เหมือนประเทศนี้ ไม่มีใครกลัวกฎหมาย
เหมือนประเทศนี้
ไม่มีใครกลัวกฎหมาย
โดย…ธนก บังผล
แก๊งไขควงอันกระฉ่อนถึงความโหดเหี้ยมผิดมนุษย์มนารวมตัวกัน 18 ราย เพื่อฆ่าคนๆเดียว สาเหตุจากพิษรักที่ทิ่มแทง
เรื่องของเรื่องเกิดจากกลุ่มวัยรุ่นแก๊งนี้ บุกรุกเข้าไปในหอพัก รุมทำร้ายใช้ไขควงแทงที่ศีรษะเหยื่อ อายุ 24 ปี นักศึกษา ชั้นปีที่ 4 ม.ศิลปากร หัวโจกรายนี้เป็นลูกของ นายตำรวจระดับรองผู้กำกับ ร่วมกับหลานชายของ เจ้าพ่อเมืองเพชรตระกูลดัง และลูกของผู้มีอิทธิพลอีกหลายคน
ชาวบ้านร้านตลาดลือกันให้แซ่ดว่ากลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้มีพฤติกรรมก่อความเดือดร้อนมานานก่อคดีนับไม่ถ้วน แต่ปรากฏว่าไม่เคยถูกดำเนินคดี เพราะเส้นใหญ่ มีแบ็คดีคอยเคลียร์เป็นประจำ
ใครจะไปคิดว่าในพื้นที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี มีการก่อคดีอุกอาจแบบน่าเกลียด ลือกันว่าหากใครมีแฟนสาวหน้าตาดี ถ้าวัยรุ่นในกลุ่มอยากได้มาเป็นเจ้าของก็จะทำการฉุดบังคับไปข่มขืนโดยไม่เกรงกลัวอาญาแผ่นดิน เหมือนบ้านเมืองนี่ไม่มีขื่อมีแป
ทำคนอื่นได้แต่ถ้าโดนบ้าง เช่นหากผู้ชายคนไหน ล้ำเส้นไปรู้จักกับแฟนสาววัยรุ่นกลุ่มนี้ ความเป็นหมาหมู่จะรวมตัวกันก่อเหตุใช้มีดไล่ฟันให้สิ้นซาก
“ตอนนี้กลัวมากว่าคดีจะไม่คืบหน้าและไม่ได้รับความเป็นธรรมเนื่องจาก กลุ่มคนร้ายมีทั้งเงิน อำนาจและบารมี ฉันอยากฝากถามไปยังพ่อแม่ของคนที่แทงลูกชายว่า ถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับลูกของตนเองจะรู้สึก หรือทำอย่างไร ทำไมจึงสอนลูกให้เป็นคนชั่วร้ายขนาดนี้ ครอบครัวเราเหมือนกับหมดสิ้นทุกสิ่งเมื่อขาดลูกชายคนนี้ ที่เป็นความหวัง ในช่วงที่เรียนก็ต้องกู้หนี้ยืมสิน และลูกชายเองก็สัญญาว่าจะมาช่วยกันทำงานปลดหนี้ เนื่องจากแม่อายุมากแล้ว” แม่ของเหยื่อกล่าวหลังจากมีนักข่าวไปถาม

คดีนี้ต้องแยกแยะออกเป็น 2 ส่วน อย่างแรกคือการก่อคดีอาชญากรรม ฆ่าโดยเอาไขควงแทงที่ศีรษะและกระทืบซ้ำให้ทะลุ เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุและเจตนาฆ่าอย่างซึ่งหน้าเลวร้ายเกินกว่าที่เราจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ
เหมือนอย่างที่แม่ของเหยื่อกล่าว “ถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับลูกของตนเองจะรู้สึก หรือทำอย่างไร ทำไมจึงสอนลูกให้เป็นคนชั่วร้ายขนาดนี้”
อย่างที่ 2 คือ ผู้ก่อเหตุเป็นลูกหลานข้าราชการตำรวจ ถืออภิสิทธิ์รักลูกไม่ถูกทาง ให้ท้าย “ฆ่าคนโดยไม่ความคิดว่าตัวเองผิด”
เคยมีการหารือกันในทางลับสำหรับผู้ออกกฎหมายว่า หากผู้ก่อเหตุเป็นลูกหลานตำรวจต้องให้คนเป็นพ่อแม่รับโทษด้วยหรือไม่ ตรรกะนี้เป็นกรณีเดียวกับเด็กแว้นที่หากออกมาก่อความรำคาญให้กับสังคมพ่อแม่ต้องรับผิดชอบ
แม้ว่าตอนนี้ตำรวจจะแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่ากับฆ่าคนโดยเจตนากับเด็กทั้ง 18 ราย แต่ที่สำคัญที่สุดคือการรื้อคดีที่เด็กพวกนี้เคยก่อมาก่อนเพื่อทบความผิดให้มีหลายกระทงเพิ่มเติม
ที่น่าสนใจคือ เด็กทั้ง 18 คนเมื่อเข้าไปอยู่ในคุก ก็จะเกิดการจับกลุ่มก่อความเดือดร้อนอีก เป็นบรรทัดฐานทางสังคมให้ขบคิดว่าการเอาผิดกับเด็กพวกนี้ควรจะใช้มาตรการอย่างไร “ให้สาสม”
หรือบางคนอาจ “อยากให้โอกาส” เด็กพวกนี้กลับตัวมาเป็นคนดีของสังคมอีกครั้ง
การเป็นลูกตำรวจสร้างบรรทัดฐานความไม่เท่าเทียมให้เด็กฆ่าใครก็ได้หรือไม่
คดีอย่างนี้อาจจะเกิดขึ้นอีกหลายครั้ง ตราบใดที่เรายังมีคำถามแล้วไม่ได้คำตอบ เหมือนประเทศนี้ไม่มีใครกลัวกฎหมาย และมีกฎหมายแต่บังคับใช้ไม่ได้