Columnist
เตรียมใช้ชีวิตใน พรก.ฉุกเฉิน
เตรียมใช้ชีวิตใน พรก.ฉุกเฉิน
ธนก บังผล
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการประกาศ Lockdown ปิดห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร สถานบันเทิง ฯลฯ เป็นเวลา 22 วัน คือจุดเริ่มต้นในการเคลื่อนตั วของประชากรจำนวนมากและทำให้ตั วเลขของผู้ติดเชื้อ โควิด-19 พุ่งสูงขึ้นทันที
โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่ างจังหวัด
ซึ่งผมคิดเอาเองว่า รัฐบาลคงคาดไม่ถึงเมื่ อมาตรการพยายามให้ประชาชนกักกั นตัวเองอยู่กับบ้านหลีกเลี่ยงพื้ นที่เสี่ยงนั้น สร้างแรงกระเพื่อมจากกลุ่มคนที่ เรียกได้ว่าเป็นกระดูกสันหลั งของเศรษฐกิ จในยามซบเซามากขนาดนี้
เพราะถ้าคาดการณ์เอาไว้แล้ว เราจะไม่เห็นฝูงชนเดินทางกลับต่ างจังหวัดมโหฬารขนาดนี้ครับ
ถามว่าเป็นมาตรการที่ดีหรือไม่ ก็ต้องตอบว่าดี แต่ขั้นตอนรวมถึงวิธีสื่ อสารของรัฐบาลนั้นทำให้เกิ ดความไม่ชัดเจน ลักลั่น สับสน
พอจำนวนผู้ติดเชื้อต่างจังหวั ดเพิ่มขึ้น ก็ไม่แก้ที่ต้นเหตุ คือไม่มีการคัดกรองบุคคลที่เดิ นทางมาจากกทม.อย่างเป็นระบบ
ในแต่ละจังหวัดก็ต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างปิด บางจังหวัดก็สั่งปิดห้างสรรพสิ นค้า สถานบันเทิง ร้านอาหาร บางจังหวัดก็ไม่ปิด คือไม่เป็นเอกภาพ และปฏิบัติกันไปในแนวทางเดียว
ครับ… ในขณะที่บางคนก็ช่างพูดยากพู ดเย็น กับการจะให้มีจิตสำนึกสาธารณะ ทั้งเรื่องอยู่บ้านหรือกลุ่มเสี่ ยงกักตัวเองเฝ้าดูอาการ ไม่เป็นพาหะออกไปแพร่เชื้อ
จากที่ควรต้อง Lockdown ก็เลยทำให้ขณะนี้บางจังหวั ดกลายเป็นความวุ่นวายโกลาหล เมื่อดูจากตัวเลขของผู้ติดเชื้ อที่เพิ่มขึ้นก็เห็นเช่นนั้ นนะครับ
เมื่อเห็นว่าสถิติการติดเชื้ อสูงขึ้น ก็มีประกาศจะใช้ พระราชกำหนดการบริ หารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พรก.ฉุกเฉิน) พ.ศ.2548 ในวันที่ 26 มี.ค.
เหมือนบอกให้ประชาชนทำใจเนิ่ นๆว่า เมื่อประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน แล้วชีวิตประจำวันจะเปลี่ยนไป
ซึ่ง พรก.ฉุกเฉิน นี้ที่ผ่านมาบังคับใช้ในจังหวั ดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอดครับ
พอจะนำมาใช้ทั่วประเทศ จึงมีคนไม่เห็นด้วยอยู่พอสมควร โดยเฉพาะมาตรา 9 ที่ระบุว่า
– ห้ามออกจากบ้านตามเวลาที่กำหนด
– ห้ามชุมนุม
– ห้ามเสนอข่าวให้ประชาชนเกิ ดความหวาดกลัวหรือบิดเบือนข่าว
– ห้ามใช้ยานพาหนะหรือเส้ นทางคมนาคมหรือใช้ได้ตามที่ กำหนด
– ห้ามมีการใช้อาคาร
– อพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง
นอกจากนี้พอบังคับใช้แล้ว จะทำให้ประชาชนไม่สามารถฟ้องร้ องเอาผิดเจ้าหน้าที่ได้ เจ้าหน้าที่สามารถปิดล้อม ตรวจค้น จับกุมได้ สามารถจับกุมตัวโดยไม่ต้องมี หมายจับ ตรวจสอบการสื่อสารได้ทุกรูปแบบ ออกคำสั่งเรียกบุคคลมารายงานตั วได้ และรัฐสภาสอบถามไม่ได้

มนุษย์โซเชียลก็จะต่อต้านหน่ อยเพราะ พรก.ฉุกเฉิน บังคับการเผยแพร่ข่าวสารที่ กระทบต่อความมั่นคง
แต่ตลกร้ายของประเทศไทยวันนี้ คือ รัฐมนตรีกระทรวงที่เกี่ยวข้ องโดยตรงยังคงแชร์ Fake news อยู่เลย
เหมือนว่า พรก.ฉุกเฉินจะออกมาเพื่อบังคั บให้ทุกพื้นที่ ทุกจังหวัดอยู่ภายใต้กฎระเบี ยบเดียวกัน
ซึ่งไม่ว่าจะกฎอัยการศึกหรือ พรก.ฉุกเฉิน ตอนนี้ก็ช้าไปแล้วครับ เพราะการระบาดของเชื้อโควิด-19 ปัจจุบันเลยคำว่า “เอาอยู่” มานานแล้ว
แต่ก็ลองดูครับ ดีกว่าไม่มีระเบียบอะไรเลย เพราะมนุษย์บางประเภทก็ต้องใช้ ไม้แข็งบังคับเช่นกัน
ให้ผมคาดเดานะครับ ในวันที่26 มี.ค. อาจมีการออกมาตรการบังคับห้ ามออกจากเคหะสถานในยามวิกาลตั้ งแต่ 22.00น.ถึง 05.00น. โดยให้ทหารสนธิกำลังกับตำรวจตั้ งด่านตรวจ
กำหนดเวลาห้ามเดินทางข้ามจังหวั ด หากไม่มีกิจอันควรหรือความจำเป็ นเร่งด่วนจริงๆ
รถโดยสาร รถไฟ อาจถูกระงับบ้าง ส่วนพ่อค้าแม่ค้าตลาดสดกระทบกั บการทำมาหากินแน่นอน เมื่อเศรษฐกิจฐานรากหยุดเคลื่ อนไหว ผมเกรงว่าอาชญากรรม ปล้น ชิงทรัพย์จะมากขึ้น
เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไรครับ ทุกคนล้วนมีส่วนที่ต้องรับผิ ดชอบด้วยกันทั้งสิ้นมากบ้างน้ อยบ้าง แต่ที่ต้องเน้นย้ำเลยคือความล้ มเหลวในการจัดการปัญหาของรัฐบาล
ความพยายามที่จะทำตัวชิลๆ ของรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ที่ออกมาบอกว่าไข้หวัดธรรมดา
แม้แต่อธิบดีกรมควบคุมโรคยั งหลุดโลก
และการสื่อสารของรัฐบาลที่มาสู่ ประชาชนแบบไร้ทิศทาง สะเปะสะปะ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาหลักในวิ กฤตครั้งนี้เลยนะครับ
หลายเรื่องหลายประเด็น ตั้งแต่ การกักตุนหน้ากากอนามัย การจำหน่ายสินค้าเกินราคา จนกระทั่งสั่งปิดร้ านอาหารและทำให้ประชาชนกักตุ นอาหาร

อย่างไรก็ตาม ชีวิตภายใต้ พรก.ฉุกเฉิน ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับคนส่ วนใหญ่นะครับ หากเราจำเป็นต้องควบคุมการแพร่ ระบาดให้ได้เร็วที่สุด วิธีนี้น่าจะเป็นทางออกที่ เหมาะสมก็เป็นได้
เมืองอู่ฮั่นศูนย์ กลางการระบาดปิดเมืองมาแล้ วจนเอาชนะการระบาดได้สำเร็จ
เพียงแต่อำนาจในมื อของทหารจะมากหน่อย และเราเห็นแล้วว่าเวลาอำนาจอยู่ ในมือของทหารมันดูไม่น่าไว้ วางใจ… ใช่ไหมครับ
ถ้าพรก.ฉุกเฉิน หรือกฎอัยการศึก ประกาศบังคับใช้เพื่อยับยั้ งการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด- 19 อย่างจริงจัง ตั้งใจ ผมเชื่อว่า1เดือนจากนี้ตั วเลขของผู้ติดเชื้อจะลดลงอย่ างแน่นอน
แต่…ถ้ากฎหมายฉบับนี้ถู กนำไปใช้กับประเด็นอื่น เช่น เป็นเครื่องมือในการข่มเหงรั งแกประชาชน ปิดกั้นเสรีภาพในการรับรู้ข่ าวสาร ทำลายผู้เห็นต่าง
หากเป็นเช่นนั้น รัฐบาลนี้จะพาประเทศไปสู่วิ กฤตในวิกฤตอีกยาวนานอย่างแน่ นอนครับ
สุดท้ายครับ ระหว่างที่บังคับใช้กฎหมายกั นอย่างเข้มงวดสิ่งที่จำเป็นต้ องทำให้เร็วที่สุดคือมาตรการเยี ยวยาชาวบ้านตาดำๆ
อย่าให้ใครเขาว่าเอาได้ว่ าพอเห็นตลาดหุ้น ตลาดทุน ทรุดเข้าหน่อยก็รีบอุ้มทันที
ส่วนตาสีตาสาปล่อยให้เผชิ ญชะตากรรมตัวใครตัวมัน