เครือซีพี จับ “มวยไทย” ใส่กาแฟ
เครือซีพี จับมวยไทยใส่กาแฟ
ไฟท์ติ้งแบรนด์ท้าชนค่ายยักษ์
โดย เมรีขี้เมา
กราบสวัสดีคุณผู้อ่านทุกท่าน หลังจากห่างหายไปนาน บัดนี้ เมรีขี้เมาเสร็จสิ้นภารกิจอิรุงตุงนังและพร้อมกลับมาล้วงแคะแกะเกาอินไซต์แวดวงธุรกิจให้คุณผู้อ่านได้รู้เร็ว รู้ลึก รู้ไว ก่อนใครที่ BizPromptInfo แห่งเดียวเท่านั้นเจ้าค่ะ
เริ่มกันเลยดีกว่า เรื่องนี้รับรองเซอร์ไพรส์แน่นอนสำหรับคอกาแฟ เพราะรู้กันหรือยังว่า เครือซีพีหรือเจริญโภคภัณฑ์ที่ปัจจุบันมีแบรนด์กาแฟหลากหลายแบรนด์ กำลังจะส่งแบรนด์กาแฟน้องใหม่ล่าสุดที่ไม่ธรรมดาออกมาเขย่าตลาดให้ได้ฮืฮฮากัน
นั่นก็คือ แบรนด์ “มวยไทย คอฟฟี่ แอนด์ คาแฟ่”(MUAYTHAI Coffee and Cafe) ดำเนินการโดยบริษัท ซีพี บีแอนด์เอฟ (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ ซีพีฟู้ดแอนด์เบฟเวอเรจ ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือน กรกฎาคม 2559 เพื่อลุยธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโรงคั่วกาแฟ กาแฟ ร้านกาแฟ ร้านอาหารและเริ่มดำเนินการจริงจังเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา
ล่าสุด ซีพีบีแอนด์เอฟฯ ก็ได้ร่วมหอลงโรงกับบริษัท เอ็นพีพี ฟู๊ด อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (NPPF) ในเครือบริษัท นิปปอน แพ็ค (ประเทศไทย) เจ้าของแบรนด์เอแอนด์ดับบลิว และ มิสเตอร์โจนส์ เพื่อร่วมกันขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อวางจำหน่ายทั้งในช่องทางร้านเอแอนด์ดับบลิว มิสเตอร์โจนส์ และ ร้านในเครือซีพี เช่นการสร้างคอฟฟี่คอนเนอร์และเบเกอรี่ในร้านเอแอน์ดับบลิวเป็นต้น

มาเจาะลึกถึงธุรกิจกาแฟในเครือซีพีกันว่ามีอะไรบ้าง ปัจจุบัน เครือซีพีให้บริษัทลุยธุรกิจกาแฟอย่างจริงจัง ประกอบด้วย บริษัท ซีพีรีเทลลิ้งค์ บุกเบิกร้านกาแฟมวลชน ปัจจุบันมีสาขารวมประมาณ 140-150 สาขา และตั้งเป้าขยายถึง 1,000 สาขาในปีนี้โดยได้พันธมิตรใหม่อย่างสถานีบริการน้ำมันพีที บริษัท ซีพีออลล์ ดำเนินธุรกิจกาแฟออล์คาเฟ่ในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น มีจุดขายแล้วกว่า 5,100 สาขา บริษัท ซีพี บีแอนด์เอฟ ลุยธุรกิจร้านกาแฟรวม 3 แบรนด์ ได้แก่ จังเกิล (Jungle) ปัจจุบันเปิดแล้วกว่า 10 สาขา แบรนด์ อราบิเทีย (ARABITIA) มีอยู่กว่า 20สาขา และล่าสุดคือ แบรนด์ มวยไทยน้องใหม่ล่าสุดที่จะเผยโฉมแน่นอนในปีนี้

นอกจากนี้ เครือซีพียังมองโอกาสธุรกิจกาแฟในประเทศที่มีศักยภาพมหาศาลและเป็นประเทศที่ซีพีเข้าไปบุกเบิกจนประสบความเร็จอย่างประเทศจีน จึงนำมาซึ่งความร่วมมือกับบริษัท ซิติค เพรส (CITIC PRESS) เพื่อเปิดร้านกาแฟในประเทศจีนภายใต้แบรนด์ คอฟฟี่คิง ทั้งร้านขนาดเล็กที่นั่ง 3-5 ที่นั่งและร้านขนาดใหญ่ในรูปแบบคาเฟ่

ทำไมเครือซีพีต้องพัฒนาร้านกาแฟหลากหลายแบรนด์ขนาดนี้ แน่นอนว่ามีเป้าหมายเพื่อกินรวบตลาดกาแฟสดในประเทศไทยที่มีมูลค่าเกือบ 20,000 ล้านบาท จึงเห็นได้ว่า ปัจจุบันแบรนด์ร้านกาแฟที่มีอยู่ในขณะนี้ วางตำแหน่งทางการตลาดที่แตกต่างกันและครอบคลุมทุกระดับตลาด ยิ่งมีช่องทางจำหน่ายอย่างเซเว่นอีเลฟเว่นสนับสนุนและการเลือกพันธมิตรที่เกื้อหนุนกัน ยิ่งทำให้เป้าหมายการเป็นผู้นำตลาดร้านกาแฟอยู่ไม่ไกลแน่นอน
หากมองในแง่ยุทธศาสตร์แล้ว ธุรกิจร้านกาแฟในเครือซีพี ต่างถูกวางตำแหน่งทางการตลาดให้แตกต่างกัน หรือจะเรียกว่าแตกต่างอย่างทั่วถึงก็ว่าได้ โดย แบรนด์ จังเกิลและอราบิเทีย วางตำแหน่งให้เป็นร้านกาแฟระดับบน แต่มีความแตกต่างกันที่ จังเกิด จับกลุ่มวัยรุ่น คนทำงานตอนต้นที่มีกำลังซื้อ ส่วนอราบิเทีย จับกลุ่มผู้ใหญ่ขึ้น ตามด้วย แบรนด์มวยไทยที่จะเข้ามาจับกลุ่มลูกค้าระดับกลาง รวมถึงเป็นหัวหอกหลักในการขยายตลาดต่างประเทศอย่างยุโรปและอเมริกา เพราะความที่แบรนด์ชื่อมวยไทยเป็นที่รู้จักในกลุ่มชาวต่างชาติดีอยู่แล้ว ส่วนแบรนด์มวลชนและออลคาเฟ่จะเป็นตลาดกลางลงล่าง โดยมวลขนจะเป็นในรูปแบบสแตนด์อโลน ขณะที่ออลคาเฟ่เน้นเปิดในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นแป็นหลัก

ที่น่าสนใจคือ เป้าหมายของซีพีในตลาดกาแฟครั้งนี้ ไม่ใช่มองเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น หากแต่มองไกลไปถึงการขยายตลาดต่างประเทศ โดยเริ่มแล้วในปี 2560 ที่ผ่านมา ด้วยการนำแบรนด์จังเกิลเข้าไปเปิดในประเทศลาว โดยมีพันธมิตรคือ สถานีบริการน้ำมันปิโตรเทรดของผู้ประกอบการท้องถิ่น และปีนี้จะขยายไปยังตลาดกัมพูชาต่อ พร้อมกับนำแบรนด์อราบิเทียไปบุกเบิกในตลาดกัมพูชาอีกด้วย
ขณะที่แบรนด์มวยไทย คอฟฟี่แอนด์คาเฟ่นั้น จะเริ่มชิมลางทดลองเปิดสาขาในประเทศไทยก่อนในปีนี้ โดยอยู่ระหว่างพิจารณาทำเลระดับเอที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอยู่มาก จากนั้นจะเริ่มขยายตลาดไปยังต่างประเทศ โดยคาดว่าจะเป็นในปีนี้เช่นกัน ซึ่งทำเลทองที่มองไว้ว่ามีศักยภาพคือ สหรัฐอเมริกาอย่างเมืองลอสแองเจลิส ซึ่งคาดว่าจะเป็นการร่วมทุนกับผู้ประกอบการท้องถิ่น เน้นขายทั้งกาแฟ เบเกอรี่รวมถึงอาหารไทยๆ เข่น ขายคอมโบเซ็ท เป็นต้น โดยเบื้องต้นจะเน้นคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศและชาวต่างชาติที่รู้จักมวยไทยอยู่แล้ว

นอกจากการมีร้านกาแฟหลากหลายแบรนด์ที่ครอบคลุมทุกระดับตลาดแล้ว แต้มต่อสำคัญของเครือซีพีคือ การดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายปี นั่นคือ มีแหล่งวัตถุดิบจากผู้ผลิตเมล็ดกาแฟทั้งในภาคเหนือและภาคใต้ โดยร่วมมือและสนับสนุนสหกรณ์ผู้ปลูกกาแฟ เพื่อป้องกันปัญหาวัตถุดิบขาดแคลน การมีโรงคั่วกาแฟเป็นของตัวเอง ที่สำคัญคือ มีบริษัท ซีพีรีเทลลิ้งค์ที่มีความชำนาญด้านเครื่องชงกาแฟและการดูแลซ่อมบำรุงอย่างรวดเร็ว และการเป็นบริษัทในเครือซีพีที่มีช่องทางจำหน่ายหลากหลายไม่ว่าจะเป็นร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ห้างแม็คโคร ซีพีเฟรชมาร์ทไปจนถึงธุรกิจร้านอาหารในเครือที่สามารถนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายร่วมได้ ตลอดจนการพันธมิตรที่มีความชำนาญในแต่ละด้านที่สามารถเอื้อประโยชน์ได้ซึ่งกันและกัน
หากทั้งหมดนี้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ รับรองว่า อเมซอนและสตาร์บัคส์มีหนาวแน่นอน