Uncategorized
เปิด 3 ข่าวที่สุดแห่งปี ‘ข่าวร้ายที่สุด ข่าวใหญ่ที่สุด และข่าวดังที่สุด’ปี 2566

เป็นธรรมเนียมที่พอใกล้จะสิ้นปีก็รวบรวมข่าวที่สื่อหลักๆนำเสนอว่า มีข่าวอะไรบ้างในปี 2566 ที่คนสนใจกันอย่างกว้างขวาง
จริงๆแล้วในแต่ละแวดวงข่าวก็มีเรื่องราวต่างๆถูกนำเสนอผ่านช่องทางสื่อแต่ละสายไม่เหมือนกัน
ข่าวสายบันเทิงก็อาจมองว่าละครพรหมลิขิตดัง ข่าวไอทีมองว่าการควบรวมทรูกับดีแทคดัง ข่าวกีฬาต้องฟุตบอลทีมชาติไทยได้รับความสนใจมากสุด
เพื่อให้ได้ประเด็นกลางๆ แบบปังจริงๆ เราเลือกมา 3 ข่าว คือข่าวร้ายที่สุด ข่าวใหญ่ที่สุด และข่าวดังที่สุด
จะตรงกับใจคุณผู้อ่านหรือไม่ลองไปติดตามกันได้เลยครับ
#ข่าวร้ายที่สุด เหตุยิงในห้างพารากอน
เย็นวันที่ 3 ตุลาคม เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงประชาชนที่ออกมาเดินห้างพารากอนกลางกรุงเทพฯ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บอีก 4 คน
ที่น่าสลดคือ นี่เป็นคดีอาชญากรรมที่คนร้ายเป็นเยาวชนชายอายุเพียง 14 ปี ซึ่งเหยื่อกระสุนทุกคนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับมือปืน และไม่เคยรู้จักกับเด็กคนนี้มาก่อน
พฤติกรรมการก่อเหตุเข้าขั้นอุกอาจโหดเหี้ยมเดินเลือกผู้เคราะห์ร้ายในห้างก่อนสาดกระสุนใส่จนหลายคนต้องรีบวิ่งหนีเพื่อรักษาชีวิตให้รอด
หลังจากถูกควบคุมตัวในที่เกิดเหตุเด็กคนนี้ยังแสดงอาการประสาทหลอนซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจค่อนข้างให้น้ำหนักว่าน่าจะมีอาการป่วยทางจิต
จากการสอบปากคำ เด็กให้การภาคเสธคือ ยอมรับในเรื่องของอาวุธปืน และให้การเกี่ยวกับอาวุธปืน แต่ไม่รับในข้อหาฆ่าผู้อื่นอ้างว่าทำไปโดยไม่รู้ตัว แน่นอนว่าหลายคนได้ยินแล้วไม่เชื่อ
เพราะหากผู้ก่อเหตุยังเป็นเยาวชนก็จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ถ้าป่วยทางจิตด้วยก็จะถูกส่งไปรักษาในโรงพยาบาล สรุปคือเด็กคนนี้มีเงื่อนไขมากพอที่สามารถทำให้ไม่ต้องถูกดำเนินคดีใดๆทั้งสิ้น
ไม่เพียงเท่านี้ หลายๆองค์ประกอบ เช่น ฐานะทางครอบครัว สถานศึกษาหรูค่าเทอมแพง การวางแผนก่อเหตุในช่วงเวลาเลิกงาน การเตรียมอุปกรณ์ที่ดัดแปลงเป็นอาวุธปืนเข้าไปในห้าง ข้อความที่ส่งให้กลุ่มเพื่อน ฯลฯ เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวเข้ากับการออกมาปกป้องสิทธิให้กับผู้เสียชีวิต ทำให้ข่าวนี้คือข่าวร้ายที่สุดในรอบปี 2566

#ข่าวใหญ่ที่สุด “ทักษิณ” กลับไทยหลังหนีคดี 15 ปี
หลังจากมีกระแสทุกปีว่าจะกลับ ในที่สุด 23 สิงหาคม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ยอมกลับมาเหยียบแผ่นดินไทยอีกครั้งเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ว่ากันว่านี่คือโอกาสที่ดีที่สุดและอาจมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น หากทักษิณซึ่งหนีคดีไปกว่า 15 ปี คิดจะกลับประเทศไทยจริงๆ
การย้อนเวลาไปวิเคราะห์ดีลขอกลับไทยเริ่มมาก่อนรัฐบาลประยุทธ์จะยุบสภาเพื่อเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก้าวย่างของพรรคเพื่อไทยประกาศขอคะแนนแบบ “แลนด์สไลด์” เพราะเป้าหมายจะนำทักษิณกลับได้นั้นต้องเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสถานเดียว
จึงไม่แปลกที่พรรคก้าวไกลซึ่งได้คะแนนเสียงเลือกตั้งมากที่สุดจะไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ เมื่อกลเกมนี้ถูกวางหมากบังคับให้พรรคเพื่อไทยต้องเป็นรัฐบาลเท่านั้น คืออยู่ได้กับทั้งฝ่ายประชาธิปไตยและเผด็จการ ส่วนการหาเสียงก็แค่ละครฉากหนึ่งที่แสดงให้แฟนคลับได้ฟินพอหอมปากหอมคอ
แต่ที่ทุกคนนึกไม่ถึงก็คือคำพิพากษาให้จำคุก 8 ปี ของศาลไม่สามารถกักขังทักษิณในเรือนจำได้แม้แต่นาทีเดียว โดยมีประตูแห่งอิสรภาพเปิดรอไว้แล้วอีกไม่นาน การกลับไทยของทักษิณจึงเป็นข่าวใหญ่ที่สุดแห่งปี

#ข่าวดังที่สุด “พิธา” พาพรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้ง
ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสพรรคก้าวไกลแรงดีไม่มีตกตั้งแต่ปีที่แล้ว ด้วยความที่คนส่วนใหญ่เบื่อรัฐบาลประยุทธ์ที่บริหารประเทศแล้วมองไม่เห็นอนาคต
แต่ใครจะคิดว่าพรรคก้าวไกลจะได้ชัยชนะแบบถล่มทลายในทุกภูมิภาค มี ส.ส.เกือบครบทุกจังหวัด ซึ่งทำให้ชื่อของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ขึ้นเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอย่างไร้คู่แข่ง
แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่ทำให้ด้อมส้มได้ยืดอก แต่ปรากฏการณ์ก้าวไกลก็ทำให้การเมืองไทยปั่นป่วนไปทั้งองคาพยพ
ไทยกลายเป็นประเทศเดียวที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยแต่พรรคการเมืองชนะเลือกตั้งไม่ได้เป็นรัฐบาล หรือพูดง่ายๆคือการเลือกตั้งของไทยไม่ได้ให้ความสำคัญกับเสียงของประชาชน
เหมือนนักเรียนเลือกหัวหน้าห้องแต่ครูให้คนอื่นเป็น คำถามคือแล้ว กกต.จะเสียเงิน 6 พันล้านบาทจัดการเลือกตั้งไปเพื่ออะไร
นายพิธา ทำให้ชาวบ้านรู้จัก สว. เพิ่มขึ้นหลายคน และถ้าบางคนแค่นั่งอยู่เฉยๆประชาชนก็คงไม่เกลียด
นายพิธา กลายเป็นซอฟท์พาวเวอร์ในหลายวงการ เป็นภาพคนรุ่นใหม่พูดภาษาอังกฤษฉะฉาน ใช้คำพูดเรียกความน่าสนใจได้ดี ความคิดความอ่านทันโลก บุคลิกสุภาพ เหมือนอยู่คนละโลกกับ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบโจทย์เด็กรุ่นโซเชียลคนวัยทำงาน
จากที่ยังไม่อยู่กลางแสงไฟ ปีนี้คนไทยทั้งประเทศรู้จักนายพิธาทุกคน ข่าวนายพิธาจึงเป็นข่าวดังที่สื่อสนใจมากที่สุด



