Bizthink
ใครเคยอยู่ในสภาพนี้บ้าง!ภาวะ “Brownout” กรณีศึกษา “ภาวะหมดใจ” แต่ไฟยังมี!
ก่อนหน้านี้เราได้เรียนรู้ภ าวะหมดไฟ หรือ “Burnout” กันไปแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่าภาวะ “Brownout” ก็เป็นสภาวะสำคัญที่ทำให้เก ิดปัญหาในการทำงาน
.
“Brownout” เป็นอาการของคนทำงานที่รู้ส ึกเหนื่อยหน่ายไม่มีความสุข ทุกข์ทนกับเงื่อนไขและระบบข ององค์กร และมักจะไม่แสดงอาการให้เห็ น มีแต่เจ้าตัวที่รู้ว่า ตัวเองจะมีอาการเหมือนถูกกด ดันตลอดเวลา และความสัมพันธ์กับคนรอบตัว ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ #แต่ก็รอดมาได้ #และไม่ตาย #ยังสามารถทำงานได้ตามปกติ ทว่า ความผูกพันกับองค์กร (Engagement) จะน้อยลงไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็ลาออกจากองค์กรไปใ นที่สุด
.
เรียกง่ายๆว่า “Brownout” คือภาวะหมดใจแต่ยังมีไฟในกา รทำงาน แต่ “Burnout” คือภาวะหมดไฟและหมดใจกับทุก สิ่งทุกอย่างในการทำงานนั้น เอง แต่ไม่น่าเชื่อว่า ผลจากการสำรวจของ HBR พบว่า อัตราส่วนในการลาออกของจากภ าวะ“Brownout”นั้นมีสูงถึง 40% มากกว่าภาวะ “Burnout” ที่มีเพียง 5%เท่านั้น
.
เพราะเงินอาจไม่ใช่การแก้ปั ญหา
.
หลายๆครั้งที่ HR หรือ “หัวหน้างาน” มักจะติดกับดักที่ว่า เมื่อหมดใจก็ให้ “Rewards” เพื่อแก้ไขปัญหา แต่ทว่าบางอย่างเงินก็ซื้อไ ม่ได้ .
.
เพราะว่าถ้าไม่มีใจให้เงินม ากแค่ไหนก็ไปอยู่ดี
.
“Brownout” เป็นอาการของคนทำงานที่รู้ส
.
เรียกง่ายๆว่า “Brownout” คือภาวะหมดใจแต่ยังมีไฟในกา
.
เพราะเงินอาจไม่ใช่การแก้ปั
.
หลายๆครั้งที่ HR หรือ “หัวหน้างาน” มักจะติดกับดักที่ว่า เมื่อหมดใจก็ให้ “Rewards” เพื่อแก้ไขปัญหา แต่ทว่าบางอย่างเงินก็ซื้อไ
.
เพราะว่าถ้าไม่มีใจให้เงินม

.
จริงๆ แล้ว ใครควรแก้ปัญหาภาวะ “Brownout” ?
.
HR หรือ หัวหน้างาน ?
.
คำตอบ คือ #ทุกคนในองค์กรนั่นแหละที่ต
.
เพราะการที่พนักงานจะมี engagement กับองค์การได้ บรรยากาศในการทำงานถือว่าเป
.
เพราะเราต่างก็รู้กันดี ว่า #เรื่องงานไม่หนักหนาเท่าเร
.
HR ในฐานะตัวแทนขององค์กร ก็ต้องหมั่นทบทวนภาพรวมของร
.
หัวหน้างาน ก็ต้องสื่อสารทิศทางการทำงา
.
พนักงานเอง ก็ต้องทำหน้าที่ของตนให้ดี มีทัศนคติที่เหมาะสมในการทำ
.
หากต่างคนทำหน้าที่ของตนเอง
.เครดิตคุณอุดมศักดิ์ แชร์มาให้อ่านอีกทีค่ะ🙏
Cr . Supattra Paopiamsap