อภินิหารขวานคุณป้า สะเทือนอำนาจมืดใน กทม.
อภินิหารขวานคุณป้า
สะเทือนอำนาจมืดใน กทม.
โดย…ธนก บังผล
คลิป “ป้าทุบรถ” ที่ถูกนำมาเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียแรกเริ่มทีเดียวนั้นมีคนเข้ามาต่อว่าการกระทำของแกอยู่มาก จนกระทั่งเริ่มมีข่าวลือ ข่าวปั่น จนกระทั่งมีแถลงข่าว กระแสก็ตีกลับไปอยู่ #ทีมป้า อย่างมากมาย
หลายคนที่ติดตามข่าวก็คงพอจะทราบว่าคุณป้าต้องอึดอัดและอดทนกับการถูกรถจอดขวางหน้าบ้านมาอย่างยาวนาน เข้าข่ายคำกล่าวที่ว่า “แค้นนี้ต้องชำระ 10 ปียังไม่สาย”
ประเด็นหลักๆคือการตั้งตลาดรอบบ้านผู้อยู่อาศัยในหมู่บ้าน จนสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับเจ้าบ้าน นำมาซึ่งการฟ้องร้อง และศาลปกครองเองก็มีคำสั่งให้คุ้มครอง หมายถึง “ห้ามตั้งตลาด”

มหากาพย์ที่แสนยืดเยื้อ เริ่มต้นเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2553 ประธานศาลปกครองสูงสุด (ขณะนั้น) นายหัสวุฒิ วิฑตวิริยกุล มีคำสั่งให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่า กทม. และนายสมชาย ฉัตรสกุลเพ็ญ ผอ.ฌขตประเวศ ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 และ พ.ร.บ.อื่นที่เกี่ยวข้อง “ห้าม” ไม่ให้เจ้าของตลาดนัดรุ่งอรุณ และ เจ้าของตลาดนัดไม่มีชื่อ ซึ่งตั้งอยู่ในที่ดินเปล่าข้งบ้านเลขที่ 37/208 ซ.หมู่บ้านเสรีวิลล่า ถ.ศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ ของคุณป้าบุญศรี แสงหยกตระการ ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญที่เกิดจากการจัดตั้งตลาดแก่เจ้าของบ้านดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราว ก่อนการพิพากษา หรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
ต่อมา ก็ปรากฏว่ามีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานราชการว่า บ้านของคุณป้าบุญศรี มีการค้าประเวณีส่งผู้หญิงข้ามชาติ กักขังหน่วงเหนี่ยว ค้ายาเสพติด สารพัดข้อหา รวมทั้งการบุกรุกคุกคามข่มขู่ของผู้ที่อ้างว่าเป็นตำรวจไม่ระบุท้องที่อีกด้วย
ในการแถลงข่าวหน้าบ้านกว่า 2 ชั่วโมง คุณป้าบุญศรี บอกว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของหมู่บ้านเสรีวิลล่า ซึ่งมีการจัดสรรที่ดินเป็นที่อยู่อาศัยบ้านเดี่ยว และมีระบบสาธารณูปโภคเพื่ออยู่อาศัย เพราะฉะนั้นเดิมก่อนหน้านี้ที่ซื้อที่ดินดังกล่าวไม่เคยมีตลาดอยู่เลย
“ต่อมามีตลาดมาก่อสร้างติดกับบ้านที่พักอาศัยทั้งฝั่งซ้ายและขวา รวมถึงด้านหลัง ถูกจัดให้เป็นที่จอดรถ มีการก่อสร้างเป็นเต็นท์ขนาดใหญ่ติดกับบ้านพัก มีคนงานปีนขึ้นลงทั้งกลางวันและกลางคืนเป็นอันตรายมาก ฝนตกน้ำก็เทเข้าบ้าน ต่อมามีการสั่งให้รื้อถอนออกไป ปรากฏว่าผู้ว่าฯ กทม.ไปออกใบอนุญาตทับซ้อนอยู่บนพื้นที่ที่มีกรณีพิพาทอยู่ ซึ่งมีการฟ้องร้องต่อศาลในคดีดำที่ 1687/2552 สร้างความเดือดร้อนเสียหายมาก และไม่ได้ออกซ้อนเพียง 2 ที่เท่านั้น แต่ยังออกให้กับตลาดในพื้นที่ต่างๆ รวม 7-8 แห่ง ได้มีการละเลยให้มีการทำตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน และมีการดัดแปลงอาคารทำเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตเปิดอยู่ตรงข้ามหน้าบ้านอีก ด้านซ้ายของบ้านเป็นตลาดมีรถมาจอดชิดกำแพงตลอดยาว 55 เมตร ด้านหลังก็ทำเป็นที่จอดรถของตลาดซึ่งทำไว้เป็นที่ดินเพื่ออยู่อาศัย บ้านถูกล้อมรอบด้วยตลาดก่อมลภาวะพิษ ทั้งควันรถ ควันอาหารทุกอย่าง เสียงรบกวนชาวบ้านทั้งกลางวันกลางคืนยามวิกาล บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ที่อยู่อาศัย ซึ่งที่ดินดังกล่าวได้รับใบอนุญาตในการจัดสรรที่ดินเป็นบ้านเดี่ยว ตามหมายเลขที่ 70/2526 ให้เป็นที่ดินจัดสรรเป็นหมู่บ้าน 289 แปลง ไม่มีการพาณิชย์และไม่มีการอุตสาหกรรม มีระบบสาธารณูปโภคเพื่ออยู่อาศัย”

จากกรณีดังกล่าว คุณป้าบุญศรี จึงได้ฟ้องร้องต่อศาลปกครองถึง 2 คดีด้วยกัน คือคดีดำที่ 1687/2552 และคดีแดงที่ 553/2556 ฉบับคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2556 และคดีสิ่งแวดล้อมดำ ส.1/2555 มีตลาดเต็มหมู่บ้าน
และถึงแม้ว่าศาลได้มีคำสั่งคุ้มครองอยู่เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2556 ว่า ให้ผู้ว่าฯ กทม. โดยผอ.เขตประเวศใช้กฎหมายสาธารณสุข พ.ศ.2535 พระราชบัญญัติและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ไม่ให้ทำความเดือนร้อนกับผู้ฟ้องทั้ง 4 และครอบครัว รวมถึงผู้ที่อยู่ในหมู่บ้าน ไม่ให้ทำความเดือดร้อนในพื้นที่มูลคดีที่มีข้อพิพาท แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้รับการบรรเทาทุกข์แต่ประการใดเลย มีการฟ้องร้องกันมาเป็น 10 ปีแล้วและตอนนี้ก็ยังมีการฟ้องร้องอยู่
นี่จึงเป็นที่มาของป้ายมากมายหน้าบ้านของคุณป้าบุญศรี เพื่อเตือนไม่ให้ก่อความเดือดร้อนรำคาญ แต่ก็ปรากฏว่ายังคงมีตลาดนัดเปิดตามปกติ และมีหลายครั้งที่มีผู้มาตลาดนัดจอดรถขวางหน้าบ้าน จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ตามคลิป
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัย คนที่มาจอดรถกีดขวางทางเข้า-ออกบ้าน ย่อมมีจิตสำนึกว่าควรหรือไม่ควร เขาจะออกจากบ้านไม่ว่าเวลาใด คุณไม่สามารถที่จะมาปิดกั้นทางเข้า-ออกเขาได้เลย ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ฉันจะออกไปทำธุระนอกบ้านทั้ง 2 คัน ออกจากบ้านไม่ได้ กดแตร เอามือไปดูประตูแล้วก็ล็อค กระจกติดฟิล์มดำ เขย่ารถให้คนมาช่วยเคลื่อนรถก็ไม่สามารถขยับได้เลย มีการล็อคเกียร์ ล็อคเบรคมือ แล้วไปซื้อของในตลาด”
“กดแตรเท่าไหร่ และได้โทรศัพท์ไปที่ 191 ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ 1555 แจ้งความเดือดร้อนไม่มีใครมา จะให้ทำอย่างไร” นี่คือคำพูดที่คุณป้าเจ้าของบ้าน อธิบายกับเหล่าผู้สื่อข่าว
เพราะฉะนั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่อมาคือใช้ขวานไปทุบรถ ก็ต้องเข้าใจก่อนว่าก่อนที่จะทุกรถนั้นทางเจ้าของบ้านได้โทรศัพท์ไปแจ้ง 191 แล้ว แต่ก็ไม่มีใครมา ในขณะที่ผู้มาจอดรถก็ตอบคำถามว่าป้ายเยอะแยะไม่ได้อ่าน

แต่ประเด็นสำคัญมันยังอยู่ที่การคุกคาม กลั่นแกล้งของข้าราชการและผู้มีอำนาจใน กทม. ที่ต้องนำมาขบคิดเพิ่มเติม เรื่องนี้คงไม่จบลงง่ายๆอย่างแน่นอนครับ นับตั้งแต่ขวานฟ้าได้ฟาดลงมากลางรถยนต์ที่ขวางหน้าบ้าน ผลกระทบลูกโซ่คือผู้ค้าขายในตลาดจะทำอย่างไร ยิ่งในเศรษฐกิจแบบนี้
ค่าแผงที่ต้องจ่ายให้เจ้าของตลาดผู้ไม่เคารพกฎกติกาคำสั่งศาลจะเป็นอย่างไรต่อไป รับรองว่าเป็นละครเรื่องยาวที่อาจจะจบไม่ถูกใจอดีตผู้มีอำนาจอย่างแน่นอน