Biznews

ไม่หวั่นโควิด ‘เมกาบางนา’ สู้ไม่ถอยเท 800 ล้านลุย ‘เมกาซิตี้’ 400 ไร่

แม้ว่าจะกุมความได้เปรียบด้วยฐานลูกค้ากว่า 90% เป็นคนไทย แต่ทว่าด้วยความร้ายแรงของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ลุกลามไปทุกธุรกิจ ทำให้ ศูนย์การค้าเมกาบางนา

เจ้าของอาณาจักรค้าปลีกใหญ่โตด้วยพื้นที่ 400 ไร่บริเวณหัวมุมด้านตะวันตกเฉียงใต้ของทางแยกต่างระดับวัดสลุด ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่างถนนกาญจนาภิเษกกับถนนเทพรัตนในช่วงกิโลเมตรที่ 8 ในพื้นที่ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ บริหารงานโดย บริษัท เอสเอฟ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน), บริษัท อิคาโน่ รีเทล เอเชีย จำกัด และบริษัท เอส.พี.เอส. โกลเบิลเทรด จำกัด โครงการประกอบไปด้วยศูนย์การค้า สำนักงาน โรงแรม และอาคารที่พักอาศัยได้รับผลกระทบอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

 

นับตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. – 16 พ.ค. 2563 รวมระยะเวลาร่วมๆ  2 เดือนที่ เมกาบางนา ต้องสูญเสียรายได้จากการเก็บค่าเช่าพื้นที่ ราว 15-20% ของรายได้ทั้งหมด ขณะที่ตลอดทั้งปี ศูนย์การค้าเมกา บางนา ประเมินว่ารายได้จะหายไปถึง 30%

นางสาวปพิตชญา สุวรรณดี กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเมกาบางนา กล่าวว่า หลังจากเปิดให้บริการในวันที่ 17 พ.ค. 2563 เมกาบางนา มีร้านค้าที่กลับมาเปิดให้บริการแล้วมากกว่า 97% และมีจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการแล้ว 80% เมื่อเทียบกับก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

 

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบให้จำนวนลูกค้ามีจำนวนเข้าใช้บริการอยู่ที่ 80% มาจาก กลุ่มธุรกิจบางอย่างที่ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ตามมาตรการควบคุมของรัฐ อาทิ โรงภาพยนตร์, สถาบันกวดวิชา, สนามเด็กเล่น เป็นต้น รวมไปถึงระยะเวลาเปิดให้บริการที่จำกัดตั้งแต่ 10.00-20.00น. โดยภายในสิ้นเดือน พ.ค. นี้ ร้านค้าต่างๆ จะสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ 100%

ศูนย์การค้าเมกาบางนา เปิดให้บริการมาเป็นระยะเวลา 8 ปี  มีฐานลูกค้าที่เป็นชาวไทยอยู่ในระดับเกือบ 100% มีฐานลูกค้าประจำที่ใช้บริการ 3-4 ครั้ง/สัปดาห์เป็นจำนวนมาก ซึ่งกลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มที่กลับมาใช้บริการทันทีนับตั้งแต่วันแรกของการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา

‘สถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น ถือเป็นความท้าทายใหม่สำหรับในธุรกิจค้าปลีก และเป็นปัจจัยที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคให้เข้าสู่ New Normal อย่างรวดเร็วและหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยศูนย์การค้าเมกาบางนาทำหน้าที่เป็นมีทติ้งเพลส (Meeting Place) ของคนในย่านนี้มาตลอดระยะเวลา 8 ปี’

นอกจากนี้ การที่มีฐานลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนไทยถือเป็นความโชคดีอย่างหนึ่งเมือ่เทียบกับศุนย์การค้าอื่นๆ  ที่ต้องพึ่งพิงนักท่องเที่ยวซึ่งคงต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าสถานการณ์จะกลับมาปรกติ

โดยผู้เข้าใช้บริการศูนย์การค้าเมกาบางนาเมื่อปีที่ผ่านมา เฉลี่ย 4.1-4.2 ล้านคน/เดือน หรือมีผู้เข้าใช้บริการรวม 50 ล้านคนต่อปี

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจยังต้องเดินหน้าต่อ โดยได้ปรับภูมิทัศน์ของโซนเมกา ฟู้ดวอล์ค ใหม่ ซึ่งขณะนี้แล้วเสร็จไปกว่า 50% และคาดว่าจะเสร็จสิ้นในช่วงเดือน กันยายนนี้ รวมถึงโครงการ เมกาซิตี้ โปรเจ็คอสังหาริมทรัพย์รูปแบบ “มิกซ์ ยูส” ยังคงเดินหน้ารีโนเวทตามแผนงานที่กำหนดไว้ ภายใต้เงินลงทุนกว่า 800 ล้านบาท

โครงการ “เมกาซิตี้” เป็นโปรเจ็คอสังหาริมทรัพย์รูปแบบ “มิกซ์ ยูส” บนถนนบางนา – ตราด เมืองขนาดใหญ่สำหรับการใช้ชีวิตที่ครบวงจร ทั้งพื้นที่สำหรับอยู่อาศัย สำนักงาน โรงเรียน และสวนสาธารณะ โดยมีศูนย์การค้าเมกาบางนาเป็นศูนย์กลางของทุกไลฟ์สไตล์

ทั้งนี้ ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 และสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง ทางเมกาบางนายังคงเดินหน้ารีโนเวทศูนย์การค้าตามแผนงานที่กำหนดไว้ เพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่แปลกใหม่ มอบความสุขความสนุกสนานให้กับลูกค้าหลังจากที่เปิดกลับมาให้บริการอีกครั้ง

โดยได้ปรับปรุงสถาปัตยกรรมภายในอาคารศูนย์การค้าแล้วเสร็จในเดือนเมษายนที่ผ่านมา และยังได้เดินหน้าปรับปรุงภูมิทัศน์ของโซนเมกา ฟู้ดวอล์ค ภายใต้คอนเซป Scandinavian Playground โดยนำเสนอสนามเด็กเล่นธรรมชาติขนาดใหญ่ ที่มิได้เป็นเพียงแค่เครื่องเล่นทั่วไป แต่เป็นพื้นที่ธรรมชาติ พร้อมสายน้ำ (stream valley) และบ่อทราย (sand dune) ภายใต้บรรยากาศสวนต้นไม้อันรื่นรมย์ที่หาได้ยากในเมืองใหญ่ เพื่อให้ครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน ในรูปแบบและประสบการณ์พิเศษใหม่นี้ พร้อมกันกับการมาใช้บริการที่เมกาบางนา

 

ขณะเดียวกัน ยังคงเดินหน้าการสร้างอาคารจอดรถ 8 ชั้น แห่งใหม่เพิ่มที่จอดรถกว่า 2,000 คัน งบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จต้นปี 2564 และทำให้ศูนย์การค้าเมกาบางนามีที่จอดรถรวมกว่า 12,000 คัน ”

“ธุรกิจค้าปลีกในช่วง New Normal นับเป็นจุดเปลี่ยนและความท้าทายครั้งสำคัญ โดยเมกาบางนาและพันธมิตรร้านค้าผู้เช่ามีความพร้อมในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และการดำเนินงานต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า รวมไปถึงมาตรการเพิ่มสุขอนามัย – สะอาด – ปลอดภัย – สะดวก สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการ ส่งมอบบริการและประสบการณ์ที่สนุกสนานอย่างปลอดภัยให้กับลูกค้าตลอดไป” นางสาวปพิตชญา กล่าวสรุป

 

Related Articles

Back to top button