อ้างเป็นเจ้ากรรมนายเวร มุขลวงเหยื่อคนรวยให้โอนเงิน
อ้างเป็นเจ้ากรรมนายเวร
มุขลวงเหยื่อคนรวยให้โอนเงิน
โดย…ธนก บังผล
ตาสีตาสาอยู่บ้านนอกไม่ทันคน เมื่อถูกมิจฉาชีพหลอกยังพอเข้าใจได้ แต่คนจำนวนไม่น้อยฐานะดีมีการศึกษาอาศัยอยู่ในเมือง ยังถูกหลอกอย่างเจ็บแสบ เป็นเพราะอะไร
กรณีแรก ผู้ต้องหาซึ่งเป็นสาวประเภทสอง อ้างตัวเป็นเจ้าหญิงแห่งเมืองแก้ว ลวงเหยื่อที่มีฐานะร่ำรวยโดยส่วนใหญ่อยู่ต่างประเทศให้หลงเชื่อผ่าน “ไลน์” ที่ตั้งกลุ่มขึ้นมาชักชวนให้บริจาค ในจำนวนเงินที่ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป ถูกทางตำรวจกองปราบซ้อนแผนเข้าจับกุม

พฤติการณ์ของคนร้ายอายุ 34 ปีรายนี้ คือ ตั้งตนเป็นเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่ง ใน จ.กาญจนบุรี แล้วหลอกว่าเป็นเจ้าหญิงแห่งเมืองแก้ว ก่อนจะก็สร้างไลน์กลุ่มขึ้นมาทำทีพูดคุยสอนธรรมะ ตำรวจสืบทราบว่าในกลุ่มไลน์มีสมาชิกทั้งหมด 25 คน จากนั้นก็แต่งเรื่องขึ้นมาว่าจะสร้างสำนักปฏิบัติธรรม ใครบริจาคมากก็จะได้บุญกุศลมาก จนทำให้มีผู้หลงเชื่อบริจาคเงินให้ 3 ราย เป็นเงินรวมกว่า 60 ล้านบาท
เท่านั้นยังไม่พอ คนร้ายยังมักจะเล่าเรื่องปาฏิหาริย์ต่าง ๆ โดยดัดเสียงได้หลายเสียง ทั้งเสียงผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีผู้เสียหายหลายรายหลงเชื่อจนตกเป็นเหยื่อโอนเงินไปบริจาคอย่างง่ายๆ
บทจะถูกหลอกพูดอะไรก็เชื่อไปหมดทุกอย่าง ผู้เสียหายรายหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ต่างประเทศ วิดีโอคอลลัดฟ้าให้การกับตำรวจกองปราบว่า มีเพื่อนแนะนำให้รู้จักผู้ต้องหาเมื่อปี 2557 ซึ่งผู้ต้องหาพูดจาหลอกล่อให้หลงเชื่อว่าเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันมาก่อน พร้อมบอกให้แก้กรรมด้วยการบริจาคเงินจำนวนมาก ก็หลงเชื่อเลยโอนเงินเข้าบัญชีผู้ต้องหารวมแล้วกว่า 49 ล้านบาท โดยเปิดเผยสาเหตุที่ทำให้หลงเชื่อ เพราะผู้ต้องหาเปลี่ยนเสียงได้หลายเสียง
จากการตรวจสอบ “เมืองแก้ว” ที่สาวประเภทสองแอบอ้างนั้น ปรากฏว่าเป็นสนามกอล์ฟแห่งหนึ่งย่านบางนา-ตราด
อีกกรณีหนึ่งที่จะยกมาให้อ่านกัน ช่วงเดือนสิงหาคม ปี2559 กองปราบได้รับแจ้งจากกลุ่มผู้เสียหายจำนวน 11 รายซึ่งรับราชการทหาร และเจ้าพนักงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฯ ว่าถูกกลุ่มผู้ต้องหาซึ่งเป็นหมอดู ร่วมกันหลอกลวง โดยอ้างว่ากลุ่มผู้เสียหายมีเคราะห์กรรมจะต้องนำเงินไปใช้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ ในการสะเดาะเคราะห์ เมื่อเสร็จพิธีก็จะคืนเงินให้ ทำให้กลุ่มผู้เสียหายหลงเชื่อ บางรายถึงกับต้องไปกู้เงินสหกรณ์ฯ รวม 3.9 ล้านบาท แต่ทันทีที่กลุ่มผู้ต้องหาได้รับเงินก็หลบหนีไปในบัดดล จนกระทั่งถูกตำรวจจับไป
คดีอาชญากรรมที่มาจากการหลอกลวงกับความเชื่อ เอาเคราะห์กรรมมาอ้าง เกิดขึ้นเสมอเหมือนจะเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย บางรายอาจจะหมดเนื้อหมดตัว บางรายถูกข่มขืน และบางรายถูกหมอดูฆ่าตายเพียงเพราะต้องการเงินแค่ 3 หมื่นบาทเท่านั้น
การเสียทรัพย์จากความเชื่อถือว่าเป็นความสมัครใจไม่สามารถเอาผิดกับผู้ที่หลอกลวงได้หากไม่มีหลักฐานว่านำเงินที่ได้ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น จึงจะเห็นได้ว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เศรษฐีร่ำรวย หรือนักการเมืองที่มีชื่อเสียงในประเทศมักจะเสียเลาไปกับการดูหมอและพร้อมจะเสียเงินแบบไม่อั้นหากศรัทธาใครขึ้นมา
อาชีพนี้จึงเป็นอะไรที่ไม่ต้องลงทุนมาก แต่ได้เงินเยอะ ยิ่งถ้าเหยื่อเป็นคนรวย เป็นนักธุรกิจอยู่แล้วยิ่งง่าย
อย่างไรก็ตาม ตำรวจฝากเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อบุคคลที่แอบอ้างเป็นร่างทรงมีอิทธิฤทธิ์ หมอดู หรือแม้แต่อลัชชีนุ่งห่มผ้าเหลืองอ้างตัวเหนือมนุษย์ เพราะอาจกลายเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพได้
อีกทั้งหากใครมาชวนไปสร้างศาลาหรืออ้างว่าเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันมาแต่ชาติปางก่อน ก็ไม่ควรโอนเงินให้เขาไปทันที มันดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
