Financial

เปิดรายชื่อ 7 ธนาคาร ‘สแกนใบหน้า’ก่อนโอนเงินเกิน 50,000 บาท

ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังประสานสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐและธนาคารพาณิชย์เอกชน เพื่อยกระดับมาตรการความปลอดภัย โดยสิ่งที่ทำไปแล้วคือ การยกเลิกการแนบลิงก์ SMS หรืออีเมลไปยังลูกค้า

สำหรับมาตรการป้องกันภัยออนไลน์ที่จะทำขึ้นในอนาคต ธนาคารอยู่ระหว่างการดำเนินการ ได้แก่ การปรับปรุงระบบความปลอดภัยผ่านแอปฯ บนมือถือ โดยเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ธนาคารแต่ละแห่งประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าที่จะโอนเงินต่อครั้งตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป, ยอดโอนรวมต่อวันตั้งแต่ 2 แสนบาทขึ้นไป และการเปลี่ยนวงเงินการทำธุรกรรมต่อวันตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป จะต้องสแกนใบหน้าหรือยืนยันตัวตนที่สาขาหรือตู้เอทีเอ็มตามที่ธนาคารกำหนด

ส่วนคนที่ไม่ได้ทำธุรกรรมการเงินผ่านโทรศัพท์ ไม่ต้องยืนยันตัวตนดังกล่าว สามารถทำธุรกรรมอื่น ๆ ได้ตามปกติ เช่น โอนเงินผ่านสาขา, ผ่านตู้เอทีเอ็ม เป็นต้น

ธนาคารแต่ละแห่งจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการยืนยันตัวตนตลอดเดือนมิถุนายน และจะเริ่มมาตรการจำกัดวงเงินผู้ไม่ดำเนินการยืนยันตัวตน ตั้งแต่กรกฎาคมเป็นต้นไป โดยคนที่ไม่ยืนยันตัวตน ยังคงทำธุรกรรมได้ เพียงแต่การโอนเงินจะไม่สามารถโอนได้เกิน 50,000 บาท หรือโอนรวมต่อวันไม่เกิน 2 แสนบาท

ธนาคารที่เข้าร่วมณ ขณะนี้ มีทั้งหมด 7 แห่งที่ให้บริการ ตรวจสอบแอปฯ ผ่านแล้ว ได้แก่

– ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

– ธนาคารกสิกรไทย

– ธนาคารเกียรตินาคินภัทร

– ธนาคารทหารไทยธนชาต

– ธนาคารไทยพาณิชย์

– ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

– ธนาคารออมสิน

ส่วนธนาคารอีก 5 แห่ง อยู่ระหว่างการปรับปรุงแอปฯ ให้ตรวจสอบได้ ได้แก่

– ธนาคารกรุงเทพ

– ธนาคารกรุงไทย

– ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย

– ธนาคารทิสโก้

– ธนาคารแลนด์แอนด์เฮาส์

วิธีการตรวจสอบว่ายืนยันตัวตนแล้วหรือไม่

1. เข้าแอปฯ ธนาคารในโทรศัพท์มือถือ

2. เลือกเมนูที่เกี่ยวกับการตั้งค่า

3. เลือก “จัดการบริการ NDID”

4. ถ้าเคยยืนยันตัวตนแล้ว จะแจ้งว่า ยืนยันตัวตนเรียบร้อย หากไม่เคยดำเนินการ จะแจ้งว่า “ยังไม่เคยยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน, ยังไม่เคยยืนยันตัวตนด้วยการบันทึกใบหน้า หรือไม่พบข้อมูล”

วิธีการยืนยันตัวตน

ยืนยันตัวตนที่สาขาหรือตู้เอทีเอ็มตามที่ธนาคารกำหนด

 

Related Articles

Back to top button