เงินอัดฉีดนักกีฬา
ดาบสองคมทำ “ซีโกง” ฉาว
โดย…ธนก บังผล
ตลอด 11วัน แห่งกีฬาซีเกมส์ ที่ประเทศมาเลเซีย ถูกเพื่อนบ้านประณามกับการทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ชัยชนะโดยไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆทั้งสิ้น จนสามารถเรียกได้ว่าเป็น “ซีโกง” ที่อัปยศที่สุดเท่าที่เคยจัดมาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้
เล่ห์เหลี่ยมของเจ้าภาพในการเอาเปรียบชาติอื่นๆ ล้วนทำไปเพื่อ “โกงให้สุด แล้วหยุดที่เจ้าเหรียญทอง” เพราะฉะนั้นประเด็นเล็กๆน้อยๆที่ถูกร้องเรียนมาตั้งแต่วันที่ 19 -30 ส.ค. ไม่เฉพาะแค่ความไม่เป็นธรรมจากกรรมการเท่านั้น ยังมีการจัดสถานที่ อาหารกลางวัน กฎกติกา ความไม่พร้อมของเครื่องมือที่เอื้อประโยชน์
หากใครตามดู ตามเชียร์นักกีฬาของไทย ก็แทบจะมีเรื่องให้ฉาวสนั่นโซเชียลทุกวัน และความฝันของเจ้าซีเกมส์ครั้งนี้คือการกวาดเหรียญทองไปให้ได้มากกว่า 100 เหรียญเพื่อเป็นประวัติศาสตร์ ในฐานะเจ้าภาพ โดยขณะที่ผมนั่งเขียนอยู่นี้ มาเลเซียได้ไปแล้ว 140 เหรียญทอง ส่วนไทยซึ่งเป็นที่ 2 ตามมา 69เหรียญทอง
ข้อมูลโดยทั่วไปของมาเลเซียนั้น ระบุว่า มาเลเซียเป็นประเทศพหุชาติพันธุ์และพหุวัฒนธรรมซึ่งมีบทบาทอย่างมากในด้านการเมือง ประมาณครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดมีเชื้อสายมลายู โดยมีชนกลุ่มน้อยกลุ่มสำคัญคือ ชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน ชาวมาเลเซียเชื้อสายอินเดีย และชนพื้นเมืองดั้งเดิมกลุ่มต่าง ๆ รัฐธรรมนูญประกาศให้ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ แต่ก็ยังให้เสรีภาพในการนับถือศาสนาแก่ผู้ที่ไม่ใช่ชาวมุสลิม
ซีเกมส์_2017-
นับตั้งแต่ได้รับเอกราช มาเลเซียเป็นประเทศที่มีประวัติทางเศรษฐกิจที่ดีที่สุดประเทศหนึ่งในเอเชีย โดยมีค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเติบโตขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 6.5 ต่อปีเป็นเวลาเกือบ 50 ปีระบบเศรษฐกิจแต่เดิมได้รับการขับเคลื่อนด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ แต่ก็กำลังขยายตัวในภาควิทยาศาสตร์ การท่องเที่ยว การพาณิชย์ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ทุกวันนี้ มาเลเซียเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ที่ใช้ระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรี ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รองจากอินโดนีเซียและไทย) นี่เป็นข้อมูลพื้นฐานที่อ้างอิงจาก วิกิพีเดีย
พูดถึงเรื่องเงินอัดฉีดซึ่งเป็นเหตุผลหลักไปแล้วในการแข่งขันกีฬา ในส่วนประเทศไทยเองก็ได้เตรียมตัวในเรื่องนี้ไม่น้อย โดยกองทุนพัฒนาการกีฬาเเห่งชาติ อาจต้องอัดฉีดเงินรางวัลความสำเร็จให้ทัพนักกีฬาไทย ชุดสู้ศึกซีเกมส์ 2017 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท หากทีมนักกีฬาไทยสามารถทำผลงานได้เข้าเป้าหมาย ตามที่การกีฬาเเห่งประเทศไทยได้ประกาศความหวังไว้ที่ 120-125 เหรียญทอง
เดชะบุญ ที่ไทยไม่ได้เหรียญทองตามเป้าที่ตั้งไว้ในจังหวะที่เศรษฐกิจตกต่ำเช่นนี้ เพราะอาจเกิดกรณีพองทุนเบี้ยวนักกีฬาขึ้นมาก็เป็นได้
สำหรับเงินจำนวน 100 ล้านบาทดังกล่าวนั้น เป็นการคำนวณเงินรางวัลตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เเละเงื่อนไขในการให้เงินรางวัลเเก่นักกีฬา บุคลากรกีฬา เเละสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “เเห่งประเทศไทย” พ.ศ. 2559 ที่กำหนดให้เงินรางวัลในศึกซีเกมส์ เเบ่งเป็น ทอง 200,000 บาท, เงิน 100,000 บาท เเละทองเเดง 50,000 บาท ซึ่งจากการคำนวณข้างต้น ตอนนี้เม็ดเงินทะลุไปเท่าไหร่แล้วนั้น (ขณะปิดต้นฉบับ ทอง 69 เหรียญ /เงิน 86 เหรียญ /ทองแดง 87 เหรียญ)
จากเดิมที่เงินอัดฉีดเป็นขวัญกำลังใจ แล้วค่อยๆเปลี่ยนมาเป็นเงินล่อใจ ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมมาเลเซียถึงได้ทำทุกวิถีทางที่จะเป็นเจ้าเหรียญทองให้ได้ เพราะเชื่อแน่ว่าในฐานะเจ้าภาพก็คงประกาศให้เงินอัดฉีดกับนักกีฬาจนนำมาสู่เหตุการณ์ค้านสายตากองเชียร์ชาติอื่นอยู่เรื่อยๆ
ซีเกมส์_2017-
ความแตกต่างเรื่องอัดฉีดระหว่างไทยกับมาเลเซียนั้น อาจจะมีแค่ประเด็นเดียวคือ ประเทศมาเลเซียมีปัญญาจ่ายให้นักกีฬาจริงๆ หรือไม่ก็เจอโกงกันเองอีกรอบแค่นั้น ซึ่งก็คงเป็นตลกร้าย
ถามว่าประเทศไทยเคยจัดกีฬาซีเกมส์แล้วเป็นขี้ปากชาวบ้านบ้างหรือไม่ ก็ต้องตอบแบบตรงไปตรงมาว่าเคยครับ ในบางประเภทกีฬา “พื้นบ้าน” ที่สามารถบรรจุลงไปได้นั้น ผมจำได้ว่าเรามี “ตี่จับ” เป็นกีฬาที่สร้างความงงงวยให้แก่ผู้ดูไม่น้อย
แต่กับซีเกมส์ครั้งหน้า ไม่แน่ใจว่าต่อไปจะมีใครอยากเชิญมาเลเซียไปร่วมด้วยหรือไม่ เพราะโจทก์เยอะหลายประเทศเหลือเกิน
////////////////////////////////////
เครื่องเคียงคอลัมน์ วันนี้ กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้ควมรู้เกี่ยวกับการขายของไร้คุณภาพ มีโทษปรับ-จำคุก
ทั้งนี้ สินค้าประเภท สวิตช์ไฟฟ้า ปลั๊กไฟสายพ่วง ไม้ขีดไฟ ไฟแช็ค สีชอล์ค ซึ่งพบเห็นได้ในร้านทุกอย่าง 20 บาทต้องเป็นสินค้าที่ได้มาตรฐานตาม มาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรม (มอก.) ภาคบังคับ เพราะใช้ในชีวิประจำวันของผู้บริโภค หากพบว่าฝ่าฝืนจะต้องระวางจำโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 5,000-50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 และมาตรา 55พ.ร.บ.เดียวกันนี้ ฉบับที่ 6 พ.ศ.2548