

เป้าหมายปี 2568: รายได้ 2,000 ล้านบาท, รวม 42 สาขา

💪 จุดแข็งและจุดอ่อนของ Lucky Suki
✅ จุดแข็ง
การเติบโตอย่างก้าวกระโดด: มีรายได้และกำไรเติบโตอย่างรวดเร็วใน 3 ปี สะท้อนการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค

ความคุ้มค่าและราคาเข้าถึงง่าย: เป็นแบรนด์บุฟเฟต์ที่เน้นความคุ้มค่า (Mass Market) ในระดับราคาที่แข่งขันได้ดีกับคู่แข่งรายใหญ่ในตลาดสุกี้-ชาบู

คอนเซ็ปต์และแบรนดิ้งชัดเจน: ใช้ธีม “ความโชคดี” (Lucky) และสีแดง สร้างบรรยากาศที่แตกต่าง และสื่อสารกับผู้บริโภคชาวไทยได้ง่าย

รูปแบบการดำเนินงาน: เปิดให้บริการยาวนาน (เช่น 10:30 – 02:00 น.) เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่เลิกงานดึกหรือกลุ่มที่ไม่สะดวกทานตอนกลางวัน

ความแปลกใหม่/นวัตกรรม: เริ่มจากการทำร้านที่ไม่มีกรอบจำกัด ทำให้กล้าลองทำสิ่งใหม่ๆ เช่น การนำสเลอปี้และของทอดมาให้บริการในบุฟเฟต์

❌ จุดอ่อน/ความท้าทาย
การแข่งขันสูง: ตลาดสุกี้-ชาบูบุฟเฟต์มีการแข่งขันที่ดุเดือดมาก ทั้งจากรายใหญ่และคู่แข่งในระดับราคาเดียวกัน

การบริหารจัดการเพื่อรองรับการขยายตัว: การเติบโตเร็วจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการคุณภาพมาตรฐานของอาหาร การบริการ และการควบคุมต้นทุนให้รัดกุมในทุกสาขาที่กำลังจะขยาย

การทำโปรโมชั่น: การแข่งขันด้านโปรโมชั่นอาจเป็นสงครามราคาที่ต้องระวังการตอบโต้จากคู่แข่ง

📈 การเสริมธุรกิจเครือเซ็นทรัล (CRG)
การเข้าซื้อหุ้น Lucky Suki ของ CRG (Central Restaurants Group) เป็นการเคลื่อนไหวทางกลยุทธ์ที่สำคัญ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอธุรกิจร้านอาหารของกลุ่มเซ็นทรัลในหลายมิติ:

มิติการเสริมธุรกิจ รายละเอียด
1. เติมเต็มพอร์ตโฟลิโอ CRG มีแบรนด์อาหารหลากหลาย (เช่น KFC, Mister Donut, Ootoya) แต่ยังขาดแบรนด์สุกี้บุฟเฟต์ระดับกลางที่กำลังเป็นที่นิยมและมีการเติบโตสูง การมี Lucky Suki เข้ามาจะเติมเต็มช่องว่าง (Gap) ในตลาดนี้ และเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดสุกี้-ชาบูมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท
2. สร้าง Synergy ด้านทำเล CRG/เซ็นทรัล มีเครือข่ายศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ การนำ Lucky Suki เข้ามาอยู่ในอาณาจักรจะช่วยให้แบรนด์ขยายสาขาได้รวดเร็วขึ้น ตามทำเลศักยภาพของกลุ่มเซ็นทรัล เช่น ในศูนย์การค้าหรือพื้นที่เช่าที่กลุ่มมีอำนาจต่อรองสูง
3. ใช้ความเชี่ยวชาญ CRG สามารถใช้ความเชี่ยวชาญด้าน การบริหารจัดการธุรกิจอาหารขนาดใหญ่ (Operation Management), เทคโนโลยี (เช่น ระบบสมาชิก, Data Analytics), และ การจัดซื้อจัดจ้าง (Economies of Scale) เพื่อสนับสนุนให้ Lucky Suki เติบโตได้ตามเป้าหมาย (รายได้ 2,000 ล้านบาทในปี 2568) และควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. เจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ Lucky Suki ดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่เน้นความคุ้มค่า โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และผู้บริโภคที่มองหาร้านอาหารที่เปิดถึงดึก ซึ่งช่วยขยายฐานลูกค้าของ CRG ให้กว้างขึ้น นอกเหนือจากแบรนด์เดิม

โดยสรุปแล้ว ดีลนี้เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย โดย Lucky Suki ได้รับเงินทุนและเครือข่ายการขยายสาขาที่แข็งแกร่ง ส่วน CRG ได้แบรนด์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและมีศักยภาพในการแข่งขันสูงเข้ามาเสริมทัพ

Related Articles

Back to top button