Columnist

แอพพลิเคชั่น Pay All ขายตรง หรือ แชร์ลูกโซ่

แอพพลิเคชั่น Pay All
ขายตรง หรือ แชร์ลูกโซ่

ธนก บังผล

เมื่อไม่นานมานี้ ตำรวจกองปราบได้เข้าจับกุมเจ้าแม่แชร์ลูกโซ่ ระดับประเทศ อายุเพียง 22 ปี มีเงินถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารกว่า120 ล้านบาท

ผู้ต้องหาให้การในชั้นสอบสวนว่า เริ่มต้นจากการปล่อยเงินกู้นอกระบบธรรมดาทั่วไปตั้งแต่หลักพัน กระทั่งได้ตั้งเป็นเครือข่ายในลักษณะการประกอบธุรกิจที่ให้ค่าตอบแทนสูง โดยตั้งในรูปแบบให้ร่วมลงทุนธุรกิจอาหารส่งออก ,ธุรกิจซื้อขายรถยนต์หุ้นละ 3,000 บาท และจ่ายเงินปันผลร้อยละ 600 บาทต่อสัปดาห์ หรือร้อยละ 18 ต่อสัปดาห์ และร้อยละ 72 เดือน โดยมีเงื่อนไขจะแบ่งปันผลตอบแทน 3 ครั้ง แต่ส่วนใหญ่จะได้รับครั้งแรก ในขณะที่ครั้งที่ 2 และ 3 จะสูญเงินไปทั้งหมด

ที่น่าสนใจว่าเด็กอายุเพียง 22 ปี เอาความคิดอย่างนี้มาจากไหน เธอบอกว่ามีเครือข่ายธุรกิจที่ระดมเงินจากสมาชิกแค่ จ.สงขลา และกรุงเทพฯ ทำมาราว 1 ปี มียอดเงินสูงสุด 120 ล้านบาท โดยเงินที่ระดมมาได้ทั้งหมดจะนำไปปล่อยกู้ต่อ แต่เป็นเพราะระยะหลังไม่สามารถเก็บดอกเบี้ย และเงินต้นได้จึงไม่มีเงินนำมาจ่ายค่าตอบแทนให้แก่สมาชิกก่อนที่จะล่มลงทั้งระบบ

เธอก้าวเข้าสู่ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ด้วยการทำทีชักชวนเหยื่อรายอื่นๆในสื่อโซเชียลมีเดีย

ผู้ต้องหาอีกรายหนึ่งที่ทางกองปราบสามารถจับตัวได้ สารภาพว่าหลอกลวงเหยื่อให้นำเงินไปร่วมลงทุนทำธุรกิจลักษณะแชร์ลูกโซ่ โดยติดต่อกันผ่านทางเฟซบุ๊ก และแอพพลิเคชั่นไลน์ ในชื่อกลุ่ม “ออมหุ้น By Looknok”

จะเห็นได้ว่า “ไลน์” กลุ่มหรือการชักชวนกันเข้าไปในไลน์ที่หลอกให้ลงทุนนั้น มีอยู่กลาดเกลื่อนรอเพียงแค่ผู้เสียหายจะตกหลุมเข้าไปถูกหลอกเมื่อไหร่เท่านั้น

เมื่อดูกรณีของ “Pay All” ที่ใช้วิธีการสร้างแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนเพื่อให้คนเข้าไปโหลด โดยระบุว่าเป็นแอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้การจ่ายค่าบริการต่างๆเป็นไปด้วยความสะดวกสบายเพียงปลายนิ้ว

ปัญหาของ Pay All มีอยู่ 2 ประเด็นหลักที่ต้องพิจารณา คือ 1. ประกอบธุรกิจซื้อขายผ่านระบบอิเลคทรอนิกส์ผิดกฎหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ไม่ได้จดทะเทียน 2. มีผู้ไปลงทุนแล้วไม่ได้รับตามสัญญา ซึ่งกรณีนี้ถ้าเป็นจริง การเอาแอพพลิเคชั่นมาชวนคนลงทุน และมีคนเข้ามาลงทุนก็อาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.การเล่นแชร์ ซึ่งโทษจะรุนแรงกว่า เพราะถือเป็นความผิดทางอาญา

ทั้งนี้ ฟิล์ม รัฐภูมิ ออกมายอมรับสารภาพว่าได้ประกอบธุรกิจที่ยังไม่ได้จดทะเบียนจริง หมายความว่าความผิดได้สำเร็จแล้ว แต่กรณีที่จะเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่หรือไม่นั้น อยู่ในขั้นตอนการสอบสวน ทำให้ปัจจุบันเจ้าตัวถูกออกหมายเรียกเข้าให้ปากคำกับตำรวจแล้ว หากยังไม่มาภายใน 7 วันก็จะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ก่อนจะออกหมายจับหากยังละเลย

อย่างไรก็ตาม ข้อความจากแถลงการณ์จากทางเพย์ ออล ฉบับที่ 1 มีข้อที่น่าสังเกต ให้ขบคิด คือ ฟิล์ม รัฐภูมิ ระบุว่าระหว่างที่กำลังอยู่ในช่วงดำเนินการตามคำแนะนำของ ธปท. อยู่นี้ สมาชิกสามารถซื้อสินค้าได้เหมือนเดิม โดยให้ชำระเงินตามมูลค่าสินค้าที่ต้องการซื้อ และแนบหลักฐานส่งทางไลน์ จะมีเจ้าหน้าที่หลังบ้านดำเนินการให้เป็นการชั่วคราว , การซื้อสินค้าเริ่มต้นแบบ VIP สามารถชำระเงินได้ตามที่กล่าวมา และ คอมมิชชั่นโอนเข้าบัญชีธนาคารของสมาชิก

น่าจะทำให้ชัดเจนว่าระบบธุรกิจประเภทนี้เป็นแชร์ลูกโซ่หรือไม่

เนื่องจาก ตำรวจกองปราบได้เคยจับกุมคดีแชร์ลูกโซ่อยู่บ่อยครั้ง เคยถามผู้เสียหายตรงๆว่าโอนเงินไปให้กับเจ้ามือแชร์เพราะอะไร คำตอบสั้นๆคือ คิดว่าจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับการลงทุน

ธุรกิจขายตรงที่เราคุ้นเคยกันสมัยนี้ คือการขายประกันชีวิต ซึ่งต้องโปร่งใส เป็นธรรม มีธรรมาภิบาล ตาม พรบ.ขายตรง พ.ศ.2550ในขณะที่มีธุรกิจบางประเภทที่ใช้รูปแบบเดียวกัน ให้ผลประโยชน์ต่อสมาชิกที่ขายได้เกินยอดด้วยการเพิ่มตำแหน่งและค่าคอมมิชชั่น แต่ระบบการดำเนินการนั้นคือแชร์ลูกโซ่ชัดเจน

ก่อนที่จะลงทุนกับบริษัท หรือแอพพลิเคชั่นอะไร โปรดศึกษาและตรวจสอบให้ชัดเจนจนกระจ่าง โดยเฉพาะการลงทุนจากการชักชวนในไลน์นั้น ควรระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง

(ขอบคุณภาพประกอบจาก sanook.com และ smeleader)

Related Articles

Back to top button