Financial

มัดรวมมาให้แล้ว!’แบงก์’ แห่เตือนลูกค้าใช้งานแอปธนาคาร ติดต่อสาขา ก่อนทำธุรกรรมไม่ได้

หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดให้มีการยืนยันตัวตนด้วย Biometric ผ่านหน้า Face Recognition โดยกำหนด 3 ธุรกรรมที่จะต้องมีการยืนยันตัวตนคือ 1.การโอนวงเงินเกิน 50,000 บาทต่อรายการ 2.โอนวงเงินเกิน 200,000 บาทต่อวัน และ 3.การปรับเพิ่มวงเงินเกิน 50,000 บาทต่อวัน โดยลูกค้าจะต้องมีการ Verify ตัวตนลูกค้า

ทั้งนี้  การทำทั้ง 3 ส่วนจะช่วยป้องกันภัยจากคนร้าย และช่วยแก้บัญชีม้าได้ หากมีการบังคับใช้สแกนใบหน้า

ล่าสุด บรรดาธนาคารต่างๆ  ออกมารับลูกมาตรการดังกล่าว โดยเตือนลูกค้าที่ใช้งานแอปธนาคาร ติดต่อสาขา ก่อนทำธุรกรรมไม่ได้

 

เริ่มกันที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศผ่านเพจเฟซบุ๊ก “SCB Thailand” ระบุว่า  เตรียมความพร้อมสำหรับการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า เมื่อทำธุรกรรมดังต่อไปนี้ผ่านแอป SCB EASY

1. โอนเงินไปยังบุคคลอื่นตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไปต่อครั้ง
2. มูลค่ารวมของธุรกรรมโอนเงินทุก ๆ 200,000 บาท ภายใน 1 วัน
3. ปรับเพิ่มวงเงินให้โอนได้ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป

กรุณานำบัตรประชาชนไปอัปเดตข้อมูลของท่านให้เป็นปัจจุบันและถ่ายรูปใบหน้าได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขาทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

ต่อด้วย ธนาคารออมสิน ประกาศยกระดับความปลอดภัยการทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งในเดือนพฤษภาคม 2566 นี้ หากต้องการโอนเงินมากกว่า 50,000 บาท หรือเปลี่ยนแปลงวงเงินจะต้องมีการยืนยันตัวตนด้วยการเปรียบเทียบใบหน้าก่อน เพื่อให้เกิดธุรกรรมอย่างสมบูรณ์

ทั้งนี้ ขอให้ลูกค้าธนาคารออมสิน เตรียมความพร้อม โดยนำบัตรประชาชนไปยืนยันตัวตนที่สาขา และอัพเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน และถ่ายภาพสแกนใบหน้าที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ และต้องอัพเดทแอป MyMo ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

โดยผู้ใช้บริการต้องสแกนใบหน้า เมื่อทำธุรกรรม ได้แก่

โอนเงิน
50,000 บาทขึ้นไปต่อรายการ
ยอดสะสม 200,000 บาทต่อวัน
ปรับเพิ่มวงเงินการทำรายการต่อวัน

ทั้งนี้ ลูกค้าต้องนำบัตรประชาชนไปอัพเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบันและถ่ายรูปใบหน้าได้ที่ธนาคารกรุงเทพ ทุกสาขาทั่วประเทศ

ต่อด้วยธนาคารกรุงเทพ ประกาศเตรียมให้ลูกค้ายืนยันตัวตนด้วยใบหน้า (ไบโอแมตทริกซ์) ในการทำธุรกรรมการเงินผ่านแอพพลิเคชันโมบายแบงกิ้งที่จะเริ่มเดือนพฤษภาคม 2566

ทั้งนี้ ลูกค้าจะต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า โดยนำบัตรประชาชนไปอัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบันและถ่ายรูปใบหน้าได้ที่ธนาคารกรุงเทพ ทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ทางธนาคารเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานโมบายแบงก์กิ้ง ธนาคารกรุงเทพ ยกระดับความปลอดภัยในการใช้งานแอปพลิเคชัน ดังนี้

1.จำกัดการใช้งานแอป 1 อุปกรณ์/ท่าน เท่านั้น

ซึ่งจะมีผลเฉพาะกับลูกค้าที่ดาวน์โหลดและเปิดการใช้แอปใน
‘แบงก์กรุงเทพ’ยกระดับแอปฯเปิด‘สแกนใบหน้า’ทำธุรกรรม ป้องกันถูกดูดเงิน
วันอังคาร ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2566, 09.02 น.
Tag : ธนาคารกรุงเทพ แบงก์กรุงเทพ สแกนใบหน้า ธุรกรรม ดูดเงิน

‘แบงก์กรุงเทพ’ยกระดับเครื่องใหม่เท่านั้น โดยระบบจะให้ลูกค้าลบอุปกรณ์ที่มีการติดตั้งใช้งานแอปอยู่ก่อนหน้าออกทั้งหมด จึงจะสามารถใช้งานแอปในเครื่องใหม่ได้

2.บล็อกการเข้าถึงแอปจากระยะไกล (Remote access)

กรณีลูกค้ามีการเปิดการใช้งาน การช่วยเหลือการเข้าถึง (Accessibility) ลูกค้าจะไม่สามารถเข้าใช้งานแอปได้ จนกว่าจะปิดการใช้งาน Accessibility ที่ “การตั้งค่า” (Settings) ของตัวเครื่องโทรศัพท์มือถือ

3.ลดวงเงินตั้งต้น

สำหรับธุรกรรม โอน / จ่าย / เติม จากเดิม 200,000 บาท/วัน เป็น 50,000 บาท/วัน เพื่อลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น โดยลูกค้าสามารถปรับเพิ่มวงเงินโอน / จ่าย /เติม ได้เอง ผ่านแอป (ดูวิธีเปลี่ยนวงเงินส่วนตัว) ซึ่งจะมีผลเฉพาะกับลูกค้าที่ไม่เคยปรับวงเงินเท่านั้น ลูกค้าที่เคยปรับวงเงินจะไม่ได้รับผลกระทบและยังสามารถใช้วงเงินเดิมที่ตั้งไว้

4.เพิ่มการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าในการทำธุรกรรมผ่านโมบายแบงก์กิ้ง โดยเริ่มมีผลตั้งแต่พฤษภาคม 2566 ในธุรกรรมต่อไปนี้

รายการโอนเงินไปยังบุคคลอื่นผ่านเลขที่บัญชี/พร้อมเพย์/สแกนคิวอาร์ หรือ เติมเงินพร้อมเพย์/G-Wallet ที่เข้าเงื่อนไขดังนี้ รายการที่มียอดเงินตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป รายการที่ทำให้ยอดสะสมต่อวัน ครบทุก 200,000 บาท

การปรับเพิ่มวงเงินโอน / จ่ายเงิน ผ่านแอป

ล่าสุด ธนาคารกรุงไทย ประกาศผ่านเพจเฟซบุ๊ก “Krungthai Care” ว่า กรุงไทยไม่หยุดเพิ่มมาตรการความปลอดภัย ยกระดับการใช้งานแอปฯ NEXT และ เป๋าตัง สู่การสแกนใบหน้าที่ปลอมแปลงได้ยากกว่า OTP เพื่อยืนยันตัวตนก่อน โอน เติม จ่าย แนะลูกค้ารีบนำบัตรประชาชนไปบันทึกข้อมูลยืนยันตัวตนและถ่ายภาพใบหน้า ได้ที่ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา หรือตู้ ATM กรุงไทย สีเทา

ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัย ให้ลูกค้าทำได้คนเดียวเท่านั้น เมื่อ

โอนเงินไปยังบุคคลอื่นตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป/ครั้ง
มูลค่ารวมของการโอนเงินทุกๆ 200,000 บาท/วัน
ปรับเพิ่มวงเงินให้โอนได้ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป

อีกทั้งเพื่อความสะดวก เมื่อต้องการเปลี่ยนอุปกรณ์มือถือ สามารถใช้งานแอปฯ ได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เริ่มบังคับใช้มิถุนายน 2566 เป็นต้นไป

Related Articles

Back to top button