Biznews

“เป๊ปซี่” ท้าชิงตลาดกาแฟส่ง “Pepsi Cafe” ชิมลาง

ตลาดที่แข่งขันกันเดือดๆ ทุกปี คงหนีไม่พ้นตลาดน้ำอัดลมที่มีมูลค่า 50,000 ล้านบาท  ระหว่าง 2 คู่รักคู่แค้นอย่างโค้กและเป๊ปซี่ที่พลัดกันรุกผลัดกันรับเรื่อยมา

นอกจากการชิงไหวชิงพลิบแข่งกันเลือดสาดโดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนตับแล่บแล้ว การเข็นนวัตกรรมใหม่ๆ  ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องยังเป็นอีกหมัดเด็ดที่ 2 ค่ายนี้ไม่มีใครยอมใคร

 

เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว เครื่องดื่มโค้ก โดยกลุ่มธุรกิจโคคา–โคลา ในประเทศไทย เปิดตัว “โค้ก พลัส คอฟฟี่” ถือเป็นความแปลกใหม่ของเครื่องดื่มโคล่าที่ผสานกาแฟโรบัสต้าแท้ ชวนกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น นักศึกษา วัยทำงานพักเบรคจากอาการเหนื่อยล้า คลายง่วงยามบ่าย สร้างสีสันในวงการตลาดมา ในรูปแบบกระป๋องขนาด 240 มล. ราคา 15 บาท ปัจจุบันต้องยอมรับว่า  “โค้ก พลัส คอฟฟี่” ยังไม่ถึงเส้นชัยแห่งความสำเร็จเท่าที่ควร

ล่าสุด ค่ายคู่แข่งตลอดกาลอย่าง Pepsi เลียนแบบบ้างด้วยการเตรียมประกาศจะเปิดตัว Pepsi Cafe เครื่องดื่มชนิดใหม่ที่เป็นการผสมผสานกันระหว่างน้ำอัดลม และกาแฟ ภายในเดือนเมษายน 2020

ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Pepsi อย่าง Pepsi Cafe บรรจุในกระป๋องปริมาณ 12 ออนซ์ โดยเป็นการผสมผสานกันระหว่างน้ำอัดลม และกาแฟรสชาติที่เข้มข้นเข้าด้วยกัน ซึ่งมีกาเฟอีนสูงกว่า 2 เท่าจาก Pepsi ปกติ  จำนวน  2 รสชาติ คือ 1.รสออริจินัล ที่มีจุดเด่นในเรื่องกลิ่นของกาแฟผสมกับคาราเมลในเครื่องดื่มน้ำอัดลม 2.รสวานิลา ที่จะมีความหวาน สัมผัสถึงกลิ่นของครีมเทียม

การหันมาเน้นนวัตกรรมดังกล่าวของทั้ง 2 ค่ายดังตอกย้ำอย่างชัดเจนว่าตลาดน้ำอัดลมไม่โต ทำให้ผู้เล่นยักษ์ใหญ่ต้องพยายามหาทางสรา้งการเติบโตด้วยการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ  เข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภค รวมทั้งสร้างกระแสให้ผู้บริโภคเกิดความต้องการในตัวสินค้า

แต่ว่าจะทำได้สำเร็จหรือไม่ ปัจจัยอยู่ที่ว่าสินค้าตัวนั้นๆ  จะโดนใจผู้บริโภคได้หรือไม่  

 

Related Articles

Back to top button