Columnist

เมื่อแฟนคลับขอเยียวยา​จาก “ดารา-นักแสดง”

เมื่อแฟนคลับขอเยียวยา​จาก “ดารา-นักแสดง”

‘ธนก​ บังผล’
      เพราะสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19​ ทำให้รัฐบาลต้องประกาศ​ Lockdown​ ขอความร่วมมือประชาชนอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ​ รวมถึงมาตรการต่างๆที่ออกมาบังคับใช้ส่งผลกระทบโดยตรงกับการค้าขายและสถานประกอบการ​ คนทำมาหากินขาดรายได้​
        มีคนจำนวนไม่น้อยนะครับที่หวังพึ่งเงินเยียวยาจากค่าประกันการใช้ไฟฟ้า​, น้ำประปา​ หรือแม้แต่​ 5,000​ บาท​ จาก”เราไม่ทิ้งกัน”
        ซึ่งความจริงที่เจ็บปวดคือหลายคนไม่เข้าเกณฑ์​ ไม่ได้รับเงินจากมาตรการเยียวยาอะไรเหล่านี้ของรัฐบาลเลยแม้แต่บาทเดียว​ แค่จะหาข้าวกินแต่ละมื้อยังไม่รู้จะเอามาจากไหน
         จะขายของออนไลน์​ผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อบวกกับค่าขนส่งที่แพงก็ทำให้สินค้ายิ่งแพงขึ้น​ แล้วในสภาพเศรษฐกิจหยุดชะงักอย่างนี้ลูกค้าก็เลยยิ่งหายาก​
          เมื่อการเยียวยาของรัฐบาลเข้าไม่ถึงคนที่เดือดร้อนจริงๆ​ มันก็พาลให้บรรยากาศของประเทศมันหดหู่นะครับ​ ข่าวสารต่างๆก็มีแต่ความลำบากของชาวบ้าน
       ในขณะที่คนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียง​ เป็นดารานักแสดง​ร้านอาหารส่งเมนูมาประเคนถึงบ้านแบบเหลือกินเหลือใช้เพื่อให้ถ่ายภาพรีวิวในอินสตาแ​กรม​ พร้อมทั้งยังได้เงินจากจำนวนผู้ติดตาม​ และยอดวิว​ ยอดไลก์  
       ความแตกต่างระหว่าง​ “โอกาส” นั้นมีช่องว่างที่กว้างเหลือเกิน​
        แรกๆผมก็รู้สึกนะครับว่าโอกาสตรงนี้มันทำร้ายจิตใจพอสมควร
        ใครจะไปคิดละครับว่าดาราถ่ายภาพอาหารรีวิวอยู่ดีๆ​ ก็มีคนส่งข้อความเข้าไปขอความช่วยเหลือซะงั้น
        เมื่อคนหนึ่งขอคนหนึ่ง​ ก็เลยเริ่มมีอีกหลายคนเข้าไปขออีกหลายคน​ จนตอนนี้ดารากลายเป็นแหล่งเยียวยาใหม่ของแฟนคลับไปแล้ว
         กรณีนี้ผมต้องขอออกตัวก่อนเลยครับว่าไม่เห็นด้วยอย่างแรง​ กับการกระทำแบบนี้
         เพราะสิ่งที่จะตามมาในไม่ช้าคือความวุ่นวาย​ ความลำบากใจ​ และมิจฉาชีพที่พร้อมจะแฝงตัวเข้าไปตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จอีกเพียบ
        ถ้าดาราทำเฉยๆไม่รู้ไม่ชี้​ ก็ถูกด่าว่าไม่มีน้ำใจ​ แล้วถ้าช่วยเหลือคนหนึ่งแต่ไม่ช่วยอีกคนหนึ่งก็ไม่ยุติธรรม​ จะให้ช่วยทุกคนที่ขอ… เละครับงานนี้
        ผมไม่รู้ว่าต่างประเทศจะมีกรณีแบบพี่ไทยหรือเปล่านะครับ​ ต่อให้มีก็น้อยเต็มที​ ส่วนมากเขาจะระดมทุนผ่านกิจกรรมแล้วนำไปแจกให้กับผู้เดือดร้อนที่เขาตั้งใจจะบริจาค
        เรื่องจะมาขอกันส่วนตัวนั้นมันอ่อนไหวและเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชนที่กำลังมองอยู่
         อย่างล่าสุดแคมเปญ​ One​ World​ Together​ at​ Home​ คอนเสิร์ตระดมทุนเพื่อช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ที่มีศิลปินระดับโลกมาร่วมกัน​ มันเห็นภาพความช่วยเหลือ​ “ส่วนรวม” ที่ดีกว่าครับ
        ผมคิดว่าเหล่าศิลปินดารานักแสดงของไทยเรา​ ไหนๆก็ถูกขอความช่วยเหลือแล้ว​ รวมตัวกันเลยครับแล้วประกาศเลยว่าให้กับคนที่เดือดร้อนจริงๆ​ ช่วยทั้งทีก็ให้ถึงคุณยายที่เคยขายขนมไข่ริมทางฟุตบาท​ คุณตาที่เคยซ่อมรองเท้าข้างถนน​
        ส่วนคนที่มีสมาร์ทโฟน​ เล่นเฟซบุ๊ก​ ไอจีได้อยู่ก็ลำดับความสำคัญถัดไป​
          เมื่อดารานักแสดงรวมกันอย่างนี้จะไม่ตกเป็นที่ครหาของแฟนคลับ​
          อาหารที่กินกันเหลือๆ​ นั้นก็กินให้น้อยลง​ แบ่งให้มากขึ้น​ นอกจากถ่ายภาพอาหารแล้ว​ ก็ให้ถ่ายตอนเอาไปบริจาคหรือเอาอาหารไปแบ่งคนที่อดอยากบ้าง
         ไม่อย่างนั้นก็จะมีกรณีขอความช่วยเหลือแบบส่งตรงกันจนไม่สามารถช่วยกันได้
          ส่วนเรื่องเงินหาอยากบริจาคช่วยเหลือก็ให้เน้นๆเป็นกรณีที่ความช่วยเหลือของรัฐไปไม่ถึงจริงๆ
         เอ่อ… ทั้งๆที่นี่ไม่ใช่หน้าที่ของประชาชนที่ต้องมาพึ่งพากันเองเลยนะครับ​
         หน้าที่ของรัฐบาลล้วนๆ​ แต่ไม่รู้ว่ารัฐบาลนี้จะเคยมองเห็นความเดือดร้อนของชาวบ้านอย่างจริงใจหรือเปล่า        สส.​ กับส.ว.​ ที่มีก็พึ่งพาอะไรไม่ได้​ รัฐบาลก็กะปลกกะเปลี้ย​ ไม่รู้ว่าเมาหมัดหรือไร้ความสามารถในการบริหารประเทศ
        แต่ก็นั่นละครับ​ ผมเน้นย้ำเรื่องโอกาสที่คนเดือดร้อนเข้าไม่ถึงการเยียวยา
        ดารานักแสดงอยู่ได้มีกินมีทุกวันนี้ก็เพราะประชาชนชื่นชมสนับสนุน​ ในเวลาที่บ้านเมืองวิกฤตเราต้องช่วยกันคิดเสียว่าเป็นคนไทยเหมือนกัน
        ผมไม่สนับสนุนการช่วยเหลือแบบส่งตรงเป็นรายบุคคลครับ​ ไม่ใช่เพราะมีอคติ​ แต่เกรงจะตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพมากกว่า
        ดาราจะรวมตัวกันจากละครเรื่องนั้น​ ผู้จัดคนนี้หรือช่องนั้น​ โดยจะมีนางแบบ​ ศิลปินสาขาต่างๆมาร่วมด้วยให้เป็นแคมเปญ​ ผมว่าน่าจะดีกว่าจ่ายตรงให้กับแฟนคลับคนใดคนหนึ่ง
          ส่วนศรัทธาหรือความเมตตาจะให้ใครเป็นกรณีพิเศษนั้นก็สุดแต่จะช่วยเถิดครับ​ เอาสะดวกว่า​
        คือถ้าไม่ทำอย่างนี้หรือมีวิธีอื่นไม่ให้แฟนคลับส่งข้อความตรงถึงดารา​ อีกไม่นานเละแน่นอนครับ

 

 

Related Articles

Back to top button