Columnist

พิษรักฝังทรวง ยิงโหดกลางคุรุสภา

พิษรักฝังทรวง
ยิงโหดกลางคุรุสภา

โดย…ธนก บังผล

ช่วงนี้ข่าวอาชญากรรมมาแรงแซงทุกโค้งนับตั้งแต่ วิสามัญ “ชัยภูมิ ป่าแส” เด็กนักกิจกรรมชาวลาหู่ที่ถูกทหารใช้อาวุธปืนยิงระหว่างขอเข้าตรวจค้น

นับตั้งแต่ปฏิวัติครั้งล่าสุด เราได้เพิ่มอำนาจให้ทหารเข้าไปตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาได้โดยต้องมีตำรวจเข้าไปร่วมด้วย แต่กรณีนี้เป็นการตั้งด่านความมั่นคขณะที่ “ชัยภูมิ” เองก็ไม่ใช่ผู้ต้องหาที่มีตามหมายจับ เรื่องจึงกลายเป็นว่ากับเด็กตัวแค่นี้ อายุเท่านี้ ทหารทำเกินกว่าเหตุหรือไม่

และต่อให้เด็กคนนี้มียาเสพติดเอาไว้ครอบครองตามที่ทหารกล่าวอ้าง ทหารก็ไม่มีสิทธิจะวิสามัญใครได้ แม้ในอีกมุมหนึ่งจะมองว่าข่าวที่ออกมาระบุ “ชัยภูมิ” วิ่งหลบหนี นั่นก็เพราะทหารได้ยิงปืนขู่ก่อน

เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องยาวทันที และมีการเปิดโปงมาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา คดีคาดเดาได้ง่ายมากว่าจะจบอย่างไร ฟันธงตรงนี้เลย !!! ทหารรอด

คดีที่สร้าง “ฮีโร่” ซึ่งสังคมไทยรอมานานคือการยิงต่อสู้กับผู้ก่อความไม่สงบ ของตำรวจ สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส จนทำให้มีตำรวจเสียชีวิต 1 นาย

กลุ่มคนร้ายได้ใช้รถยนต์กระบะที่ปล้นมา เป็นยานพาหนะ แล้วขับมาบริเวณหน้า สภ.ระแงะ เพื่อระดมใช้อาวุธปืนยิงใส่เข้าไปใน สภ.ระแงะ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลงแถวช่วงเช้า นับเป็นคดีที่อุกอาจ แต่ในความโชคร้ายยังมีโชคดีที่ สิบตำรวจโท พูลสวัสดิ์ เสถียรอุดร ซึ่งปฏิบัติหน้าที่รักษาการอยู่บริเวณหน้าป้อมยามทางเข้า สภ.ระแงะ ได้ใช้ปืนยิงตอบโต้ใส่กลุ่มคนร้ายทันที และยังวิ่งไปตามยิงไล่อีกด้วย

วีรกรรมนี้ถือว่าสุดยอด ได้ใจผู้บังคับบัญชาเป็นอย่างยิ่ง ดับเสียงครหาที่ว่า “ตำรวจมีไว้ทำไม” และให้ย้อนกลับมาถามว่า “ทหารมีไว้ทำไม” แทน

แต่คดีที่จะมาชวนขบคิดวันนี้ เป็นคดีพิษรักฝังทรวง ก่อเหตุกันซึ่งๆหน้า ในคุรุสภา กรณีเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ระดับซี 4 ถูกพนักงานขับรถคุรุสภา ใช้ปืนจ่อยิงเสียชีวิตบริเวณสนามหญ้า ภายในสำนักงานคุรุสภา ต่อหน้าต่อตาคนที่เดินขวักไขว่ไปมา เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา

คนร้ายรายนี้วางแผนมาอย่างดี ก่อเหตุแบบไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม หวังแต่ว่าจะขอคืนดีกับผู้หญิงให้ได้ ถ้าไม่ได้ผู้หญิงก็ต้องตาย

แนวทางการสืบสวนสอบสวน ตำรวจพบเบาะแสหลายอย่าง เช่น คนร้ายปลอมเอกสารของน้องชายซึ่งกำลังบวชเป็นพระมาสมัครเป็นพนักงานขับรถ เพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับผู้ตายหาจังหวะลงมือก่อเหตุ

นอกจากนี้ วันเกิดเหตุคนร้ายยังได้ไปจดทะเบียนสมรสที่เขตลาดพร้าวกับครูสาวรายหนึ่งซึ่งสอนที่ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ก่อนจะแยกย้ายแล้วนัดเจอกันตอนเย็น โดยระหว่างนั้นก็มาก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ สกสค.เสียชีวิตในช่วงบ่าย

จากการสอบพยาน ยังทราบอีกว่า คนร้ายมีนิสัยเจ้าชู้ มักติดพันหญิงหลายราย โดยเฉพาะบรรดาข้าราชการสาวในต่างจังหวัด

เรื่องรักๆใคร่ๆ หัวใจเจ้าชู้นั้นเป็นเรื่องที่บอกเตือนกันยากทั้งหญิงและชาย แม้ว่าผู้ตายจะพยายามตีตัวออกห่างเนื่องจากทราบว่าคนร้ายมีครอบครัวแล้ว แต่ก็ยังต้องมาเสียชีวิตเพราะความมักมากอยากมีภรรยาเยอะๆโดยไม่ใช่เรื่องของผู้ชายเห็นแก่ตัวเพียงคนเดียว

จากหลักฐานและพยานที่มี ตำรวจเชื่อมั่นว่าจะสามารถกดดันให้คนร้ายออกมามอบตัวได้ โดยผ่านทางจำนวนภรรยาที่มีอยู่หลายคนนั่นเอง อีกทั้งเส้นทางการหลบหนีก็เชื่อว่าไปได้ไม่ไกลและยังไม่น่าจะออกนอกประเทศได้ อย่างไรก็ตาม ตำรวจเองก็มองว่าเมื่อคนร้ายมีปืนหากเกิดการต่อสู้ก็อาจถูกวิสามัญได้โดยง่าย และคงใช้เวลาไม่นานในการจับ

ทั้งนี้ เรื่องความรักเป็นคดีที่ผู้เสียหายต้องหาทางป้องกันหัวใจตัวเองแต่เพียงผู้เดียว พยายามชั่งใจดูว่าถ้าจับพลัดจับผลูไปคบกับคนประเภทนี้แล้วอนาคตจะจบอย่างไร ควรอาศัยจังหวะในการตีตัวออกห่าง

แต่ทางที่ดีที่สุด อยู่ให้ไกลได้ยิ่งดี เพราะคนประเภทนี้อารมณ์ชั่ววูบ หึงหวง ก่อเหตุแบบไม่ทันตั้งตัว

Related Articles

Back to top button