สนามปราบเซียนตัวจริง ! “โตคิว พาราไดซ์” ประกาศปิดตัวปีหน้า
สร้างความฮือฮาให้วงการห้างสรรพสินค้าเมืองไทยอีกครั้งกับการประกาศปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับค้าปลีกข้ามชาติแดนปลาดิบอย่าง ห้างสรรพสินค้า “กรุงเทพ-โตคิว พาราไดซ์ พาร์ค” ถนนศรีนครินทร์ที่เพิ่งเปิดให้บริการได้เพียง 3 ปี เท่านั้น ภายใต้การบริหารของบริษัท พีพี รีเทลคอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ดำเนินกิจการห้างสรรพสินค้ากรุงเทพ-โตคิว พาราไดซ์ พาร์ค ที่ยอมรับว่าตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาประสบปัญหาขาดทุนมาโดยตลอด จำเป็นต้องหยุดให้บริการ โดยเลือกช่องทางประกาศปิดกิจการผ่านโซเชียลมีเดียให้ลูกค้าประชาชนรับทราบโดยทั่วกัน ใจความว่า
“ทางบริษัทฯ มีความเสียใจที่จะต้องแจ้งให้ท่านทราบว่า ห้างสรรพสินค้ากรุงเทพ-โตคิว พาราไดซ์ พาร์ค จะเปิดให้บริการวันสุดท้าย ณ วันที่ 31มกราคม พ.ศ. 2562
ห้างสรรพสินค้ากรุงเทพ – โตคิว พาราไดซ์ พาร์ค เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ.2558 ในรูปแบบห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นและเมื่อไม่นานมานี้ ได้เพิ่มสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น อาทิผัก ผลไม้ตามฤดูกาล เสื้อผ้าแฟชั่น สินค้าเพื่อสุขภาพ อาหารญี่ปุ่น และเป็นห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่ นแห่งเดียวในย่านศรีนครินทร์ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าอย่างมาก”
ทางบริษัทขออภัยในความไม่สะดวกดังกล่าวและขอขอบคุณลูกค้าผู้มีอุปการะทุกท่าน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนและขอบคุณผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน ทางห้างสรรพสินค้ากรุงเทพ-โตคิว พาราไดซ์ พาร์ค ได้จัดโปรโมชั่นและลดราคาสินค้าพิเศษสินค้าต่างๆ จึงขอเชิญชวนลูกค้าทุกท่านมาใช้บริการที่ห้างสรรพสินค้ากรุงเทพ-โตคิวพาราไดซ์ พาร์ค ก่อนจะปิดทำการถาวร”

เป็นที่ทราบกันดีว่าในธุรกิจห้างสรรพสินค้าในเมืองไทย ห้างจากญี่ปุ่นค่อนข้างจะมีความเคลื่อนไหวน้อยมาก ท่ามกลางสถานการณ์การแข่งขันอย่างดุเดือด ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือห้าง “โตคิว” ที่ยืนหยัดเปิดให้บริการในใจกลางเมืองมายาวนาน ซึ่งก่อนหน้านี้เปิดให้บริการเพียงสาขาเดียวที่ศูนย์การค้ามาบุญครองเซ็นเตอร์ ก่อนจะขยายมาโซนกรุงเทพฯตะวันออกดังกล่าว

สำหรับความเป็นมาของห้างสรรพสินค้าโตคิว พาราไดซ์ พาร์คนั้น เป็นการลงทุนภายใต้บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด(มหาชน) ที่ทุ่มงบ 3,200 ล้านบาท เพื่อปัดฝุ่นห้างเสรีเซ็นเตอร์ บนถนนศรีนครินทร์ ให้เป็น “พาราไดซ์ พาร์ค” รองรับประชากรที่อยู่อาศัยในย่านนั้นซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงโดยดึงห้างสรรพสินค้า “โตคิว” หวังช่วยดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้เข้ามาช็อปปิ้งมากขึ้น จึงเกิดเป็นบริษัทร่วมทุนในสัดส่วน 50/50 ลงทุนพัฒนาโตคิว พาราไดซ์ พาร์ค มูลค่าประมาณ 400 ล้านบาทบนพื้นที่ 13,000 ตารางเมตร 2 ชั้น

มร.ทาคาชิ ฮายาโนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีที รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้บริหาร ห้างสรรพสินค้ากรุงเทพ-โตคิว เคยบอกในวันเปิดตัววันแรกถึงเหตุผลในการขยายมายังย่านกรุงเทพฯตะวันออกในครั้งนั้นว่า จากการขยายตัวของสังคมเมืองหลวงในปัจจุบัน ส่งผลให้พื้นที่รอบนอกของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ในเขตประเวศ สวนหลวง ศรีนครินท์ พัฒนาการ และบางนา เป็นทำเลที่มีกลุ่มคนรายได้สูงและครอบครัวระดับ เอ และ บี ที่มีอำนาจในการจับจ่ายอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีการขยายตัวของโครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัย และยังเป็นเส้นทางรถไฟฟ้าในอนาคต ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพอย่างมากสำหรับธุรกิจค้าปลีก เราจึงมองเห็นโอกาสทางธุรกิจขยายสาขาของห้างสรรพสินค้า

กับจุดเด่นอยู่ที่แนวคิด GIFT for MYSELF ที่เน้นความเป็นห้างสรรพสินค้าไลฟ์สไตล์ ตอบสนองการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ด้วยการคัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มีความหลาก หลายเป็นที่ต้องการของลูกค้า และการตกแต่งบรรยากาศญี่ปุ่น ซึ่งทำให้ “ห้างสรรพสินค้ากรุงเทพ–โตคิว พาราไดซ์ พาร์ค” แห่งนี้มีความแปลกใหม่และมีชีวิตชีวามากเป็นพิเศษ พร้อมตั้งเป้าเป็นห้างอันดับหนึ่งในใจนักช็อปฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก
อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ของผู้บริหารห้างสรรพสินค้ากรุงเทพ-โตคิว พาราไดซ์ พาร์ค ผิดคาดไปถนัด เนื่องจากตัวเลขจากกรมพัฒนาธุรกิจทางการค้ารายงานว่า ผลประกอบการตั้งแต่ปี 2558-2560 มีผลประกอบการดังนี้
ปี 2558 รายได้รวม 108,561,571 บาท ขาดทุน 65,438,507 บาท
ปี 2559 รายได้รวม 212,945,381 บาท เพิ่มขึ้น 96.15% ขาดทุน 89,906,295 บาท ติดลบ 37.40%
ปี 2560 รายได้รวม 188,035,949 บาท ลดลง 11.70% ขาดทุน 154,290,103 บาท ติดลบ 71.61%
ไม่ต่างจากพันธมิตรที่ร่วมทุนคือ บริษัท พาราไดซ์ รีเทล จำกัด ผลการดำเนินงานช่วง 3 ปีที่ผ่านมาลดลงไม่ต่างกัน ดังนี้
ปี 2558 รายได้รวม 128,220,225 บาท กำไรสุทธิ 7,379,172 บาท
ปี 2559 รายได้รวม 113,697,110 บาท ลดลง 11.33% กำไรสุทธิ 16,085,552 บาท เพิ่มขึ้น 117.99%
ปี 2560 รายได้รวม 108,924,798 บาท ลดลง 4.20% ขาดทุน 139,380,650 บาท ติดลบ 966.50%
จากตัวเลขสีแดงดังกล่าวบวกกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กระแสช้อปออนไลน์มาแรงจนยากที่จะหลีกเลี่ยงคงพอตอบข้อสงสัยได้เป็นอย่างดีแล้วว่า เหตุใด ห้างสรรพสินค้ากรุงเทพ-โตคิว พาราไดซ์ พาร์ค จึงต้องจำยอมโบกมือลาค้าปลีกเมืองไทยซึ่งถือเป็นสนามปราบเซียนไปอีกหนึ่งราย



