10 เทคนิคทางรอด “SMEs ไทยยุค 4.0”
สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ จัดกิจกรรมสัมนา “เทคนิคทางรอดเอสเอ็มอีไทยปรับตัวยุค 4.0” ชี้! เป็นกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านเชิงลึกในการประกอบธุรกิจจากผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ตรง ในการเตรียมความพร้อมและพัฒนาศักยภาพในการแข่งขัน ทั้งภายในและระหว่างประเทศภายใต้เศรษฐกิจยุคใหม่
2.สร้างบุคลิกให้แบรนด์ ตราบใดที่แบรนด์แข็งแรง ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ธุรกิจของคุณก็ยังคงอยู่ ดังนั้น การสร้างภาพจำให้แบรนด์จึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คุณต้องสร้างบุคลิกภาพให้แบรนด์เพื่อให้ผู้คนจดจำ เช่น แบรนด์ลินอราว (Lyn Around) มีบุคลิกเป็นผู้หญิง สดใส, แบรนด์มูจิ (MUJI) จะเป็นคนเรียบร้อย ส่วนแบรนด์แอปเปิล (Apple) ดูเป็นคนล้ำนำเทรนด์ โดยการสร้างภาพจำนั้นสามารถทำได้ตั้งแต่การตั้งชื่อแบรนด์ เลือกสี ไปจนถึงการออกแบบแพ็กเกจจิ้งให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้ภาพจำของแบรนด์แข็งแรง โดดเด่นท่ามกลางสินค้าประเภทเดียวกัน
3.สร้าง Story ให้แบรนด์ เรื่องราวที่น่าสนใจจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้สินค้าหรือธุรกิจของคุณได้ ต้องยอมรับว่า ทุกวันนี้ลูกค้าไม่ได้ซื้อสินค้าเพราะสินค้ามีคุณภาพเพียงอย่างเดียว แต่ซื้อเพราะเรื่องราวของแบรนด์ ว่า มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจ หรือ ยิ่งใหญ่ แปลกใหม่แค่ไหน ถ้าสังเกตให้ดี คุณจะพบว่า แบรนดังใหญ่ ๆ ระดับโลก ล้วนมีเรื่องเล่า มีประวัติที่น่าสนใจทั้งนั้น เช่น หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton), แอปเปิล (Apple), เฟซบุ๊ก (Facebook) และแบรนด์อื่น ๆ อีกมากมาย
4.สร้างความรู้สึกคุ้มค่า ลูกค้าจะจ่ายเงินซื้อของกับสิ่งที่จะทำให้เขารู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป โดยที่สินค้าและบริการเหล่านั้นอาจมีวิธีการนำเสนอที่แตกต่างกันไป อยู่ที่ว่าคุณขายอะไร ถ้าคุณขายสินค้าที่ต้องใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ รูปภาพต้องสวย วิดีโอต้องดี แต่ถ้าคุณขายสินค้าที่ต้องใช้เหตุผลในการตัดสินใจ เวลาสื่อสารต้องให้รายละเอียดที่ครบครัน เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความรู้สึกเชื่อถือและคุ้มค่าแก่การซื้อ
5.รวบรวม Big Data ตั้งแต่สร้างแบรนด์ใหม่ ๆ การเก็บรวบรวมข้อมูลลูกค้า หรือ Big Data นั้น สำคัญมาก เพราะต้นทุนการรักษาลูกค้าเก่านั้นถูกกว่าการหาลูกค้าใหม่ เช่น การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลด หรือ การเอาใจใส่ลูกค้าในการอวยพรวันเกิด เป็นต้น ที่สำคัญ คุณสามารถนำข้อมูล หรือ Big Data ของลูกค้าไปต่อยอดได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค วิเคราะห์แนวโน้มและสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ในหลายมิติ ทำให้มองเห็นโอกาสที่มากกว่า เพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน

6.ตามทันเทคโนโลยีดิจิทัล การที่คุณมีธุรกิจ หรือ ขายอะไรสักอย่าง คุณต้องรู้เท่านั้นยุคสมัย หรือ มีความรู้เรื่องเทคโนโลยีด้วย อย่างตอนนี้ เราเข้าสู่ยุคดิจิทัลแบบเต็มตัว เพื่อให้การสื่อสารแบรนด์เป็นไปอย่างตรงจุด คุณจำเป็นต้องมีช่องทางออนไลน์เพื่อติดต่อลูกค้า หรือเป็นช่องทางขายสินค้าด้วย เพราะทุกวันนี้ ทุกคนสื่อสารกันผ่านโซเชียลมีเดีย ดังนั้น หากคุณอยากให้ธุรกิจไปได้รอดในยุค 4.0 นี้ จึงไม่มีข้ออ้างที่คุณขายสินค้าโดยวิธีออฟไลน์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป นอกจากนี้ คุณต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ขั้นพื้นฐานของการทำคอนเทนท์ หรือ กราฟิกดีไซน์ เพราะ 2 สิ่งนี้ จะช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้คนจดจำ และสร้างเครือข่ายระหว่างแบรนด์ของคุณกับผู้บริโภคได้อีกด้วย
7.อย่าปล่อยให้ลูกค้ารอนาน ในปัจจุบันต้องบอกได้เลยว่า ความเร็วและการตอบกลับแบบทันทีทันใด ทำให้ลูกค้าพึงพอใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะใครที่ทำธุรกิจออนไลน์ ความเร็วในการตอบกลับความคิดเห็นหรือข้อความของลูกค้านั้น เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะหากคุณปล่อยให้ลูกค้ารอนาน โอกาสในการขายของคุณก็จะลดลงไปด้วย เพราะลูกค้ามีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนใจไปซื้อร้านอื่นที่ตอบไวกว่านั่นเอง
8.รับฟังเสียงของลูกค้า การรับฟังข้อแนะนำ หรือ การตำหนิ ในข้อเสียของแบรนด์จากลูกค้า คุณควรรีบนำมาปรับปรุงและแก้ไข แม้จะมีคำตำหนิจากลูกค้าเพียงคนเดียวก็อาจจะทำให้ลูกค้าคนอื่น ๆ รู้สึกไม่ดีต่อแบรนด์ไปด้วย อย่ามองข้ามปัญหาของลูกค้าว่าเป็นเพียงปัญหาเล็ก ๆ จนท่องจำไว้เสมอว่า “ลูกค้า คือ พระเจ้า” ดังนั้น เมื่อคุณได้รับข้อเสนอแนะหรือข้อตำหนิจากลูกค้าแล้ว ก็ควรรีบปรับปรุงทันที เพื่อให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจและไว้วางใจแบรนด์มากขึ้น
9.สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า การทำธุรกิจ หรือแม้กระทั่งการสร้างแบรนด์ การสื่อสารและการสร้างประสบการณ์ที่ดีระหว่างคุณกับลูกค้า เป็นสิ่งสำคัญ เพราะการตัดสินใจว่า แบรนด์นั้นน่าสนใจ หรือ เลือกสินค้าแบรนด์นั้น ๆ อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับเหตุผลหรืออารมณ์ของลูกค้าเพียงอย่างเดียว ยกตัวอย่างจากกรณีของ Zappos แบรนด์ขายรองเท้าออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีลูกค้าขอคืนรองเท้า แต่เลยกำหนดเวลา เพราะคุณแม่เสียชีวิต ทาง Zappos จึงส่งรองเท้าคู่ใหม่ไปให้ถึงบ้านแบบฟรี ๆ พร้อมทั้งส่งโน้ตและดอกไม้เพื่อแสดงความเสียใจอีกด้วย สิ่งที่ Zappos ทำ แสดงให้เห็นว่า แบรนด์ของเขาเป็นมากกว่าร้านขายรองเท้า แต่ยังเป็นเหมือนเพื่อน คนใกล้ชิด ที่เคียงข้างลูกค้าทุกเวลาอีกด้วย
10.จริงใจต่อลูกค้าดีที่สุด คงไม่แปลกที่ใคร ๆ ก็ชอบคนจริงใจ ลูกค้าก็เช่นกัน เป็นเรื่องแปลกที่จะบอกว่า “ให้ยอมรับกับลูกค้าตรง ๆ หรือ บอกข้อมูลที่เป็นจริงแก่ลูกค้า เมื่อมีข้อผิดพลาด” อาจคิดว่าจะทำให้ดูไม่ดีในสายตาลูกค้าหรือเปล่า แต่เชื่อเถอะ การทำเช่นนี้จะทำให้ลูกค้าไว้วางใจและเข้าถึงแบรนด์คุณได้มากขึ้น ดังนั้น แบรนด์ไหนที่จริงใจ เปิดเผยข้อมูลแบบไม่กั๊กจะทำให้ได้ใจลูกค้า ยังไม่พอ ยังได้ความประทับใจที่จะถูกส่งต่อไปยังคนใกล้ชิดของลูกค้าเหล่านั้น ทั้งแบบปากต่อปาก หรือผ่านโซเชียลมีเดีย จนทำให้แบรนด์ของคุณถูกรู้จักเพิ่มมากขึ้น
ลองนำไปปรับใช้กับธุรกิจของท่านกันดู เชื่อแน่ว่าความสำเร็จน่าจะไม่ไกลเกินเอื้อม



