IT & Digital

เปิดเบื้องหลัง”OPPO” เหตุใดจึงได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้นำสมาร์ทโฟนพรีเมียม

มาแรงไม่เบาสำหรับสมาร์ทโฟนภายใต้แบรนด์ “ออปโป้” ที่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 14 ของสมาร์ทโฟนจากประเทศจีน ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2547 ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่าได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนทั่วโลกรวมถึงคนไทยไปเรียบร้อยแล้วท่ามกลางการแข่งขันอันร้อนแรงของตลาดสมาร์ทโฟน ที่ออปโป้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ชื่นชอบการถ่ายเซลฟี่ จนทำให้ “ออปโป้” กลายเป็นสมาร์ทโฟนที่มียอดขายอันดับ 4 ของโลก รองจากไอโฟน ซัมซุง และหัวเว่ยเรียบร้อยแล้ว

ความร้อนแรงของแบรนด์ ออปโป้ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เมื่อล่าสุด ออปโป้ หรือ OPPO ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำจากการวิจัยตลาดของบริษัท Counterpoint ในส่วนของสมาร์ทโฟนพรีเมียมระดับล่าง ผลลัพธ์อันน่าทึ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าแบรนด์กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงของตลาด นอกจากนี้ ด้วยยอดขายของรุ่นเรือธงกว่า 95% ที่มาจากตลาดในประเทศจีน เห็นได้ชัดว่า OPPO นั้นมีโอกาสที่จะขยายส่วนแบ่งทางการตลาดและนำไปสู่สมาร์ทโฟนที่สวยงามมากยิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภครุ่นใหม่ทั่วโลก

รายงานของ Counterpoint สรุปได้ว่า ตลาดสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ระดับโลกเติบโตขึ้น 7% ในไตรมาสที่สองของปีพ.ศ. 2561 โดยมีผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมในการจัดส่งผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนด์ OPPO คิดเป็น 10 % ของตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมโดยรวมและในกลุ่มราคา 400-600 ดอลลาร์ โดย OPPO เป็นอันดับแรกที่มีส่วนแบ่งการตลาดถึง 22% ตามมาด้วย Apple, Samsung, Huawei, Xiaomi และอื่น ๆ ในตลาดสมาร์ทโฟนที่สำคัญระดับไฮเอนด์ที่เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของจีน Apple นั้นครองอันดับเป็นอันดับแรกและตามมาด้วย OPPO เป็นอันดับที่สอง ในปีนี้เองผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชาวจีนต่างอัปเกรดสมาร์ทโฟนเรือธงของแบรนด์ตนเอง และ OPPO เองก็ก้าวสู่การเป็นแถวหน้ามาจนถึงทุกวันนี้ และสมาร์ทโฟนเรือธงที่เพิ่งเปิดตัวไปอย่าง Find X ได้รับการยกย่องจากผู้บริโภคและสื่อมวลชนอย่างเป็นเอกฉันท์หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเปิดตัวที่กรุงปารีส รวมถึงตัว R series ของบริษัทซึ่งช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมนี้ให้เติบโตมากขึ้นด้วยการใช้สีเมทอลิกและการดีไซน์ไล่เฉดสีและมีเงาสะท้อนเหมือนกระจก

เฉพาะในปีพ.ศ. 2561 OPPO ได้เปิดตัวเทคโนโลยีที่ทันสมัยหลากหลายด้าน เช่น หน้าจอโค้งแบบพาโนรามิค ดีไซน์, AI-enhanced 3D Camera, SuperVOOC flash charging, TOF และเทคโนโลยีโครงสร้าง 3D นอกจากนี้ OPPO ยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในเรื่อง AI และสเปคภายใน ซึ่งประสบความสำเร็จในการทดสอบ 5G เพื่อใช้ในการพัฒนาสมาร์ทโฟน 5G ในอนาคต ยังมีเหตุผลอื่น ๆ อีกหลายประการที่นอกเหนือจากคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ OPPO สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา OPPO ได้ทุ่มเทความพยายามอย่างมากในการพัฒนาด้านการผลิตและการพัฒนาฮาร์ดแวร์ด้วยการลงทุนในศูนย์การวิจัยและพัฒนา รวมทั้งศูนย์ความรู้ด้านการออกแบบทั่วโลก อีกทั้งซอฟต์แวร์ ColorOS ของบริษัทยังคงดำเนินการพัฒนาอยู่อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การใช้งานที่รวดเร็ว ไหลลื่น และใช้งานง่าย ทั้งสองประการนี้เป็นตัวอย่างของจำนวนสิทธิบัตรด้านเทคโนโลยีประยุกต์ซึ่งมีมากกว่า 32,000 สิทธิบัตรทั่วโลก

ในด้านการตลาดและการค้าปลีก OPPO ยังคงให้ความสำคัญกับผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมายวัยหนุ่มสาว จนถึงปัจจุบัน OPPO ดำเนินธุรกิจเข้าสู่ประเทศและภูมิภาคมากกว่า 30ประเทศ และร้านค้ามากกว่า 400,000 แห่ง OPPO มุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่เป็นที่ชื่นชอบของ “วัยรุ่น” ทั่วโลกและอยู่ใกล้ชิดกับความสนใจของผู้ใช้กลุ่มนี้ ทั้งในด้านกีฬา, แฟชั่น, ภาพยนตร์, เกมและวัฒนธรรมยอดนิยมอื่น ๆ เช่นการร่วมมือกับ FC Barcelona, ทีม Cricket ของอินเดียและ America’s Next Top Model ซึ่งในแต่ละเป้าหมายของเราคือการเข้าถึงผู้ใช้งานที่เป็นวัยรุ่น และแสดงให้เห็นว่าโทรศัพท์ของเราสามารถเติมเต็มชีวิตของพวกเขาได้อย่างไร เห็นได้ชัดว่านี่เป็นยุทธศาสตร์ที่ทำให้ OPPO ได้รับความนิยมและสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้คนได้มากขึ้น

นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์, เทคโนโลยี และการตลาดแล้วเป้าหมายอันดับหนึ่งของเราคือการยึดมั่นใน ‘ศิลปะแห่งเทคโนโลยี’ และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ นี่คือความเชื่อที่ได้สร้างผลลัพธ์ดังกล่าวขึ้นมาและจะยังคงดำเนินการต่อไปในภายภาคหน้าในช่วงระยะเวลานาน

ในประเทศไทย ออปโป้บุกเข้าทำตลาดภายใต้ชื่อบริษัท ไทย ออปโป้ จำกัด เมื่อปี 2551 ปัจจุบันก้าวสู่ปีที่ 10 ครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนอันดับ 3 ในประเทศไทย รองจากไอโฟนและซัมซุง อะไรคือสาเหตุที่ทำให้แบรนด์ออปโป้สามารถไต่ขึ้นสู่ท็อปทรีได้ เราไปดูกัน

ตลาดสมาร์ทโฟนถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีการแข่งขันที่สูงมาก และเพื่อให้ได้มาซึ่งส่วนแบ่งทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น ทำให้แต่ละแบรนด์ต่างต้องงัดกลยุทธ์ที่แตกต่างกันเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดให้ได้มากที่สุด ซึ่งกลยุทธ์หนึ่งที่หลายแบรนด์เลือกใช้ก็คือ การอัดฉีดงบประมาณการทำโฆษณาและการตลาด ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการใช้พรีเซ็นเตอร์ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำตลาดที่ทุกแบรนด์ไม่พลาด ซึ่งหนึ่งในแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มีการทุ่มงบโฆษณาและการตลาดสูงติดอันดับต้นๆ นั้นก็คือ OPPO(ออปโป้)นั่นเอง

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้แบรนด์ออปโป้ ประสบความสำเร็จคือ การสร้าง Brand Awareness หรือ การรับรู้และจดจำแบรนด์ ออปโป้เลือกใช้สื่อประเภท “Out of Home Media” ซึ่งราคาไม่สูงมากแต่สามารถวัดประสิทธิผลและเข้าถึงผู้บริโภคอย่างป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ การโฆษณาบนสถานีรถไฟฟ้าทั้ง BTS และ MRT

นอกจากนี้ การเลือกใช้พรีเซนเตอร์ก็ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่แบรนด์นี้ไม่มองข้าม โดยออปโป้ เลือกใช้พรีเซนเตอร์ที่หลากหลาย และตรงกับกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ อาทิ เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร ใหม่ – ดาวิกา เป็นต้น ซึ่งแม้ว่าออปโป้จะกล้าทุ่มทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาลแต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาเกินคุ้ม เห็นได้จากการเติบโตของออปโป้ในด้านยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนสามารถก้าวขึ้นสู่อันดับ 2 ในตลาดไทย

จะเห็นได้ว่า ออปโป้มีกลยุทธ์ทางการตลาดและการสื่อสารต่างๆเน้นไปทางออนไลน์เพื่อจับกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้นอย่างชัดเจน แต่อย่างไรก็ตาม การโฆษณาผ่านสื่อออฟไลน์อย่างรถไฟฟ้าและบิลบอร์ดยังเป็นการสร้าง Brand Awareness ที่ยังคงต้องสื่อสารควบคู่กันอย่างต่อเนื่อง

ออปโป้จึงกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์สมาร์ทโฟนร้อนแรงที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในปีนี้

Related Articles

Back to top button