Biznews

‘7-11’ เร่งเครื่องลุยเดลิเวอรี่เต็มสูบรับเทรนด์ผู้บริโภครอไม่ได้!

กุมความได้เปรียบแบบเบ็ดเสร็จเจ้าของฉายาเจ้าพ่อร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ที่ปัจจุบันมีสาขาครอบคลุมทั่วไทยกว่า 1 หมื่นสาขาไปเรียบร้อยแถมยังมีสินค้าแทบจะทุกสิ่งอย่างให้เลือกซื้อแล้ว ไหนเลยจะปล่อยชิ้นปลามันอย่างธุรกิจเดลิเวอรี่ ธุรกิจที่กำลังได้นับความนิยมสูงสุดในขณะนี้

ล่าสุด 7-Eleven  เปิดตัวแอปที่มีชื่อว่า 7-Delivery เพื่อส่งสัญญาณและประกาศให้โลกรู้ว่า ได้เวลา 7-Eleven บุกตลาดบริการจัดส่งสินค้าหรือเดลิเวอรี่ถึงประตูบ้านลูกค้าอย่างจริงจัง

 

ทั้งนี้ 7-Eleven  ได้เริ่มทดลองให้บริการเดลิเวอรี่ถึงบ้าน โดยให้ลูกค้าสั่งทาง Line Official ของ 7-Eleven เปิดบริการตั้งแต่เวลา 6.00-22.00 น. โดยเริ่มจาก 2 พื้นที่คือ สาขาซอยบรมราชชนนี 4 ครอบคลุมพื้นที่บริเวณบรมราชชนนี 4 ซอย และซอย 6 รวมไปถึงคอนโดฯลุมพินี พาร์ค ปิ่นเกล้า และสาขาบริเวณหมู่บ้านสีวลี-ราชพฤกษ์ ครอบคลุมถึงหมู่บ้านชัยพฤกษ์-ราชพฤกษ์ และหมู่บ้านเบญญาภา-ราชพฤกษ์

แต่ทว่า การเปิดเกมรุกรอบใหม่ในครั้งนี้แตกต่างไปจากเดิม นั่นคือ การเปิดให้บริการผ่านแอป  7-Delivery  และให้บริการตั้งแต่ 7.00 -22.00 น. รวมทั้งการขยายพื้นที่การบริการมากขึ้น  โดยเน้นสาขาแหล่งรวมของที่อยู่อาศัย เช่น คอนโดมิเนียม เป็นต้น

อีกทั้ง  ฟีเจอร์การใช้งานก็มีให้เลือกหลาหลายแล้วแต่ลูกค้าสะดวก ทั้งการ ‘จัดส่งถึงที่’ หรือ ‘รับที่ร้าน’  ‘รับถุง’ หรือไม่รับถุงในการส่ง รวมทั้งลูกค้าสามารถติดตามสถานะการสั่งซื้อ ประวัติการสั่งซื้อได้อีกด้วย ส่วนการชำระเงิน มีให้เลือก 2 ทางคือ จ่ายเป็นเงินสด และ 7-Delivery

 

 

อย่างไรก็ตาม ตลาดเดลิเวอรี่ในประเทศไทยมีการแข่งขันกันสูงมาก เนื่องจากพฤติกรรมของลูกค้ายุคนี้เปลี่ยนไปจากในอดีตอย่างสิ้นเชิง ปัจจุบันตลาดมีมูลค่าราว  26,000 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้นทุกปีๆ ละ 11-15%

สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเจ้าสัวซีพี ที่เคยกล่าวไว้ว่า ยุคนี้เป็นยุคแห่ง “ธุรกิจตัวเบา” หมายถึงการค้าขายที่ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน เพียงแค่มีแพลตฟอร์มออนไลน์ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก ก็สามารถทำการซื้อขาย สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำได้ แต่สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของการค้าขายออนไลน์คือ ระบบการขนส่ง เพราะความรวดเร็วในการจัดส่งถือเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งสินค้าถึงมือลูกค้ารวดเร็วเท่าไหร่ ยิ่งครองใจลูกค้าได้มากเท่านั้น

เรียกได้ว่ายุคนี้เป็นยุคแห่งการแข่งขันที่ดุเดือดอย่างแท้จริง พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เรียกว่า “รอไม่ได้” ทำให้ธุรกิจทั้งเล็กใหญ่ต่างต้องปรับตัว ซึ่งนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจะมีสัญชาติญาณในการมองเห็นโอกาสที่คนอื่นมองไม่เห็น และเปลี่ยนมันเป็นโอกาสทางธุรกิจได้เสมอ

 

 

 

Related Articles

Back to top button