Biznews

กรณีศึกษา 10 เรื่องจริงที่คุณ(ยัง)ไม่รู้! ของ “แหลมเกตุ”

เมื่อพูดถึงร้านซีฟู้ดชื่อดังที่เป็นข่าวฉาวเรื่องการขายบัตรทานบุฟเฟต์ในราคาแสนถูกเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เนื่องจากลูกค้าได้มีการแชร์ประระสบการณ์ที่เคยเจอมาเกี่ยวกับคุณภาพอาหารรวมถึงบริการไม่เป็นไปอย่างที่เคยโฆษณาเอาไว้จนกระฉ่อนโลกออนไลน์ จนกระทั่งตำรวจกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เข้าจับกุมนายพิชาต บวรบัญชารักษ์ หรืออีกชื่อคือ นายโจม พารณจุลกะ เจ้าของร้านบุฟเฟต์ซีฟู้ดชื่อดังตามหมายจับคดีร่วมกันทำให้เกิดความเข้าใจผิด การโฆษณาเกินจริง และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามที่มีผู้เสียหาย 626 คน รวมตัวเข้าแจ้งความไว้

วันนี้  เราจะพาย้อนไปดูเรื่องราวของร้านอาหารบุฟเฟต์แห่งนี้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร กับ 10 เรื่องจริงที่คุณไม่รู้มาก่อน

1.แหลมเกตุ เป็นร้านอาหารมาจากอำเภอศรีราชา ชลบุรี

“แหลมเกตุ” เคยเป็นร้านอาหารทะเลฮอตฮิตติด Top 5 ของศรีราชา แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้แหลมเกตุต้องปรับเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ ย้ายมาเปิดในกรุงเทพฯ และประสบความสำเร็จอย่างมาก เป็นที่พูดถึงทั้งในกลุ่มนักชิมชาวไทย และกลายเป็นหนึ่งใน Destination ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก สร้างยอดขาย 100 ล้านบาทต่อปีจากที่ติดลบเดือนละ 5 แสนบาท

2.เจ้าของร้านอาหารแหลมเกตุ คือ “โค้ก-อพิชาต บวรบัญชารักข์” คนเดียวกับ “โจม พารณจุลก”

ปัจจุบันหลายคนอาจสับสนว่า เจ้าของร้านอาหารบุฟเฟต์แหลมเกตุเป็นใคร จากข้อมูลที่รับรู้กันในปัจจุบันหลังจากตกเป็นข่าว คือ “โจม พารณจุลก” แต่เดิมตั้งแต่ปลุกปั้นร้านแหลมเกตุในกรุงเทพฯ ชื่อ “โค้ก” อพิชาต บวรบัญชารักข์ ซึ่งอดีตเคยรายการต่างๆ เชิญไปพูดถึงแนวทางการทำธุรกิจ จนได้รับฉายา “อายุน้อยร้อยล้าน”

3.“โค้ก” อพิชาต บวรบัญชารักข์ เจ้าของร้านแหลมเกตุ ไม่ชอบธุรกิจร้านอาหารมาก่อน

ร้านแหลมเกตุเป็นธุรกิจครอบครัว เปิดบริการมานานกว่า 33 ปี “โค้ก” เติบโตมากับงานร้านอาหาร เป็นพนักงานเสิร์ฟ ล้างจาน ในร้านมาตลอด เดิมทีเขาเกลียดธุรกิจร้านอาหารมาก เนื่องจากดึงชีวิตครอบครัวไปทั้งหมด ไม่เคยได้นั่งกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาเหมือนครอบครัวอื่นๆ จึงฝังใจว่า โตขึ้นจะไม่เปิดร้านอาหารเด็ดขาด

4.ร้านอาหารแหลมเกตุ เกิดขึ้นอีกครั้งเพราะเจ้าของร้านอยากถ่ายรูปลง IG

ร้านอาหารแหลมเกตุถูกปัดฝุ่นขึ้นมาอีกครั้ง มาจาก “โค้ก” ที่อยากจะได้ถ่ายรูปร้านตัวเองลง IG  และร้านอาหารเป็นธุรกิจที่ถนัดที่เขาสุด มันอยู่ในสายเลือด จึงคิดว่าเปิดร้านอาหารดีกว่า โดยเลือกทำเล คือ community mall แห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท

5.ร้านแหลมเกตุสุขุมวิท ปิดตัวลงถาวรช่วงสิ้นปี 2557

แม้ว่าร้านแหลมเกตุในช่วงแรกจะดังเปนพลุแตก ลูกค้ายืนต่อแถวยาวเหยียด จนเกิดปัญหาด้านการบริหารงานจึงต้องปิดตัวลงถาวรในปี 2557 ถัดจากนั้นไม่ถึง 2 เดือน แหลมเกต ซอยพหลโยธิน 11 จึงเกิดขึ้น

6.แนวคิดร้านแหลมเกตุโฉมใหม่ มาจากร้านไทยเรสเทอรองท์ ในต่างประเทศ

จุดเปลี่ยนของแหลมเกตุ เกิดจากวันหนึ่งเจ้าของร้านไปพักผ่อนต่างประเทศ ได้เจอร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งเสิร์ฟอาหารไทยจานใหญ่มาก แต่พอคิดเงินมาราคาถูกมาก โค้กเลยเข้าไปคุยกับเจ้าของร้าน เขาบอกว่านี่คือ Experience คนคิดว่ามันต้องแพง แต่ไม่แพงเลย กลายเป็น Word of Mouth ที่คนพูดถึงในเวลาต่อมา นั่นเป็นแรงบันดาลใจให้โค้กทำตาม บวกกับกระแสบุฟเฟต์กำลังมาแต่พลิกแพลงให้เป็นบุฟเฟต์แบบไม่ต้องตัก ลูกค้าแค่สั่งแล้วพนักงานจะเอามาเสิร์ฟให้เอง กลายเป็นโมเดลของร้านนี้

7.ร้านแหลมเกตุ ถือเป็นเจ้าแม่ด้านโปรโมชั่น

ก่อนหน้าที่จะเกิดปัญหาลุกลามใหญ่โต แหลมเกตุเคยทำโปรโมชั่นมาโดยตยลอด ยกตัวอย่างเช่น โปรโมชั่นหวยรับทาน เพียงนำลอตเตอรี่มาโชว์ ลดราคาเหลือ 500 บาทจาก 555 บาท หรือโปรโมชั่นหน้าฝนที่คนไม่ค่อยออกนอกบ้าน โดยถือคติที่ว่า กำไรน้อยลง แต่เกิดการแชร์และบอกต่อหรือแม้แต่โปรโมชั่นที่ดังที่สุดของร้านแหลมเกตุ คือ โปรโมชั่น มา 4 จ่าย 4 ลูกค้าชอบมาก คือ ไม่ได้ลดราคาด้วยซ้ำ แต่คนแชร์เยอะมาก เพราะคนชอบใจ

8.แหลมเกตุ เริ่มโด่งดังมีชื่อเสียงมาจากการใช้สื่อโซเชียล

โค้กเน้นทำตลาดผ่านสื่อออนไลน์ เนื่องจากงบจำกัด โดยเริ่มจากหาว่าในร้านมีอาหารอะไรเป็น Signature บ้าง มีการใช้ภาชนะและการเสิร์ฟอาหารที่มีเอกลักษณ์ จนที่ผ่านมาแหลมเกตุลายเป็นผู้นำด้านแฟชั่นร้านอาหารผ่านคอนเซ็ปท์  Happiness ผ่าน Influencer คือ น้องรัศมีแข ตอนนั้นคนให้การตอบรับดีมาก

9.แหลมเกตุสุขุมวิท เจ๊งเพราะความผิดพลาดในการ “ตั้งราคา”

หากย้อนกลับไป แหลมเกตุสาขาแรกสุขุมวิท โค้กเคยบอกว่า ประสบการณ์ที่ผิดพลาดของเขา คือ การตั้งร้านใหม่ที่สุขุมวิทครั้งนั้น ยังไม่มีการวาง “เอกลักษณ์ของแบรนด์”  แต่กลับไปให้ความสำคัญกับการ “ตั้งราคาขาย” เพียงอย่างเดียว สุดท้ายก็ปิดกิจการ ก่อนจะมาเปิดร้านพหลฯ 11 คนเต็มทุกที่นั่ง  จึงต้องเปิดสาขา 2 ที่ซอยอารีย์ อยู่ใกล้ๆ กัน ก็เต็มอีก แถมไม่มีที่จอดรถ จนสุดท้ายมาได้ที่อาคาร SJ Infinite One ก่อนขยายสาขา Laemgate Avatar มาที่โชว์ดีซี พระรามเก้า

10.โปรโมชั่น 888 บาท ลดเหลือหัวละ 100 บาท เป็นสาเหตุให้ร้านแหลมเกตุโดนโจมตี

ร้านอาหารแหลมเกตุ ใช้กลยุทธ์โปรโมชั่นราคาต่อหัวจาก 888 ลดเหลือหัวละ 100 บาท ทำให้ลูกค้าสนใจซื้อโปรโมชั่นจำนวนมาก แต่ปัญหาคือซื้อโปรโมชั่นแล้วจองโต๊ะยาก รออาหารนานหรือรอจนสิ้นสุดโปรโมชั่น จนเหยื่อที่ซื้อโปรฯ ออกมาแฉเรื่องราวเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์ทวงเงินค่าซื้อโปรโมชั่นจำนวนมาก

ทั้งหมดเป็น 10 เรื่องจริงที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับร้านบุฟเฟต์ “แหลมเกตุ” แต่รู้หรือเปล่าว่าตลอด 3-4 ปีที่ร้านแหลมเกตุเกิดขึ้นมานั้น รายได้-กำไรแต่ละปีอู้ฟู่ขนาดไหน

จากการตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า บริษัท แหลมเกต อินฟินิท จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 โดยปรากฎรายชื่อนายโจม พารณจุลกะ หรือนายอภิชาต บวรบัญชารักข์ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ ดำเนินธุรกิจบริการด้านอาหารในภัตตาคารและร้านอาหาร ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท โดยมีผลประกอบการย้อนหลังดังนี้

ปี 2559 รายได้ 10.8 ล้านบาท ขาดทุน 8.5 ล้านบาท
ปี 2560 รายได้ 19.7 ล้านบาท กำไร 86,253 บาท
ปี 2561 รายได้ 21.2 ล้านบาท กำไร 138,392 บาท

ถือเป็นบทเรียนของใครหลายคนที่ควรดูเป็นแบบอย่างเพราะการทำธุรกิจร้านอาหารให้ประสบความสำเร็จ ร้านอยู่ได้อย่างยั่งยืน ต้องรักษาคุณภาพมาตรฐาน ไม่หลอกลวงลูกค้า

ขณะที่ลูกค้าก็อย่าเห็นเพียงแค่ “ราคาถูก” เท่านั้น ไเพราะไม่เช่นนั้นอาจโดนเอาเปรียบแบบนี้ก็เป็นได้ 

ข้อมูล www.thaismescenter.com

Related Articles

Back to top button