Real Estate

‘NC’ เปิดใหม่ 5 โครงการ มูลค่า 3,000 ล้านบาท วางเป้ายอดขายพุ่ง 4,000 ล้านบาท

บริษัท เอ็น.ซี เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน)ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งแนวราบ แนวสูง ภายใต้แนวคิด Home Expert Living Care ได้รับ ISOรายแรกของไทย เติบโตสู่ปี ที่ 31 มุ่ง Green & Well Livingผนวก Lifestyle ศูนย์กลางพื้นที่ความสุขด้วย คอนเซ็ปต์GAIA (ไกอา) นำความสมดุลย์ธรรมชาติสู่นวัตกรรมการอยู่อาศัย ดันยอดขายโต 4,000 ล้านบาทครอบคลุมทุกเซกเมนต์

นายสมนึก ตันฑเทอดธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอ็น.ซี เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน)กล่าวถึงภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ ปี 2568
ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศยังคงอยู่ในสภาวะค่อยฟื้นตัวมีปัจจัยกระทบ Global Supply Disruptionแต่คาดว่าคลี่คลายในช่วงครึ่งหลังของปี ดีมานด์ความต้องการบ้านแนวราบจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นการใช้แนวทางช่วยเหลือผู้ซื้อบ้าน ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อบ้านปี2568 และมีความหวังว่าตลาดที่อยู่อาศัย จะกลับมาดีขึ้นมีการดูดซับในตลาดมากขึ้นเมื่อผู้ซื้อบ้านมีความมั่นใจ
ด้วยปัจจัยหลายด้าน ส่งผลผู้ประกอบการอสังหาฯจำเป็นต้องทบทวนปรับแผนธุรกิจให้สอดรับกับกำลังซื้อในตลาด และ
หามาตรการทางการตลาดที่เหมาะสม

สำหรับแผนการดำเนินงานปี 2568 เอ็น.ซีตั้งเป้าการสร้างมูลค่าเพิ่มสู่ทุกครอบครัวที่กำลังมองหาบ้านเพื่อมาตอบโจทย์ นวัตกรรมที่อยู่อาศัยเทรนด์ใหม่ ปี2568 ชูGreen & Well Living ทุกโครงการแบรนด์ เอ็น.ซีดึงคอนเซ็ปต์ GAIA (ไกอา ความสมดุลของธรรมชาติเป็นศูนย์กลางมุมพักผ่อนเชื่อมธรรมชาติได้อย่างมีมิติ )มุมพื้นที่เพิ่มขีดความสุขเปิดรับธรรมชาติสู่ความสมดุลของการอยู่อาศัยบนพื้นที่ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ ที่ไร้ขีดจำกัดควบคู่การดูแลสุขภาพกาย และใจ

เอ็น.ซี พร้อมเนรมิตพื้นที่ทวีความสุข ร่วมเป็นอีกหนึ่งพลังสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกครอบครัว ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ทาวน์เฮ้าส์, บ้านแฝด,บ้านเดี่ยว ด้วยระดับราคาสัดส่วนที่มากขึ้น 3-7 ล้านบาทผนวกกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทฯยังมีสินค้าคงเหลือขายในระดับที่เพียงพอ ในปี 2568และเพื่อรองรับการเปิดโครงการใหม่เพิ่ม อีก 5 โครงการ
มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ดังนั้นเมื่อรวมกับโครงการที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันจำนวนโครงการที่ดำเนินการในปี 2568 จะมีทั้งหมด 19โครงการ มูลค่ากว่า 15,500 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้ เอ็น.ซีให้ความสำคัญความเป็นบ้านที่เชื่อมโยงด้านสิ่งแวดล้อม
และห่วงใยดูแลสุขภาพ ซึ่งให้ความสำคัญกลยทธ์หลัก 3เมกะเทรนด์ ด้วยกัน

1. กลยุทธ์ด้าน Green Productพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดผู้บริโภคด้วย Green & Well Living ตอบรับการอยู่อาศัยที่มีการออกแบบโดยใช้ผลิตภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมพลังงานสะอาดด้วยรูปแบบดีไซน์ดึงธรรมชาติเข้ามาใกล้ชิดกับผู้อยู่อาศัยในบ้าน แนวคิด GAIA ศูนย์กลางพื้นที่ความสุขในบ้าน ผ่านการทำResearch จากกลุ่มลูกค้าฐานใหญ่ มาพร้อมกับฟังก์ชั่นดีไซน์ที่เติมเต็มความสุขให้กับพื้นที่พักผ่อนภายในบ้านที่ดึงธรรมชาตินอกบ้านเข้าสู่ตัวบ้าน ให้มีความใกล้ชิดมากขึ้นเสมือนปอดสีเขียวท่ามกลางธรรมชาติพร้อมวิวพาโนรามารีสอร์ท 360 องศา เป็นเสน่ห์ดีไซน์สร้างแรงบันดาลใจ ที่ทุกครอบครัวชื่นชอบพร้อมสร้างสรรค์การอยู่อาศัยเติมความสุขทุกพื้นที่ให้มากกว่าเป็นแนวคิดตอบโจทย์ความสุข ช่วงเวลาดีดี
ที่ได้พักผ่อนในบ้าน

2. กลยุทธ์ Green Finance ยกระดับสร้างประสบการณ์Customer Experience ที่เหนือกว่า จากพันธมิตรที่ดี มีการCollaboration ร่วมกับสถาบันการเงิน เพื่อให้สิ่งพิเศษกับลูกค้าด้วยการดูแลลูกค้าตั้งแต่ต้นจนจบด้วยเงื่อนไขที่ดี
สำหรับการซื้อบ้าน พร้อมข้อมูล ที่เอื้อประโยชน์สูงสุดให้กับผู้ซื้อบ้านผ่านTouch Point ด้วยนวัตกรรมการบริการ
ตอบรับทุกความต้องการ ได้อย่างตรงใจผู้ซื้อบ้าน สูงสุดลูกค้าพึงพอใจ ถือเป็นการเพิ่มความรู้การซื้อบ้าน
ที่มาพร้อมโซลูชั่นการบริการที่เหนือกว่า

3.กลยุทธ์ Green Service ให้ความสำคัญ CustomerCentric ผ่าน New Product New Designมีการพัฒนาจากความต้องการของผู้ซื้อบ้านอย่างตรงใจ ด้วยMulti Function ผนวกการดูแล Residents Centricเพื่อส่งเสริมการอยู่อาศัยในต้นแบบชุมชน ที่ใส่ใจ ห่วงใยบริหารจัดการอย่างดีเยี่ยมเพิ่มมูลค่าปัจจัยสนับสนุนให้ทุกครอบครัว Value Addedมีคุณภาพการอยู่อาศัยในการได้รับบริการ ให้กับ ทุกครอบครัวสอดคล้องกับนโยบายหลักให้ความสำคัญกับลูกบ้านเอ็น.ซี รู้จักบ้าน รู้ใจคุณ ( Home Expert LivingCare ) สู่ปีที่ 31 เดินหน้าพัฒนาเคียงคู่ กับลูกค้าตามคอนเซ็ปต์หลักของ แบรนด์ เอ็น.ซี ตอบรับความเชื่อมั่น
ให้กับ ผู้ซื้อบ้าน

นายสมนึก กล่าวเสริม มีความมั่นใจในการทำยอดขาย ปี2568 ให้ได้ถึง 4,000 ล้านบาท รับรู้รายได้ 2,000 ล้านบาทพร้อมเสริมทัพด้านพันธกิจ ESGยังคงเดินหน้าเพิ่มชูศักยภาพในการทำการตลาด ที่ตรงใจผู้ซื้อบ้าน เข้าถึงกลุ่มลูกค้าฐานใหม่ และรักษาฐานเก่าลูกค้าสร้างประสบการณ์ในด้านที่อยู่อาศัยให้กลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่และต่อยอดการทำการตลาดการขายฐานใหญ่ ลูกบ้านเดิมรวมถึงมั่นใจว่าจะสามารถก้าวผ่านความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจในปี 2568มั่นใจสามารถบริหารการขายทั้ง 19 โครงการ มูลค่า 15,500ล้านบาท ได้อย่างตอบโจทย์ความต้องของผู้ซื้อบ้านแบรนด์สู่การพัฒนา เติบโตไปพร้อมกัน อย่างยั่งยืน

Related Articles

Back to top button