Eat & Travel

ชวนลงออนเซ็นที่ “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ทองหล่อ”

ธุรกิจโรงแรมดูจะได้รับผลพลอยได้ที่ดีจากการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในบ้านเราอย่างมากมาย ไม่รับรวมโรงแรมระดับ 5 ดาวเท่าน้ัน แต่ต่ำกว่า 5 ดาวก็พลอยยิ้มออกได้

บริษัท แอล แอนด์ เอช โฮเทล แมเนจเมนท์ จำกัด ผู้บริหารกลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ปัจจุบันดำเนินงานโครงการโรงแรม 4 แห่งในเขตกรุงเทพฯ ได้แก่ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพลินจิต บริการห้องพัก 277 ห้อง(เปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2546), โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ บริการห้องพัก 497 ห้อง(เปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2551), โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 บริการห้องพัก 462 ห้อง(เปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2555) และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 ซึ่งเป็นสาขาล่าสุดภายใต้การลงทุนด้วยงบประมาณไม่ต่ำกว่า 2 พันล้านบาทเนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพความเจริญที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งศูนย์การค้า คอมมูนิตีมอลล์ ร้านอาหารนานาชาติ ตลอดจนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ โดยที่พักส่วนใหญ่ในย่านนั้นมักเป็นรูปแบบของเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ในขณะที่มีโรงแรมระดับ 4-5 ดาวเพียง 3 แห่ง จึงทำให้มีโอกาสขยายตัวอีกมาก

สมชาย มีศรี ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 เผยว่าแม้ว่าธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยจะมีการแข่งขันสูง แต่ด้วยจุดเด่นของโรงแรมในด้านทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านทองหล่อ ซึ่งเล็งเห็นถึงศักยภาพความเจริญที่จะมีเพิ่มขึ้น ทั้งศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ร้านอาหารนานาชาติ ตลอดจนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ โดยที่พักส่วนใหญ่ในย่านนี้มักเป็นรูปแบบของ เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ในขณะที่โรงแรมที่ให้บริการแบบเต็มรูปแบบมีเพียงไม่กี่แห่ง จึงทำให้มีโอกาสขยายตัวอีกมาก โดยคาดว่ารายได้ในปีนี้น่าจะอยู่ประมาณ 420 ล้านบาท

โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว ตกแต่งสไตล์คลาสสิค โดยผสมผสานกลิ่นอายตะวันตก และตะวันออกไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยมีแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวของ “นาคา” หรือพญานาคมุจลินทร์ ที่สะท้อนออกมาในรูปแบบของสถาปัตยกรรมของตัวอาคารและการตกแต่งภายในที่เล่าเรื่องราวออกมาได้อย่างลงตัว และได้รับรางวัลชนะเลิศด้านสถาปัตยกรรม Best Hotel Architecture Thailand จาก International Property Awards

โดยโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 ยังเป็นโรงแรมแห่งแรกในประเทศไทยที่มีบ่อน้ำร้อน (ออนเซ็น) สไตล์ญี่ปุ่น พร้อมสปาแบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุด ครอบคลุมพื้นที่ขนาด 1,800 ตารางเมตร โดยโรงแรมมุ่งเน้นความครบเครื่องเรื่องการใช้งานที่เรียบง่ายและสะดวกสบาย ดังจะเห็นได้จากสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในโรงแรม

โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 มีห้องพักทั้งหมด 442 ห้องพัก ทุกห้องพร้อมทิวทัศน์กรุงเทพมหานคร ได้รับการตกแต่งอย่างทันสมัยและมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพักอย่างครบครัน นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นอยู่ที่ประเภทของห้องพักที่หลากหลายตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยมีอุปกรณ์ที่พร้อมเพรียงสำหรับการพักอาศัย อีกทั้งยังมีห้องพักประเภทเลดี้ เดอลักซ์ (Lady Deluxe) สำหรับผู้เข้าพักที่เป็นผู้หญิงโดยเฉพาะ ด้วยการจัดเตรียมอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกของผู้หญิง และยังเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยให้ผู้เข้าพักรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นอีกด้วย

ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากสัดส่วนลูกค้าหลักของโรงแรมเป็นชาวต่างชาติถึง 90% ทางโรงแรมจึงได้วางแผนกระตุ้นตลาดต่างประเทศให้มากขึ้น โดยเน้นที่กลุ่มประเทศแถบเอเชียเป็นหลัก แล้วจึงขยายฐานตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าในยุโรปเป็นลำดับต่อไป โดยแบ่งการจัดการเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ในด้านส่งเสริมการขายและการตลาด และในด้านการบริการที่มุ่งพัฒนาความสามารถของพนักงาน เพื่อรองรับกับการเติบโตของตลาด

อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทย ยังมีแนวโน้มเติบโตได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2559 มีมากกว่า 32 ล้านคน สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 2.6ล้านล้านบาท แสดงให้เห็นได้อย่างดีว่าแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทย รอยยิ้มของคนไทย ประเพณีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ยังคงสร้างแรงดึงดูดจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้เป็นอย่างดี

สุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แอล แอนด์ เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด มองภาพรวมธุรกิจโรงแรมในปี 2560 คาดว่ายังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นได้อย่างต่อเนื่องเนื่องจากปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติจากตะวันตกและเอเชียมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากโซนอเมริกาสูงประมาณ 14% และจากโซนเอเชียประมาณ 10% เมื่อปีที่ผ่านมา โดยยที่ตลาดเอเชียยังคงเป็นตลาดหลักของการท่องเที่ยว

สำหรับภาคธุรกิจโรงแรมในกรุงเทพ มีทิศทางปรับตัวดีขึ้น ทั้งในแง่ของอัตราการเข้าใช้บริการห้องพักและอัตราค่าเช่า เชื่อว่านักท่องเที่ยวกลุ่มหลักๆ ยังคงเป็นกลุ่มเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ฮ่องกง และมาเลเซียน่าจะขยายตัวเพิ่มมากขึ้น และยังมีจำนวนนักท่องเที่ยวจากโซนอเมริกาที่มีเพิ่มขึ้นและสามารถชดเชยนักท่องเที่ยวจากโซนยูโรที่อาจลดลงต่อเนื่องในปีนี้

Related Articles

Back to top button