DP World ซึ่งดำเนินงานผ่านบริษัทร่วมทุน แหลมฉบัง อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินัล จำกัด (LCIT) ได้รับการต่ออายุสัญญาสัมปทานอีก 5 ปีในการดำเนินการท่าเทียบเรือคอนเทนเนอร์ B5 ในท่าเรือแหลมฉบัง ทั้งนี้เพื่อความราบรื่นในการดำเนินงาน ณ ประตูการค้าระหว่างประเทศที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย สัญญาดังกล่าวได้รับอนุมัติจากการท่าเรือแห่งประเทศไทย (PAT) และจะมีผลตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2569 ถึงเดือนเมษายน พ.ศ. 2574 แสดงให้เห็นถึงบทบาทอันสำคัญของ DP World ในการขับเคลื่อนและยกระดับการค้าในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
LCIT เป็นผู้บริหารจัดการท่าเทียบเรือ B5 และ C3 ในท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งนับเป็นท่าเรือน้ำลึกที่สำคัญและเป็นศูนย์กลางการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ท่าเทียบเรือเหล่านี้สามารถรองรับเรือได้พร้อมกันสูงสุด 4 ลำตลอดแนวเทียบท่ายาว 900 เมตร และมีสถานีบรรจุและแยกตู้คอนเทนเนอร์ (CFS) ภายในท่าเป็นพื้นที่ถึง 4,420 ตร.ม. ในปีพ.ศ. 2568 LCIT เป็นผู้สร้างสถิติใหม่ด้วยการขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์รวม 1.936 ล้านหน่วยเทียบเท่าตู้คอนเทนเนอร์ 20 ฟุต (TEU) ซึ่งนับเป็นปริมาณต่อปีสูงสุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท
Glen Hilton ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัท DP World ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “การขยายสัมปทานที่ท่าเรือแหลมฉบังในครั้งนี้จะช่วยให้การบริการลูกค้าของเราเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพในช่วงเวลาที่ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันและความซับซ้อนที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยการรักษาประสิทธิภาพและความเป็นเลิศในการดำเนินการร่วมกับพันธมิตรของเราอย่าง LCIT เราจึงสามารถขับเคลื่อนการขนส่งสินค้าในเส้นทางการค้าที่สำคัญได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการส่งเสริมการเติบโตทางธุรกิจและความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของทั้งประเทศไทยและทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก”
สัญญาสัมปทานนี้จะช่วยให้ DP World เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและขับเคลื่อนความยั่งยืน ณ ท่าเรือแหลมฉบังได้อย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ. 2568 มีการนำรถขนถ่ายสินค้าไฟฟ้า (eITV) มาใช้งานที่ LCIT ซึ่งสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 60% เมื่อเทียบกับรถที่ใช้น้ำมันดีเซล ทั้งยังช่วยให้การขนถ่ายสินค้ามีความรวดเร็วมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนการพัฒนาเพิ่มเติมในปีพ.ศ. 2569 ซึ่งได้แก่ การติดตั้ง eITV, รถยกตู้คอนเทนเนอร์ไฟฟ้า รวมถึงรถยกตู้คอนเทนเนอร์เปล่าไฟฟ้าเพิ่มเติม
นอกจากการดำเนินงานที่ท่าเรือแหลมฉบังแล้ว DP World ยังมีเครือข่ายโลจิสติกส์แบบครบวงจรทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งทางรถแบบข้ามพรมแดน โลจิสติกส์ภาคพื้นดิน และการรับส่งสินค้าระหว่างประเทศ อีกทั้งเมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทยังได้เปิดให้บริการลานตู้คอนเทนเนอร์ที่เชื่อมต่อกับระบบรางรถไฟในจังหวัดขอนแก่น โดยให้บริการขนส่งทางรถไฟไปยังท่าเรือแหลมฉบังสามเที่ยวต่อสัปดาห์เพื่อรองรับผู้ส่งออกและพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย บริการและโซลูชันเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการค้าภายในประเทศและการส่งออกของไทยโดยช่วยให้การเคลื่อนย้ายสินค้าและวัสดุต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่นตั้งแต่ท่าเรือไปจนถึงพื้นที่แนวหลังท่าเรือภายในประเทศ รวมถึงตลาดอื่นๆ ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก