ดร.เทียม โชควัฒนา (ตอนที่ 23)
บริษัท เคียวโกะ และการติดต่อกับญี่ปุ่น
พ.ศ. 2494 รัสเซียกับจีนกลายเป็นพันธมิตรแบบมีระยะห่างระหว่างกกัน มีคำกล่าวเล่น ๆ ว่า ฝ่ายหนึ่งอยู่หลังม่านเหล็ก อีกฝ่ายอยู่หลังม่านไม้ไผ่ และต่างก็เป็นต้นแบบของระบบคอมมิวนิสต์ซึ่งถือเป็นอันตรายในความคิดของโลกเสรีอย่างสหรัฐอเมริกา นำไปสู่การเริ่มต้นเผชิญหน้าใน “สงครามเย็น”
คนในกรุงเทพฯ แบ่งความคิดออกเป็น 3 พวก คือ
1. ต้องเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 แน่นอน
2. สงครามโลกครั้งที่ 3 เป็นไปไม่ได้
3. สงครามโลกครั้งที่ 3 แม้จะเป็นไปไม่ได้ แต่สถานะตึงเครียดระหว่างคอมมิวนิสต์และโลกเสรีมีทีท่าจะยืดเยื้อต่อไปอีกนาน จึงทำให้มีการกักตุนสินค้า
พวกที่คิดแบบที่ 1 และ 3 ขาดทุนมาก เพราะสินค้าที่กักตุนไว้ราคาตก แต่ข้าพเจ้าคิดแบบที่ 2 จึงรอดตัวและมีกำไรดีด้วย
การนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นนั้น เป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ก่อนสงครามจะเกิด ญี่ปุ่นมุ่งหน้าจะเป็นประเทศอุตสาหกรรมมาตั้งแต่การเปิดประเทศและเข้าสู่ยุคเมจิ แต่สินค้าของญี่ปุ่นไม่เคยเป็นที่ยอมรับในด้านคุณภาพมาตั้งแต่ไหนแต่ไร การเรืองอำนาจในช่วงต้นของสงครามแห่งเอเชียแปซิฟิกส่วนหนึ่ง ก็คือความพยายามขยายพรมแดนอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นนั่นเอง
ช่วงที่ญี่ปุ่นเข้ามาบีบบังคับให้ไทยเป็นพันธมิตรในช่วงสงครามโลกนั้น บริษัทของญี่ปุ่นในไทยก็มีความรุ่งเรืองขึ้น พอดีกับที่ข้าพเจ้าก่อตั้งบริษัทเฮียงเซ่งเชียง เป็นนายหน้าขายส่งสินค้าเบ็ดเตล็ด จึงจำเป็นต้องสั่งซื้อสินค้าจากญี่ปุ่นมาขายเป็นส่วนใหญ่ เพราะสินค้าจากยุโรปแทบไม่มีให้ขาย
หลังสงคราม ข้าพเจ้ายังเล็งเห็นว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ยังมีศักยภาพในการฟื้นฟูอุตสาหกรรม บริษัทการค้าและอุตสาหกรรมหลายแห่งเติบโตขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว เทคนิคอีกอย่างหนึ่งคือ บริษัทที่มีโรงงานอยู่ในเมืองใหญ่ ๆ อย่างโรงงานนาฬิกาหรือกล้องถ่ายรูปต่างพากันก่อตั้งโรงงาน (สำรอง) เอาไว้ตามชานเมืองหรือต่างจังหวัดมาก่อน ช่วงสงครามถึงแม้โรงงานแม่จะถูกทำลาย แต่โรงงานลูกก๋ดำเนินงานต่อได้ ข้าพเจ้าเป็นผู้หนึ่งในจำนวนไม่กี่คนของขณะนั้นที่เห็นว่า ญี่ปุ่นยังมีอนาคต
ด้วยความไม่เชื่อว่าจะมีสงครามโลกครั้งที่ 3 ข้าพเจ้าจึงเดินหน้าเป็นเทรดเดอร์เต็มตัว ถึงแม้จะมีสงครามเกาหลี ผู้คนแย่งกันซื้อของ สินค้าของเราก็ชายได้ราคายิ่งขึ้น
บริษัท เคียวโกะ ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2495 ที่เมืองโอซากา มีถนนชินไชบาซิ ซึ่งเป็นถนนขายสินค้าเบ็ดเตล็ดสำหรับการส่งออก โดยรัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้การสนับสนุนกิจการขนาดเล็กและกลาง ให้ผลิตสินค้านานาชนิดเพื่อการส่งออก

ข้าพเจ้าได้ให้หุ้นลม 20 เปอร์เซ็นต์ แก่เพื่อนของข้าพเจ้าชื่อ มร.โอกาดะ ที่รู้จักกันสมัยที่เขามาทำงานที่มิตซุย ประเทศไทย ในระหว่างสงคราม เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม มร.โอกาดะ ถูกพันธมิตรจับไปขัง จึงฝากรถยนต์และเงินไว้ที่ข้าพเจ้า เมื่อได้ออกจากการกุมขัง เขาและข้าพเจ้าจึงเป็นมิตรแท้ต่อกัน ข้าพเจ้าให้เขาตั้ง บริษัท เคียวโกะ ที่ประเทศญี่ปุ่น และได้ส่งคุณดำหริ ดารกานนท์ ไปเป็นประธานบริษัท เคียวโกะ ที่ญี่ปุ่น มี มร.โอกาดะ เป็นที่ปรึกษา และมี มร.อิเกกูจิ เป็นผู้จัดการ ทำการจัดซื้อสินค้าตัวอย่างส่งมาให้ข้าพเจ้าตัดสินใจ
ห้างเคียวโกะมีผลงานดีมาก ได้หาสินค้าดี ๆ มาให้เฮียบเซ่งเชียงหลากหลาย เช่น ซิป YKK กระดุม ด้าย กระติดน้ำตรานกยูง หีบเพลงปากบัตเตอร์ฟาย ออร์แกนยามาฮ่า เมื่อสั่งสินค้าเข้ามามากขึ้น ข้าพเจ้าจึงตั้งแผนกรับออเดอร์ขึ้น ให้คุณชวลิต เทิดกตัญญูวงศ์ คนหนุ่มอีกคนของเฮียบเซ่งเชียงเป็นผู้ดูแลสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น
ต่อมา โรงงานกระติกน้ำร้อนตรานกยูงมีเงื่อนไขว่า ข้าพเจ้าต้องสั่งสินค้าเพิ่มจำนวน 20 เท่าจากที่เคยขาย ซึ่งในเวลานั้น ประเทศไทยมี กระติกน้ำตรานกอินทรี เป็นผู้ครองตลาด จึงทำให้เราต้องทำการตลาดในเชิงรุก เริ่มมีการโฆษณาทางวิทยุ มีการแต่งเพลโฆษณากระติกน้ำตรานกยูง โดยให้รักร้องชื่อดังเป็นผู้ขับร้อง
ซิป YKK เป็นสินค้าขายดีอีกแผนกหนึ่ง เพราะประธาน YKK เป็นคนมีหัวทางการค้าขาย เริ่มด้วยตั้งโรงงานเล็ก ๆ เอาเครื่องจักรเยอรมนีมาศึกษาและดัดแปลงใหม่ จดลิขสิทธิ์เป็นเครื่องจักรญี่ปุ่น และพัฒนาการขายซิป YKK ไปหลายประเทศ
ต่อมาคุณดำหริ ดารกานนท์ กลับจากญี่ปุ่น ข้าพเจ้าส่งคุณปคุณ ตั้งชัยศักดิ์ ตามด้วย คุณฉลอง วิทยานนท์ ไปอยู่ที่เคียวโกะ ได้สินค้าใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น หลังจากนั้น ข้าพเจ้าจึงส่งคุณบุณยสิทธิ์ ลูกชายคนที่สามของข้าพเจ้าไปอยู่ที่เคียวโกะ โอซากา
บริษัท เคียวโกะ ขยายเติบใหญ่ขึ้น มีสาขาเพิ่มที่โตเกียว ข้าพเจ้าต้องพาผู้จัดการเคียวโกะไปสิงคโปร์ เขมร และเวียดนาม เพื่อหาตลาดใหม่และแนะนำลูกค้าให้เคียวโกะ
ต่อมา เฮียบเซ่งเชียงได้ส่งคุณชวลิต เทิดกตัญญูวงศ์ คุณสุรินทร์ โรจนศิรินทร์ ไปประจำที่เคียวโกะ โตเกียว
เมื่อเคียวโกะขยายตัวใหญ่ขึ้น มีคนญี่ปุ่นทำงานเกือบร้อยคน ข้าพเจ้าจึงทยอยขายหุ้นให้ผู้บริหารญี่ปุ่นที่ทำงานอยู่ เพื่อให้เขาได้เป็นเจ้าของกิจการ มีกำลังใจ และมึความมั่นคงจากการทำงาน