Real Estate
‘ลลิล พร็อพเพอร์ตี้’ รับรู้รายได้ 9 ด.แล้วกว่า 4,828.1 ล้านกำไรสุทธิ 1,013.1 ล้านเพิ่ม22.6%
บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) ประกาศผลประกอบการไตรมาสสาม ปี 2564 มียอดรับรู้รายได้ที่ 1,625.5 ล้านบาท ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่ อน 12% โดยยังคงสามารถเติบโตได้อย่ างต่อเนื่อง แม้ในไตรมาสสามนี้จะมีปัจจั ยลบเข้ามากระทบทั้งการระบาดระลอก 4 ของ COVID-19 ที่ทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อสู งกว่า 20,000 คนต่อวัน มีการปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง มีการออกมาตรการล็อคดาวน์ต่างๆ ซึ่งส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิ จต่างๆ หยุดชะงัก และกระทบในวงกว้าง
อย่างไรก็ดี ลลิลฯ ยังคงบริหารธุรกิจได้ดี ผ่านช่วงเวลาที่ไม่เอื้ออำนวยนั ก ด้วยยอดรับรู้รายได้ที่เติบโต 12% และมีกำไรที่ขยายตัว 10.2% เมื่อพิจารณาผลประกอบการในช่วง 9 เดือนแรก มียอดรับรู้รายได้ทั้งสิ้น 4,828.1 ล้านบาท ขยายตัว 20.3% โดยมีตัวเลขกำไรสุทธิที่ 1,013.1 ล้านบาท เทียบกับกำไรจากธุรกิจปกติ ขยายตัวได้ 22.6%
นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์
สำหรับภาคธุรกิจอสังหาฯ ในปีนี้ ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นเดี ยวกับภาคธุรกิจอื่นๆ กำลังซื้อของผู้บริโภคมีการหดตั วลง จากภาวะหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ดังนั้นผู้ประกอบการที่ สามารถนำเสนอสินค้าและบริการ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ บริโภคได้ดีกว่า ก็จะสามารถผ่านสถานการณ์นี้ ไปได้ สำหรับลลิลฯ มีการพัฒนาสินค้าและบริการอย่ างต่อเนื่องให้ตอบโจทย์ความต้ องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง โดยเน้นกลุ่ม Real Demand เป็นหลัก มีการปรับรูปแบบ Design และ Function ให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริ โภคตลอดเวลา ตลอดจนเน้นการขาย Quality of Living คำนึงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของลู กค้าเป็นสำคัญ จึงเชื่อมั่นว่าเป็นหนึ่ งในแบรนด์ในใจของผู้บริโภคเมื่ อคิดจะซื้อที่อยู่อาศัย
ทั้งนี้จากกลยุทธ์ที่วางไว้ และการบริหารงานที่รัดกุม ช่วยให้บริษัทยังคงมี
ในส่วนของการบริหารจัดการต้นทุ นต่างๆ ยังคงสามารถบริหารจัดการได้ดี แม้ในภาวะที่ต้นทุนหลายอย่างปรั บเพิ่มขึ้น สะท้อนผ่าน Ratio ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขกำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ซึ่งในช่วง 9 เดือนแรกอยู่ที่ระดับ 39.2% คงที่จากปีก่อนหน้า ตัวเลขอัตราส่วนค่าใช้จ่ ายในการขายและบริหารต่อรายได้ (SG&A/Revenues) ดีขึ้นจาก 9.7% มาอยู่ที่ 9.3% อัตราส่วนกำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ดีขึ้นจาก 20.6% มาอยู่ที่ 21.0%
สำหรับการขยายธุรกิจในปีนี้ บริษัทสามารถทำได้ตามแผนที่ตั้



