จัดจ้านในย่านนี้! ‘หนุ่ม กรรชัย’ Human Disruption ทางไปสู่เกียรติศักดิ์
ถ้า Digital Disruption หมายถึง ผลกระทบที่เกิดจากเทคโนโลยีเข้าไปเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมที่ทำให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรม บริการ ฯลฯ รวมไปถึงการดำรงชีวิตของมนุษย์
“หนุ่ม” กรรชัย กำเนิดพลอย หรือที่เรียกกันติดปากว่า “หนุ่ม กรรชัย” อดีตดารานักแสดงที่มีผลงานการแสดงมายาวนานเกือบ 30 ปี ก็น่าจะเรียกได้ว่าเป็น Human Disruption พลิกบทบาทหลังคร่ำหวอดในวงการบันเทิงกลายมาเป็นสื่อมวลชนคนข่าว แล้วสร้างความเปลี่ยนแปลงในการรับรู้ข่าวสารให้กับประชาชนจนมีคนให้ความเชื่อถืออย่างมากมายในปัจจุบัน
แม้จะเริ่มต้นด้วยการเป็นดารานักแสดง แต่ “หนุ่ม กรรชัย” สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิชาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งอย่างน้อยก็ทำให้เป็นคนที่มีพื้นฐานสำคัญเข้าใจการประกอบอาชีพสื่อมวลชนได้ดี

ในวัยก้าวสู่อายุ 52 ของ “หนุ่ม กรรชัย” หากยังโลดแล่นอยู่กับวงการบันเทิงก็ต้องเข้าสู่ช่วงของการแสดงในบทบาทที่ไม่โดดเด่น หรือไม่ก็ต้องผันตัวไปเป็นผู้ผลิตรายการ-ละครโทรทัศน์ แต่กับอาชีพสื่อมวลชนทำให้เกิดความสุกงอมทั้งความคิดและวุฒิภาวะ สามารถถ่ายทอดประเด็นสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้มากกว่า
“หนุ่ม กรรชัย” ยังพาตัวเองหลุดออกจากโลกมายาที่แม้จะมีชื่อเสียง มีคนรู้จักมากมาย เป็นสะพานใช้ในการหารายได้คล่องมือ แต่ก็ไร้ซึ่งความเข้าใจในปัญหาปากท้องของประชาชน ไม่ได้รับรู้ว่าความยากลำบากของชาวบ้านที่จำเป็นต้องแลกกับเงินมาหาเลี้ยงครอบครัวมีรสชาติอย่างไร นโยบายของรัฐบาลที่ส่งผลกระทบต่อคนทั้งประเทศมีเรื่องไหนไม่เหมาะสม
มีคำครหากันว่า นางแบบ ไอดอล นักร้อง นักแสดง ฯลฯ เรียกเหมารวมว่าคนวงการบันเทิงนั้น ยังไม่รู้ด้วยซ้ำใครคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
คำพูดในทำนองนี้สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับสังคมโดยรวมของดารานักแสดงนั้นน้อยมาก
ซึ่งต่างกับทัศนคติที่คนในวงการบันเทิงบางคนมองประชาชนทั่วไปว่าประกอบอาชีพที่มีรายได้น้อยกว่า ทำงานที่สบายกว่า ไม่ต้องออกกองถ่าย หน้าตาไม่ดีเลยยากจนกว่า หรือต้องกลับไปเรียนให้เก่งๆ จะได้มีเงิน
หนุ่ม กรรชัย ยังสร้างความต่างในอีกระดับที่หลายคนไม่กล้า คือวิพากษ์คนในวงการบันเทิงทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก ในประเด็นที่เป็นปากเสียงตรงกับใจของชาวบ้านจำนวนมาก โดยมีศิลปะในการรักษาความสัมพันธ์นั้นผ่านการวางตัวให้เป็นที่เคารพ พร้อมด้วยการสื่อสารด้วยความสุภาพ
นี่เป็นความคิดของผมเองที่มองดูการทำหน้าที่สื่อมวลชนของ “หนุ่ม กรรชัย” อยู่ห่างๆ เพราะก่อนหน้านี้กว่า 30 ปีผมแทบไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าแสดงละครเรื่องอะไรบ้าง ได้ยินเพียงเสียงลือเล่าขานกันว่าเป็นดาราชายที่ท่าทางเจ้าชู้
กระแสตอบรับอย่างมากมายในโซเชียลมีเดียทำให้ผมนึกคิดเอาเองว่า เส้นทางสื่อมวลชนของ “หนุ่ม กรรชัย” หลังสลัดคราบจากวงการบันเทิง อาจถูกโฉลกกับการเล่าข่าวในปัจจุบัน ความระมัดระวังในคำพูดทำให้การสื่อสารมีพลังดึงดูดความสนใจให้ผู้ชมทางบ้านหันมาดูรายการระหว่างออนแอร์
อดีตผู้ประกาศข่าวอีกคนหนึ่งที่เพิ่งถูกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แจ้งเอาผิดจากการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเกินจริง เข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภค “กาละแมร์” พัชรศรี เบญจมาศ ที่เริ่มต้นอาชีพด้วยการเข้ามาฝึกงานในตำแหน่งผู้สื่อข่าวช่อง 3
กาละแมร์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ สาขาสื่อสารมวลชน (วิทยุโทรทัศน์) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เธอเคยเขียนหนังสือออกมาวางจำหน่ายและได้รับการตอบรับจากประชาชนถล่มทลาย ในขณะที่เป็นพิธีกรหลายรายการทางช่อง 3 กล่าวได้ว่าจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนเห็นหน้าตาเธอผ่านโทรทัศน์คืออาชีพสื่อมวลชน บุคลิกของกาละแมร์ถูกจัดวางให้เป็นผู้หญิงที่มีทัศนคติดี หญิงแกร่ง หญิงเก่ง พูดจาฉะฉาน มีความมั่นใจในตัวเองสูง และมากความสามารถ

จากวันที่เธอสร้างตัวตนให้ผู้ชมได้รู้จักมาถึงวันนี้ เป็นเวลามากกว่า 20 ปี ไม่รู้ว่าแรงดึงดูดจากวงการบันเทิงทำให้เธอค่อยๆผันตัวเองจากการอ่านข่าวไปเป็นพิธีกรรายการวาไรตี้หรือเปล่า
แต่หากเอ่ยชื่อ “กาละแมร์” ชาวบ้านก็จะจำเธอได้ชัดเจนว่าเป็น “นักข่าว”
ผมไม่มั่นใจว่าจะสามารถใช้คำว่า Entertainment Disruption กับการเปลี่ยนแปลงในสายอาชีพของกาละแมร์ได้หรือไม่ เพราะผมเองก็ควรเคารพในการตัดสินใจของเธอในการเลือกงานด้านที่ถนัด ทำงานแล้วมีความสุข เพียงแต่ถ้า “หนุ่ม กรรชัย” คือตัวอย่างของ Human Disruption ที่ชัดเจน “กาละแมร์” ก็มีรูปแบบที่น่าสนใจ
Entertainment Disruption อธิบายในเชิงหลักการคือ งานมายาวาไรตี้สังคมเซเล็บนั้น เข้าไปเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมบันเทิงทำให้เกิดการต่อยอดไปสู่รูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ โดยนวัตกรรมใหม่ ๆ ยังสามารถส่งผลกระทบต่อมูลค่าของผลิตภัณฑ์และบริการที่มีอยู่ในอุตสาหกรรมบันเทิงด้วย
เพราะความสวยงามเป็นเรื่องคู่กันกับคนวงการบันเทิง กาละแมร์ก้าวกระโดดไปกับธุรกิจระดับร้อยล้านบาทได้อย่างรวดเร็ว รายได้ที่เข้ามาอย่างมหาศาลเป็นแรงผลักดันทำให้เห็นผลประโยชน์มาก่อนความรับผิดชอบต่อสังคม
อาจมองได้ว่าเป็นการ “สลับจุดยืน” หรือเดินสวนทางกันระหว่าง “หนุ่ม กรรชัย” กับ “กาละแมร์” คนหนึ่งเลือกเดินจากบันเทิงสู่งานข่าว อีกคนหนึ่งเลือกขยับจากงานข่าวไปสู่ด้านบันเทิง

แต่เพราะผมไม่ทราบได้ว่า ทั้ง 2 คนที่ยกตัวอย่างให้เห็นภาพนี้มีความฝันและมีจุดหมายในชีวิตอย่างไร กาละแมร์อาจประเมินทิศทางอนาคตสื่อโทรทัศน์ไว้ในใจแล้วก็ได้ อย่างน้อยประสบการณ์มากกว่า 20 ปีด้านบรอดแคสท์ของเธอคงสะท้อนบางอย่างที่ทำให้เห็นผลจากสงครามเรตติ้งในไม่ช้า
ขณะที่ “หนุ่ม กรรชัย” ก็อาจเห็นโอกาสในการสร้างคอนเทนต์ในภาวะสื่อซบเซา การเมืองเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความแตกแยกในสังคมแล้วส่งผลต่อโฆษณาในสถานีโทรทัศน์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในธุรกิจ จังหวะที่สถานีโทรทัศน์ดิจิทัลเกิดขึ้นและล้มหายไปอย่างรวดเร็ว หากมองเห็นจุดเปลี่ยนรูปแบบรายการโดดเด่นกลายเป็นผู้นำขึ้นมาก็ยากที่ช่องไหนจะตามทัน
มีบทกลอนสั้นๆ เป็นพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 ซึ่งระหว่างที่เขียนคอลัมน์อยู่นี้ นึกขึ้นมาได้เฉยๆ
“ทางไปสู่เกียรติศักดิ์ จักประดับด้วยดอกไม้ หอมหวลยวนจิตไซร้ ไป่มี”
แด่เส้นทางที่เลือกแล้วของทุกคนครับ