จาก Topshop ถึง Boots ค้าปลีกล่มสลายที่แท้ทรู
ดูเหมือนว่าสถานการณ์ค้าปลีกโดยเฉพาะในต่างประเทศจะอยู่ในอาการที่เรียกว่า โคม่า ก็ว่าได้ เมื่อมีร้านค้าปลีกชื่อดังหลายแบนด์ทยอยโบกมือลาไปเรื่อยๆ ด้วยเหตุผลคือการโดนดิสรัปชั่นจากออนไลน์ที่ไม่สามารถทัดทานได้ โดยก่อนหน้านี้คือการปิตตัวของแบรนด์ดังอย่าง Topshop และ Topman หนึ่งในแบรนด์แฟชั่นเครื่องแต่งกายจากประเทศอังกฤษ ประกาศปิดร้านค้าในสหรัฐอเมริกาและร้านค้าในเครืออีก 200 สาขาในสหราชอาณาจักร เพื่อหลีกเลี่ยงการล้มละลาย
Topshop และ Topman นั้นได้เปิดสาขาในสหรัฐอเมริกามาแล้วกว่า 10 ปี โดยเปิดตัวสาขาแรกที่เมืองนิวยอร์กในปี 2009 แต่ใครจะไปคิดว่าในอีก 10 ปีต่อมามีอันต้องปิดตัวลง เนื่องจากระยะเวลาเปลี่ยน ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยน โดยเฉพาะการต้องเผชิญกับการแข่งขันทางด้านแฟชั่น รวมทั้งร้านค้าออนไลน์ต่างๆ ที่เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งจนทำให้รายได้ลดลง

ไม่เพียงปัจจุบัภานยอกเท่านั้น ที่แบรนด์ดงันี้ต้องเผชิญแบบหาทางออกไม่เจอ ปัญภายในก็ใหญ่หลวงยิ่งนัก เมื่อปัญหาส่วนตัวของ Sir Philip Green นักธุรกิจมหาเศรษฐีชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นประธาน Arcadia Group บริษัทแม่ของTopshop และ Topman ที่เจอข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ การเหยียดสีผิว และการทำร้ายร่างกายพนักงาน ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์เสียหายในสายตาผู้บริโภคจึงเกิดการแบนสินค้าในเครือของ Arcadia Group ทั้งหมด

ใครที่เป็นแฟนตัวยงของแบรนด์นี้ก็อย่าเพิ่งตกใจ เพราะตอนนี้ Topshop และ Topman จะยังคงขายในเว็บไซต์ออฟฟิเชียลและคู่ค้าปลีกอื่นๆ รวมถึงห้างสรรพสินค้า Nordstrom ในอเมริกา และสาขาที่ไทยเองก็ยังไม่มีรายงานว่าจะปิดตัว
ข่าวการปิดTopshop และ Topman ยังไม่ทันจางหาย มีข่าวใหม่เข้ามาเขย่าวงการค้าปลีกอีกระลอก เมื่อ Boots ร้านค้าปลีกด้านสุขภาพ และความงามแบรนด์ดังเตรียมอำลาอีกแบรนด์ด้วยการปิดสาขา 200 แห่งทั่วสหราชอาณาจักรจากจำนวนสาขา ท้ังสิ้น 2,485 สาขา หลังจากรายได้ลดลงมาเรื่อยมา
ภาพดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ธุรกิจค้าปลีกเข้าขั้นวิกฤตทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างมาก
.ก็ต้องรอลุ้นกันต่อไปว่า ร้านค้าปลีกแบรนด์ไหนจะเป็นรายต่อไป



