CSR

‘เอ็มบีเค’ชวนคนเมืองเปลี่ยนวัสดุหลือใช้ สู่พื้นที่สีเขียว กับ ‘กล่องสุข ปลูกผัก’

ปัญหาขยะโฟมที่ยังคงพบเห็นได้ในชีวิตประจำวันของคนเมือง วัสดุที่ใช้เพียงครั้งเดียวได้กลายเป็นภาระต่อระบบจัดการขยะ และนับเป็นอีกหนึ่งปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่หลายภาคส่วนให้ความสำคัญ และพยายามหาแนวทางเพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด

จากปัญหาดังกล่าว บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ที่ดำเนินธุรกิจตามกรอบความความยั่งยืน ESG ภายใต้แนวคิด MBK Care ได้ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว พร้อมต่อยอดแนวคิด “การใช้ซ้ำและสร้างคุณค่าใหม่” ให้เกิดขึ้นจริง กับกิจกรรม “กล่องสุข ปลูกผัก” (Growing Green)  โดยเริ่มต้นที่ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ซึ่งจัดร่วมกับ สำนักงานเขตประเวศ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า พร้อมยกระดับการบริหารจัดการภายในศูนย์การค้า สู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
กิจกรรมดังกล่าวนำกล่องโฟมเหลือใช้มาประยุกต์เป็นแปลงปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ เป็นการเพิ่มคุณค่าให้วัสดุเหลือใช้ พร้อมช่วยลดปริมาณขยะ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง ขณะเดียวกันยังเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้เรียนรู้กับเวิร์กชอปที่ลงมือปฏิบัติจริง โดยวิทยากรจากสำนักงานเขตประเวศ ได้มาถ่ายทอดความรู้ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงการนำวัสดุเหลือใช้มาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม พร้อมแนะนำขั้นตอนการปลูกตั้งแต่เริ่มต้น ภายในงานผู้เข้าร่วมยังได้รับเมล็ดพันธุ์ผัก “ซองอีซี่” จาก บริษัท เจียไต๋ จำกัด ที่ออกแบบมาให้ปลูกง่าย เหมาะสำหรับทุกกลุ่ม เพื่อเริ่มต้นการปลูกผักได้แม้มีพื้นที่จำกัดอีกด้วย
นอกจากการสร้างความรู้แล้ว กิจกรรมยังช่วยต่อยอดสู่การนำไปใช้จริงในระดับครัวเรือน ทั้งการปลูกผักเพื่อ       บริโภคเอง การลดขยะในชีวิตประจำวัน และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวขนาดเล็กในบ้าน
 ด้านวิทยากร นายสารทูล พัดทอง เจ้าหน้าที่งานรักษาความสะอาดปฏิบัติงาน สำนักงานเขตประเวศ กล่าวว่า “จุดเริ่มต้นของการปลูกผักในกล่องโฟม เนื่องจากพื้นที่เขตประเวศมีผู้ประกอบการใช้ลังโฟมจำนวนมาก ส่งผลให้การจัดเก็บและกำจัดขยะทำได้ยาก เนื่องจากลังโฟมมีลักษณะใหญ่และกินพื้นที่ ทำให้          รถเก็บขยะไม่สามารถอัดขยะชนิดอื่นได้เต็มประสิทธิภาพ จึงมาหาวิธีว่าจะทำอย่างไร”
“จริง ๆ แล้วการปลูกผักในกล่องโฟมไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เรานำมาปรับใช้เพื่อลดขยะตั้งแต่ต้นทาง จึงเป็นที่มาของการปลูกผักในกล่องโฟม นอกจากนี้แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดขยะ แต่ยังสามารถต่อยอดเป็นอาชีพเสริมให้เจ้าหน้าที่เก็บขยะ และสร้างรายได้ในระดับครัวเรือนได้อีกด้วย”
นายสารทูล กล่าวเพิ่มเติมว่า “ยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมร่วมกับภาคเอกชนอย่าง พาราไดซ์ พาร์ค และที่สำคัญยังถือเป็นการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐ ในการจัดการสิ่งแวดล้อม ผมหวังว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับความรู้มาพัฒนาต่อยอด รวมทั้งตระหนักและสร้างจิตสำนึกของการนำของเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดปริมาณขยะให้กับกรุงเทพมหานครและโลก”
ด้านคู่สามี-ภรรยา คุณลุงธีรพล คุณป้าศิวพร วิฒิยาสกุล กล่าวว่า “สนใจเข้าร่วมกิจกรรมทันทีที่ทราบข่าว เนื่องจากคุณป้าชอบทานผักสลัดเป็นประจำอยู่แล้ว และมองว่ากิจกรรมนี้เป็นโอกาสในการเรียนรู้วิธีปลูกผักด้วยตนเอง วันนี้ถือว่าได้รับความรู้อย่างมาก ลุงตั้งใจจดทุกขั้นตอนเพื่อจะได้นำไปต่อยอดการปลูกที่บ้าน นอกจากจะปลูกผักเพื่อบริโภคเองแล้ว ยังช่วยลดปริมาณขยะ และเพิ่มพื้นที่สีเขียวในครัวเรือนได้อีก ขอบคุณพาราไดซ์ พาร์ค และเขตประเวศ ที่จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา และอยากมีกิจกรรมสร้างสรรค์แบบนี้ต่อเนื่องอีก เพราะอย่างน้อยคนในวัยเกษียณได้มาใช้เวลาว่างในการทำกิจกรรมดี ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อ          ทั้งตนเองและสิ่งแวดล้อม”
            และคู่คุณแม่-ลูก นางณัฐจิรา ตนะวิไล และน้องปุญ ลูกสาว กล่าวว่า “ปกติครอบครัวจะชอบปลูกพืชผักสวนครัวบริเวณรอบๆ บ้าน เพื่อรับประทานกันเองอยู่แล้วค่ะ ลูกสาวชอบปลูกด้วยทำให้เขาลดพฤติกรรมการติดจอ  พอเห็นเชิญชวนมาเวิร์กชอปที่พาราไดซ์ พาร์ค ก็สนใจ รีบลงทะเบียนมาเข้าร่วม เพราะใกล้บ้านและเป็นกิจกรรมที่ได้ความรู้  ยิ่งช่วงนี้ปิดเทอมเด็ก ๆ จะได้เรียนรู้กิจกรรมนอกห้องเรียนมากขึ้น การการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์  ทำให้เขาได้ความรู้เรื่องการปลูกพืชไร้ดิน หรือปลูกผักในน้ำ จากกล่องโฟมขยะเหลือใช้ อยากขอบคุณศูนย์การค้าและเขตประเวศ ที่จัดกิจกรรมที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ที่สำคัญเราได้ทานผักปลอดสารพิษที่เราสามารถปลูกเองได้ที่บ้านค่ะ”
อย่างไรก็ตาม กิจกรรม “กล่องสุข ปลูกผัก” (Growing Green)  เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของ เอ็ม บี เค ที่ขับเคลื่อนแนวทางความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติของการลดขยะโฟม การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะการส่งเสริมการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดการเกิดขยะตั้งแต่ต้นทาง ขณะเดียวกันยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง ต่อยอดไปสู่แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

Related Articles

Back to top button