รู้จัก’เซ็นทรัลวิลเลจ’ โครงการสุดหรูที่กำลังเจอ “ตอ”
ใกล้จะเปิดให้บริการเต็มทีสำหรับโครงการสุดหรูของกลุ่มเซ็นทรัลที่มีชื่อว่า “เซ็นทรัล วิลเลจ” ศูนย์การค้าลักชัวรี เอาต์เล็ตที่มีมูลค่าโครงการทั้งสิ้นกว่า 5 พันล้านบาท ตั้งอยู่ติดกับพื้นที่ทำเลทองอย่างสนามบินสุวรรณภูมิที่กำหนดดีเดย์เปิดให้บริการปลายเดือนสิงหาคม 2562 นี้
แต่แล้วโครงการดังกล่าวที่มีการก่อสร้างแล้วเสร็จกว่า 80% มีอันต้องสะดุดหรือไม่ เมื่อ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพิ่งทำหนังสือไปยังกรมธนารักษ์ และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เพื่อประกอบการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่อโครงการก่อสร้าง ศูนย์การค้าเซ็นทรัล วิลเลจ ของ บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) โดย ทอท.อ้างว่า เนื่องจากตรวจสอบพบว่า บางส่วนของโครงการศูนย์การค้าเซ็นทรัล วิลเลจ มีการรุกล้ำเข้ามาที่ราชพัสดุในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ ของกรมธนารักษ์ ซึ่งปัจจุบัน ทอท.ดำเนินการเช่าอยู่ ในฐานะหน่วยงานผู้ดูแลพื้นที่ จึงต้องหนังสือไปยังกรมธนารักษ์ เพื่อชี้แจงการถูกรุกล้ำเขตดังกล่าว และต้องแจ้งและสอบถามไปยัง สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ด้วยมีการขออนุมัติแบบก่อสร้างหรือไม่ เนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างดังกล่าวอยู่บริเวณใกล้เคียงกับแนวร่อนของเครื่องบินซึ่งตามหลักการจะต้องมีการยื่นแบบก่อสร้างให้ กพท.พิจารณาก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้กระทบต่อความปลอดภัยเรื่องการบิน

ล่าสุด ทางเซ็นทรัลพัฒนา (CPN)ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงการสร้างโครงการเซ็นทรัล วิลเลจว่า เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฏหมายทุกประการ โดยได้ยื่นขออนุญาตจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องตามกระบวนการ โดยตัวอาคารแต่ละหลังมีขนาดพื้นที่ไม่เกิน 2,000 ตารางเมตร และมีความสูงไม่เกิน 23 เมตร บนที่ดินที่ซื้อมาจากเอกชนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แม้ตั้งอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ แต่ไม่ได้ตั้งหรือรุกล้ำพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ และ/หรือ ที่ดินของภาครัฐแต่อย่างใด
นอกจากนี้ โครงการดังกล่าว ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศบริเวณใกล้เคียงสนามบินสุวรรณภูมิอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และทาง CPN ยังได้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนใน ต.บางโฉลง อ.บางพลี รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียง และมีโครงการเพื่อร่วมกันพัฒนาชุมชนย่านสนามบินสุวรรณภูมิอีกด้วยและยืนยันด้วยว่าจะเปิดให้บริการเซ็นทรัล วิลเลจในวันที่ 31 สิงหาคม 2562 อย่างแน่นอน

คราวนี้เราทำความรู้จักโครงการนี้กันดีกว่า “เซ็นทรัล วิลเลจ” (Central Village-Bangkok Outlet Experience) ของค่ายเซ็นทรัลพัฒนา ถูกวางจุดยืนให้เป็น “ลักชัวรี เอาต์เล็ต” (Luxury Outlet) มาตรฐานระดับโลกที่สมบูรณ์แบบที่สุดครั้งแรกในประเทศไทย โดยยึดทำเลทองใกล้สนามบินสุวรรณภูมิเป็นที่ตั้ง พร้อมทั้งคาดหวังให้เป็น Shopping Destination ของไทยภายใต้งบประมาณกว่า 5,000 ล้านบาทในการลงทุนพัฒนาโครงการ “เซ็นทรัล วิลเลจ” ตั้งอยู่บนที่ดิน 100 ไร่ พื้นที่ 40,000 ตารางเมตร ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นโครงการที่ศึกษามานานกว่า 6 ปี โดยมีที่ปรึกษาต่างประเทศคือบริษัท ดิ เอาท์เล็ท คอมพานี เป็นที่ปรึกษาโครงการที่ทำให้กับเอาต์เลตต่างประเทศมาจำนวนมาก
ภายในโครงการ แบ่งสัดส่วนเป็น ร้านค้าลักชัวรีแบรนด์เนม 20% ซึ่งมีอินเตอร์แบรนด์ระดับหรู ร้านอาหาร ร้านสินค้าไทยแบรนด์ สินค้าที่เป็นเครือของเซ็นทรัลเองด้วย รวมทั้งหมดกว่า 235 ร้านค้า ภายใต้คอนเซ็ปท์สร้างประสบการณ์การช้อปลักชูรี่เอาท์เล็ตระดับโลกครั้งแรกของเมืองไทย ด้วยดีไซน์ในรูปแบบสถาปัตยกรรมในสไตล์ไทยโมเดิร์นผสานความร่มรื่นของธรรมชาติกับการใช้พื้นที่เอาท์ดอร์ได้อย่างลงตัว เพื่อการมาเยือนครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การมาช้อปปิ้ง แต่ยังได้บรรยากาศการพักผ่อนพร้อมเพลิดเพลินกับการเซลฟี่มุมสวยๆ โดยออกแบบให้ทุกพื้นที่กลางแจ้งมีร่มเงาสำหรับนั่งพักผ่อน รวมถึงทางเดินที่มีร่มเงาปกป้องความร้อนจากแสงแดด ที่สอดรับกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว

สำหรับทำเลที่ตั้งถือว่ามีความเหมาะสมอย่างมาก เพราะอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ เดินทาง 10 นาทีก็ถึง ส่วนคนในเมืองเดินทางเฉลี่ย 45 นาทีก็ถึง อีกทั้งสนามบินสุวรรณภูมิเป็นสนามบินอันดับ 1 ที่มีจำนวนผู้โดยสารมากที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ หรือกว่า 55 ล้านคนในปี 2560 และติด 1 ใน 10 อันดับของสนามบินที่มีจำนวนผู้โดยสารมากที่สุดในเอเชียด้วย และคาดว่าในปี 2563 ส่วนขยายของสนามบินจะแล้วเสร็จ จะรองรับผู้โดยสารสูงถึง 60 ล้านคนต่อปี
กลุ่มเป้าหมายของโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ วางไว้ที่คนไทย 65% และคนต่างประเทศ 35% ซึ่งในทำเลย่านนั้นจะมีประชากรมากกว่า 12 ล้านคนที่มีกำลังซื้อพอสมควร และยังจับกลุ่มใหม่ที่เรียกว่า ยังก์แอฟฟลูเอนต์ หรือ Young Affluent) อายุ 25-40 ปี เป็นคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จรวดเร็ว มีรายได้สูง ต้องการสินค้าดีมีคุณภาพ ซึ่งในไทยจากการเก็บข้อมูลมีประมาณ 2 ล้านคน
ขณะที่กลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างประเทศนั้น ปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยมากถึง 35 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 37 ล้านคนในปีนี้ กลุ่มเป้าหมายหลักคือ จีน รัสเซีย ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้ามาในเซ็นทรัลวิลเลจประมาณ 10,000 คนต่อวัน หรือประมาณ 6 ล้านคนต่อปี

เซ็นทรัล วิลเลจ เป็นแบรนด์ค้าปลีกลำดับที่ 5 ของกลุ่มซีพีเอ็น จากปัจจุบันมีแบรนด์ต่างๆ ทั้งสิ้น 5 แบรนด์คือ 1. เซ็นทรัล พลาซา ห้างค้าปลีกที่เรียกว่า Regional Mall จับกลุ่มครอบครัวเป็นหลัก 2.เซ็นทรัล เวิลด์ ยูนีค จับกลุ่มขาช้อปย่านใจกลางธุรกิจ (CBD) 3. เซ็นทรัล เฟสติวัล ศูนย์การค้าที่เติมไลฟ์สไตล์ ให้การช้อปปิ้งมีความสนุกสนานมากชึ้น จับเมืองท่องเที่ยว 4.เซ็นทรัล ภูเก็ต ศูนย์การค้าที่เต็มไปด้วยสินค้าอินเตอร์แบรนด์ จับกลุ่มนักท่องเที่ยว และ 5. เซ็นทรัล วิลเลจ เอาท์เล็ตขายสินค้าแบรนด์หรูและเป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายเสริมให้ซีพีเอ็นมีรีเทลครบวงจร

จุดที่น่าสังเกตต่อกรณีดังกล่าวคือ เหตุใดทอท.ถึงเพิ่งยื่นหนังสือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ทั้งที่การก่อสร้างดำเนินการมาแล้วกว่า 80% และมีกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว เกี่ยวข้องกับการประมูลดิวตี้ฟรีที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปหรือไม่ เพราะหนึ่งในผู้ยื่นการประมูลคือกลุ่มซีพีเอ็น
มาลุ้นกันว่า มหากาพย์ของเซ็นทรัล วิลเลจในครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร เมื่อยืนยันว่าทุกอย่างผ่านขบวนการอย่างถูกต้องทุกขั้นตอนและยืนยันที่จะเดินหน้าต่อ เรื่องนี้มีนอกมีใน อย่างไร หรือไม่
ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง



