Biznews

ไปต่อไม่ไหว! “ซุปเปอร์เซฟ” แจ้งปิดกิจการ หลังยื้อมากว่า 5 ปี

ยอมยกธงขาวไปเรียบร้อยสำหรับ ร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ต ภายใต้แบรนด์ “ซุปเปอร์เซฟ” ซึ่งเป็นธุรกิจค้าปลีกของตระกูล “ตั้งคารวคุณ” เจ้าพ่อสีทีโอเอที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2557 ที่ผ่านมาและมีการขยายสาขามากมายทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑลกว่า 30 สาขามีอันต้องปิดกิจการในช่วงปลายปีที่ผ่านมา

บริษัท ซุปเปอร์เซฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ต “ซุปเปอร์เซฟ” แจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ถึงการเลิกกิจการ ได้มีการแจ้งเปลี่ยนข้อมูลผู้ถือหุ้น จากเดิมที่ผู้ถือหุ้น 5 คน เป็นคนจากตระกูลตั้งคารวคุณ และหวั่งหลี เป็นนายประสบสันต์ รชตพฤทธิ์ ถือหุ้นใหญ่ 99.98% จากทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท เมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา

 

นอกจากนี้ ยังพบว่าผลการดำเนินงานย้อนหลังของบริษัทเผชิญกับภาวะขาดทุนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีแรกที่ก่อตั้ง โดยปี 2557 มีรายได้ 2.4 แสนบาท ขาดทุน 1.8 แสนบาท ปี 2558 มีรายได้ 25 ล้านบาท ขาดทุน 5.5 ล้านบาท ปี 2559 มีรายได้ 141 ล้านบาท ขาดทุน 81 ล้านบาท ปี 2560 มีรายได้ 326 ล้านบาท ขาดทุน 189 ล้านบาท และปี 2561 มีรายได้ 181 ล้านบาท ขาดทุน 144 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ นางบุศทรี หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท ทีโอเอ เคยระบุเอาไว้ว่า ซุปเปอร์เซฟเป็นโมเดลค้าปลีกแบบใหม่ที่ต้องการเข้าไปจับตลาดค้าปลีกประเภทซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อที่ยังมีโอกาสเติบโตอีกจำนวนมาก โดยภายในปี 2560 ตั้งเป้าการเปิดสาขาไว้ที่ 100 แห่ง และภายใน 5 ปีหลังจากดำเนินกิจการจะเปิดให้ได้ 1,000 แห่ง

ลางบอกเหตุของ “ซุปเปอร์เซฟ” ก่อนตัดสินใจม้วนเสื่อ  เห็นได้จากสาขาสุขาภิบาล 5 มีค้าปลีกแบรนด์ใหม่เข้ามาเปิดแทน ภายใต้ชื่อ “ฟู้ด ฮับ” (FOOD hub) ให้บริการซูเปอร์มาร์เก็ตและคอมมิวนิตี้มอลล์อยู่บริเวณที่ร้านเดิม ขณะเดียวกัน ก็มีการตกแต่งปรับโฉมตึกดังกล่าวใหม่ และคัดเลือกสินค้าที่วางจำหน่ายให้หลากหลายและพรีเมี่ยมมากขึ้น

นอกจากนี้ ฟู้ด ฮับยังอยู่ระหว่างการพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเพื่อรุกตลาดค้าปลีกในช่องทางออนไลน์ไปด้วยพร้อม ๆ กัน ช่วยในการเข้าถึงฐานลูกค้าและโอกาสในการขายที่มากขึ้น ตลอดจนรองรับพฤติกรรมการช็อปของคนรุ่นใหม่ที่เน้นความสะสวดสบายรวดเร็ว

ทั้งนี้ ฟู้ด ฮับเป็นร้านค้าปลีกที่อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท ฟู้ด ฮับ รีเทล จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา (เปลี่ยนชื่อจากบริษัท ทีโอเค รีเทลบิซ จำกัด) ทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท โดยมีนายประสบสันต์ รชตพฤทธิ์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

ข้อมูล  ประชาชาติธุรกิจ

 

 

Related Articles

Back to top button