“Pocket Franchise” เมื่อ KFC คิดนอกกรอบ เปลี่ยนพลังชาวโซเชียลให้เกิดประโยชน์
ปฏิเสธไม่ได้ว่า โลกโซเชี่ยลในปัจจุบันเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคนทั่วโลกไปเรียบร้อยแล้ว We Are Social และ Hootsuite เผยผลสำรวจ “Global Digital 2019” ที่อัปเดตสถานการณ์การใช้งานดิจิทัล และอินเทอร์เน็ต ประจำปี 2019 ที่รวบรวมทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย มีสถิติน่าสนใจดังนี้
จากจำนวนประชากรทั่วโลกทั่วโลกมีประชากร 7,876 ล้านคน แบ่งเป็นประชากรผู้หญิง 49.5% – ผู้ชาย 50.5% มีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 4,388 ล้านคนของจำนวนประชากรโลก ทั่วโลกมีจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ 5,112 ล้านคน มีจำนวนผู้ใช้ Social Network 3,484 ล้านคนของจำนวนประชากรโลก และในจำนวนผู้ใช้ Social Network ทั้งหมด พบว่ามีมากถึง 3,256 ล้านคนที่ใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ
ขณะที่การใช้งาน Social Media ในประเทศกำลังพัฒนา ปี 2019 อยู่ที่ 3,484 ล้านคน เติบโตจากปี 2018 ที่มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์อยู่ที่ 3,196 ล้านคน “จีน” เป็นประเทศที่มีการเติบโตของจำนวนผู้ใช้ Social Media มากสุดของโลก ตามมาด้วยอินเดีย, อินโดนีเซีย, บราซิล และฟิลิปปินส์
ทั้งนี้ กลุ่มประชากรใหญ่ที่ใช้ Social Media ยังคงเป็นกลุ่มอายุ 18 – 24 ปี และช่วงอายุ 25 – 34 ปี ใช้เวลาไปกับ Social Media โดยเฉลี่ย 2 ชั่วโมง 16 นาทีต่อวัน ประชากร 1 คน โดยเฉลี่ยแล้วมีบัญชี Social Media 8.9 บัญชี
Social Media ยอดนิยม อันดับ 1 คือ Facebook ยอดผู้ใช้งานกว่า 2,200 ล้านคน / อันดับ 2 YouTube 1,900 ล้านคน / อันดับ 3 WhatsApp 1,500 ล้านคน / อันดับ 4 Facebook Messenger 1,300 ล้านคน / อันดับ 5 WeChat 1,083 ล้านคน
ผู้ใช้งาน Facebook ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 18 – 24 ปี และกลุ่ม 25 – 34 ปี 96% ของผู้ใช้ Facebook เข้าผ่านสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต และ 25% เข้าผ่านคอมพิวเตอร์

จากตัวเลขสวยหรูดังกล่าว จึงเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Social Commerce นั่นคือการใช้พลังชาวโซเชียลให้เกิดประโยชน์โดยแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง KFC ที่ใช้กลยุทธ์ชวนคนโซเชียลมาเปิดร้าน KFC โดยไม่ต้องเสียค่าแฟรนไชส์แม้แต่บาทเดียว
แม้ว่า แบรนด์ KFC จะครองตำแหน่งราชาแห่งไก่ทอดชนิดยากที่จะหาคนมาล้มแชมป์ แต่การตั้งอยู่บนความไม่ประมาทคือสิ่งที่ยักษ์ใหญ่รายนี้พุ่งเป้า โดยเฉพาะคู่แข่งคนสำคัญอย่าง Food Delivery ทั้งหลายที่ทำให้ผู้บริโภคในวันนี้มีตัวเลือกที่จะกินของอร่อยมากมาย จึงเป็นที่มาของแคมเปญการตลาดที่ชื่อว่า Pocket Franchise ผ่าน Social Commerce
แคมเปญ Pocket Franchise คือการเชิญชวนวัยรุ่นและทุกคนที่ชอบเล่นโซเชียลทั้งหลายให้มาเปิดร้าน KFC ของตัวเองแบบฟรีๆ แถมที่สำคัญถ้ามีเพื่อนหรือคนมาซื้อผ่านร้านบนโซเชียล ก็จะได้ส่วนแบ่งเป็นส่วนลด สะสมแต้มไว้แลกของต่างๆจาก KFC ได้อีกด้วย
Pocket Franchise นี้เกิดที่ประเทศจีน โดยการให้คนจีนที่ใช้ WeChat แพลตฟอร์มโซเชียลที่ใหญ่ที่สุดและยอดนิยมที่สุดของประเทศจีน มีคนใช้เดือนละกว่า 900 ล้านคน เข้ามาเปิดร้าน พร้อมตกแต่งร้าน KFC ของตัวเองได้ง่ายๆ แถมยังเลือกได้อีกว่าจะขายเมนูใดบ้างของ KFC พร้อมกับแชร์ร้านออกไปให้เพื่อนๆซื้อ
แคมเปญนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ที่ประเทศจีนป็นอย่างมาก เห็นได้จากเพียง 4 เดือนมีคนเปิดร้าน KFC ของตัวเองบน WeChat มากถึง 2,500,000 ร้าน แถมยังมีการจัดอันดับร้าน KFC บนโซเชียลที่ขายดีที่สุดให้เห็นกันชัดๆ ซึ่งร้านที่ขายดีที่สุดสามารถทำยอดขายให้ KFC ได้ถึง 1 ล้านดอลลาร์ภายใน 4 เดือนแรก หรือตีเป็นเงินไทยก็กว่า 30,000,000 บาททีเดียว

อย่างไรก็ตาม แคมเปญนี้สามารถสร้างยอดขายใหม่ๆให้กับ KFC ได้มากถึง 6 ล้านเหรียญ หรือตีเป็นเงินไทยก็เกือบ 200,000,000 บาท แค่ภายใน 4 เดือนหลังจากเปิดตัวแคมเปญเท่านั้นแถมยังคว้ารางวัล Gold จากเวที Cannes Lion ของปี 2019 ในสาขา Mobile มาครองอีกด้วย
เห็นหรือยังว่า บางครั้งการคิดนอกกรอบทางธุรกิจที่นำสิ่งที่ทำกันจนเคยชินแต่กลับไม่มีใครเห็นความสำคัญมาปรับเปลี่ยนจนก่อให้เกิดผลที่ดีต่อธุรกิจและแบรนด์ ดังกรณีศึกษาของแบรนด์ KFC ที่แม้จะเป็นยักษ์ใหญ่ระดับโลกมีลูกค้ามากมายแต่ก็ไม่เคยหยุดนิ่งหยิบฉวยโอกาสที่คนอื่นมองไม่เห็นแต่ KFC เห็นมาพลิกจนกระฉ่อนบนโลกออนไลน์ในเวลานี้
ขอบคุณข้อมูล การตลาดวันละตอน



