Biznews

ทำไม?น้ำท่วมกรุงเทพฯบ่อย.. จะป้อง กันได้อย่างไร?

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งสำคัญและเป็นที่รู้จักกว้างขวางในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิและประธานชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เฟสบุ๊คระบุว่า 
..โอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ครั้งต่อไปนั้นมีอยู่ตลอดเวลาและมีความเสี่ยงสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงฤดูมรสุม(สิงหาคม–ตุลาคม)ของทุกปี

1.สาเหตุของน้ำท่วมกทม.
1.1.ผลรวมจาก “4 น้ำ”คือน้ำฝน น้ำเหนือ น้ำหนุน และน้ำรอการระบาย
ปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสุดขั้วทำให้เกิดฝนตกหนักรุนแรงในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งบ่อยครั้งเกินขีดความสามารถที่ท่อระบายน้ำเดิมของกทม.จะรับได้ (ระบบเดิมรับได้ประมาณ 60 มม./ชม.) ขณะที่ปริมาณน้ำท่าจากภาคเหนือปริมาณมากไหลหลากลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยามักจะเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ในช่วงเวลาเดียวกับที่มีน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้การระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยทำได้ช้ามากเกิดน้ำรอการระบาย
1.2. โครงสร้างสภาพของกรุงเทพฯ
– แผ่นดินทรุดโดยกรุงเทพฯ ทรุดตัวลงต่อเนื่องจากการสูบน้ำบาดาลในอดีตและน้ำหนักของตึกรามบ้านช่อง พื้นที่บางจุดจึงอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล นอกจากนี้กทม.ยังมีสภาพเป็นแอ่งกะทะซึ่งต้องใช้ระบบสูบน้ำออกจากเมือง
– การขยายตัวของเมือง ทำให้พื้นที่สีเขียวและบึงรับน้ำตามธรรมชาติลดลง กลายเป็นคอนกรีตและถนน ทำให้น้ำฝนไม่สามารถซึมลงดินได้
– พบว่ามีขยะพลาสติกและสิ่งปฏิกูลอุดตันท่อระบายน้ำและฝาท่อ ทำให้ประ สิทธิภาพการระบายน้ำลดลงอย่างมาก
2.แนวทางการป้องกันและการแก้ไข (Prevention & Mitigation)
การแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ ต้องใช้วิธีการแบบบูรณาการทั้งโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการ
2.1.เพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ
– ก่อสร้างอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ (Subterranean Drainage Tunnels) เพื่อเร่งผันน้ำจากคลองสายต่างๆ ออกสู่ทะเลโดยตรง
-ลอกท่อระบายน้ำ ขุดลอกคลองและกำจัดขยะอย่างสม่ำเสมอเพื่อเปิดทางน้ำ
– เพิ่มสถานีสูบน้ำและติดตั้งเครื่องสูบน้ำประสิทธิภาพสูงในจุดเสี่ยง
2.2.พัฒนาพื้นที่รับน้ำและหน่วงน้ำ (Retention Areas)
-บริหารจัดการ “แก้มลิง” หรือบึงรับน้ำรอบกรุงเทพฯ เพื่อชะลอน้ำก่อนเข้าสู่ใจกลางเมือง
-เพิ่มพื้นที่สีเขียวซึมซับน้ำ (Sponge City) เช่น สวนสาธารณะที่สามารถกักเก็บน้ำได้เมื่อฝนตกหนัก
2.3.ระบบป้องกันน้ำหลากและน้ำหนุน
– สร้างและเสริมความแข็งแรงของคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาและแนวป้องกันตลิ่ง
-พัฒนาประตูกั้นน้ำตามคลองสาขาเพื่อป้องกันน้ำจากแม่น้ำไหลย้อนกลับเข้าเมือง
– ควบคุมผังเมืองโดยห้ามสร้างสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางน้ำไหล (Floodways)
– ฟื้นฟูป่าชายเลนบริเวณชายฝั่งตอนใต้เพื่อเป็นแนวป้องกันคลื่นทะเล
– ศึกษาการสร้างประตูกั้นน้ำทะเล (Tidal Gate)หรือกำแพงกันน้ำทะเลหนุนบริเวณอ่าวไทยตามแบบอย่างนวัต กรรมของต่างประเทศ
2.4.เทคโนโลยีและการเตือนภัย
– ใช้ระบบดาวเทียม+เรดาร์ตรวจจับฝนและแบบจำลองคอมพิวเตอร์โดยทำ งานร่วมกับระบบ AI และ Big Data คาดการณ์สภาพอากาศเฉพาะแห่งได้อย่างแม่นยำ
– ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดระดับน้ำในคลองแบบ Real-time เพื่อสั่งการเปิด- ปิดประตูระบายน้ำได้ทันท่วงที
-ระะบบแจ้งเตือนประชาชนผ่านแอป พลิเคชันและสื่อออนไลน์อย่างรวดเร็ว เพื่อให้เตรียมพร้อมรับมือหรือหลีกเลี่ยงเส้นทางน้ำท่วมขัง
3.มี10เขตของกทม.ที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมสูงสุด เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและระบบท่อระบายน้ำคอขวด เช่น คลอง เตย, บางเขน, บางซื่อ, ดอนเมือง, ลาด พร้าว, มีนบุรี,ปทุมวัน,สะพานสูง, บาง คอแหลมและบางรัก/ธนบุรีมีโอกาสเกิดน้ำท่วมขังทันทีหากมีฝนตกหนักเกิน 40 -60 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง

Related Articles

Back to top button
X