ดร.เทียม โชควัฒนา (ตอนที่ 17)
รักษาเครดิต
ก่อนเกิดสงคราม เพื่อนคนหนึ่งของข้าพเจ้ามีอาชีพเป็นนายหน้าซื้อขายทอง เสนอขายทองคำแก่ข้าพเจ้าในราคาบาทละ 750 บาท เวลาที่เค้าเสนอขายเป็นตอนเช้า 09:00 น.
ข้าพเจ้าตกลงรับปากซื้อทองคำจากเขาเป็นน้ำหนัก 200 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน 150,000 บาท เค้าบอกว่าจะส่งมอบให้ในเวลา 14:00 น. เพราะทองคำฝากเอาไว้ในธนาคาร จะต้องไปถอนออกมาก่อน
เขาขอให้ข้าพเจ้าเตรียมเงินจำนวน 150,000 บาทเอาไว้ให้พร้อมแล้วเขาก็จากไป สมัยนั้น ราคาทองคำในท้องตลาดขึ้นลงอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา เวลา 11:00 น. คืออีก 2 ชั่วโมงต่อมา ราคาทองคำลดลงจากบาทละ 750 บาท เหลือบาทละ 700 บาท พอถึงเวลา 13:00 น. ราคาต่ำลงไปอีก เหลือเพียงบาทละ 650 บาท
พอถึงเวลา 14:00 น. ตามกำหนดนัดหมายจ่ายเงิน ราคาทองคำลดต่ำลงเหลือบาทละเพียง 550 บาท เมื่อเพื่อนคนนั้นนำทองคำมาให้ ข้าพเจ้าตัดใจจ่ายเงินจำนวน 150,000 บาทตามราคาที่ตกลงซื้อเมื่อเวลา 09:00 น.

ด้วยความเสียดายเงินเป็นอย่างยิ่ง เพราะเห็นชัดๆว่าต้องขาดทุนไปถึง 40,000 บาท เพื่อเป็นการรักษาเครดิตของเรา ในสมัยนั้น ทรัพย์สินของข้าพเจ้าก็ไม่มีมากมายอะไร กล่าวได้ว่าจำนวนเงิน 40,000 บาทที่เสียไป เพื่อรักษาเครดิตนี้มีมูลราคาถึงร้อยละ 15 ของทรัพย์สินทั้งหมดของข้าพเจ้า
การรับปากตกลงซื้อขายกับเพื่อนคนนั้นเพียงคำเดียวต้องเสียเงินไปถึง 40,000 บาท ข้าพเจ้าก็ยอมอดทนรับความสูญเสียนั้น รักษาคำพูด เมื่อทบทวนถึงกรณีนี้ในภายหลัง ข้าพเจ้าอดที่จะภูมิใจเสียมิได้ เพราะเพื่อนคนนั้นระยะต่อมาเขาประสบความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตการงาน มีตำแหน่งเป็นผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งของธนาคารกรุงเทพ และข้าพเจ้าได้ติดต่อธุรกิจกับเขาตลอดมา โดยเขาให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดียิ่ง
หากข้าพเจ้าเสียได้เงิน 40,000 บาท ไม่ยอมรับซื้อทองคำตามที่ตกลงกัน เขาอาจเจ็บแค้นเลิกคบกับข้าพเจ้า เพราะเห็นว่าเป็นคนพูดจากกลับกลอก หาความสัตย์ไม่ได้ ไม่มีเครดิตน่าเชื่อถือ ความซื่อสัตย์เป็นคุณธรรมอันสำคัญยิ่งสำหรับวงการค้า เพราะจะเป็นปัจจัยเสริมสร้างเครดิตและภาพลักษณ์ของเราให้ประจักษ์เบื้องหน้าต่อสาธารณะชน