Biznews

ไหวไหมบอกมา!! “ดีน แอนด์ เดลูก้า”กัดฟันไปต่อเดินหน้าลดขนาดหวังหยุดเลือดไหลสิ้นปีนี้

ต้องบอกว่า ไม่รู้ว่าตัดสินใจผิดหรือถูก กรณีที่บริษัท  ‘เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น’ หนึ่งในผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หรูเมืองไทยต่อการเข้าซื้อกิจการร้านสุดหรุอย่าง ดีน แอนด์ เดลูก้า ในสหรัฐอเมริกามาด้วยวงเงินสูงถึง 4,200 ล้านบาท เมื่อปี 2557 ที่ผ่านมา นับถึงปัจจุบันเป็นเวลาหลายปีที่ีแบรนด์หรูนี้ที่อยู่มากว่า 40 ปีที่คนทั่วโลกและคนอเมิรกันรู้จักเป็นอย่างดี ที่ถูกบริหารงานโดยเพซฯ ที่ต้องบอกว่าเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่สู้ดีสักเท่าไหร่ 

ที่ต้องบอกว่าไม่สู้ดีก็เป็นเพราะ หลังจากเพซเข้าบริหารกิจการ หลังจากซื้อมา 5ปี จากเดืมมี 11 สาขาในอเมริกาผ่านไป 1 ปี ปิดไปแล้ว 5 สาขา โดยให้เหตุผลว่าเป็นสาขาที่อยู่นอกเมือง ไม่สะดวกในการบริหารจัดการ จนกระทั่งหนักสุดคือปีนี้  ภาพของดีน แอนด์ เดลูก้า ในสหรัฐอเมริกาตกที่นั่งลำบากกว่าเดิม

สรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพซ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) ยอมรับว่า หลังเข้าซื้อกิจการกูร์เมต์ระดับตำนานแห่งนิวยอร์กอย่าง ​Dean & DeLuca มาในราคา 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 4,200 ล้านบาท เมื่อปี 2014 หลังจากนั้นเป็นต้นมา ก็เริ่มเห็นสัญญาณไม่สู้ดีเกี่ยวกับปัญหาการเงินและหนี้สิน และที่สำคัญพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปช้อปออนไลน์กันมากขึ้น ทำให้จำต้องมีการปิดสาขาลงอีก ปัจจุบันเหลือเพียง 4 สาขาในสหรัฐอเมริกา

ทางออกล่าสุด ของ ดีน แอนด์ เดลูก้า อิงค์ ซึ่งบริหารร้านสาขาในอเมริกาคือ การปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อให้เข้ากับภาวะตลาดฟู้ดรีเทลที่ท้าทายและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในอเมริกา โดยขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการปรับขนาดธุรกิจให้เหมาะสม (rightsized) ควบคุมค่าใช้จ่าย และควบรวมการดำเนินงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในสาขาที่ไม่สามารถทำยอดขายและกำไรได้ตามเป้า

ขณะที่สาขาที่สามารถทำยอดขายได้ดี เช่น สาขาโซโห ที่เปิดดำเนินการมากว่า 40 ปี และสาขาในคอนเซ็ปท์ใหม่ คือ Stage บริษัทก็จะพัฒนาให้มีศักยภาพในการดำเนินงานเพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและผู้บริโภคได้อย่างเต็มที่ รวมถึงทำให้สามารถสร้างรายได้ให้เติบโตแบบเทิร์นอราวน์ได้ในอนาคต ตั้งเป้าหยุดขาดทุนในสิ้นปี

สรพจน์ ย้ำว่า สภาวะตลาดรีเทลทั่วโลกรวมถึงอเมริกาในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ตลาด Grocery Store ในอเมริกาเองก็มีการขายอาหาร Prepared Foods หรืออาหารพร้อมทานมากขึ้นและมีพื้นที่ให้นั่งทาน ประกอบกับผู้บริโภคชาวอเมริกันซื้อสินค้า ของใช้ต่างๆ และอาหารออนไลน์มากขึ้นถึง 30% ซึ่งทำให้ร้านรีเทลต่างๆ ที่มีหน้าร้านหรือ Brick and Mortar Stores จะต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งใหญ่ เพื่อให้ทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

“บริษัทจึงอยู่ในระหว่างการพิจารณาทบทวนและปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจและการดำเนินงานของดีนแอนด์ เดลูก้า อเมริกาครั้งใหญ่ ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจ ลดต้นทุน เพื่อให้องค์กรสามารถก้าวไปข้างหน้าได้ รวมถึงแผนการสร้างแบรนด์และมุ่งเน้นเปิด Franchise ในอเมริกา และทำ online ให้มากขึ้น”

“ทั้งนี้ บริษัทขอแสดงความเสียใจต่อบริษัทคู่ค้าในอเมริกา และพร้อมแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะทยอยแก้ปัญหาให้เสร็จลุล่วงโดยเร็ว” นายสรพจน์กล่าวย้ำ

ปัจจุบัน ดีน แอนด์ เดลูก้า อเมริกา มีจำนวน 5 สาขา

 ขณะที่แผนการทำตลาดในประเทศไทย สรพจน์ ยืนยันว่าจะยังคงดำเนินการร้านสาขาในประเทศไทย และยังดำเนินการให้ลิขสิทธิ์แบรนด์ สิทธิแฟรนไชส์ รวมถึงสิทธิการขายสินค้าในประเทศอื่นๆ ในเอเชียอีกด้วย  โดย ดีน แอนด์ เดลูก้า เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด สามารถทำยอดขายและสร้างผลตอบแทนให้บริษัทได้เป็นอย่างดี ในช่วงเดือนมิถุนายน 2018 ถึง เดือน พฤษภาคม 2019 หรือช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ดีน แอนด์ เดลูก้า (ประเทศไทย) สามารถทำรายได้รวมได้ประมาณ 523  ล้านบาท (EBITDA 79.8 ล้านบาท) รายได้จากต่างประเทศ 106 ล้านบาท (EBITDA 35.43 ล้านบาท) รวมทั้งสิ้น 630 ล้านบาท (EBITDA 115.23 ล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้น 13.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2017 – 2018

ขณะที่ล่าสุด การย้ายออกจากสาขาแฟล็กชิป มหานคร คิวบ์ เนื่องจากสัญญาเช่าพื้นที่ได้สิ้นสุดลงและมีการขอคืนพื้นที่ ซึ่งบริษัทเองก็มีแผนที่จะเปิดสาขาแฟล็กชิปใหม่ โดยขณะนี้ อยู่ในระหว่างการคัดเลือกโลเคชั่นของร้านที่ดีที่สุดและสามารถมอบประสบการณ์การทานอาหารเช่นเดียวกันกับที่ลูกค้าชื่นชอบเหมือนที่สาขามหานคร คิวบ์

 

 

 

ปัจจุบัน ดีน แอนด์ เดลูก้า (ประเทศไทย) มีสาขาทั้งหมด 11 สาขา ประกอบด้วย สาขาที่เป็นคาเฟ่และร้านอาหาร อาทิ Central Embassy, Emquartier, The Crystal Ramindra และ สาขาตึกสาทรสแควร์, สาขาตึกออลซีซันเพลส. สาขาตึกพาร์คเวนเจอร์ และสนามบินสุวรรณภูมิ บริษัทมีแผนจะเปิดสาขาใหม่อีก 5 สาขาภายในปี 2562 โดยแบ่งเป็น 2 สาขาที่ภูเก็ตและอีก 3 สาขาในกรุงเทพฯ

“ในส่วนของธุรกิจแฟรนไชส์ ดีน แอนด์ เดลูก้า ยังคงเดินหน้าให้แฟรนไชส์แก่บริษัทที่มีศักยภาพและมีเครือข่ายในเมืองสำคัญทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง และในส่วนที่ได้เซ็นสัญญาให้สิทธิแฟรนไชส์ไปแล้ว เช่น กับทางลากาแดร์ ทราเวล รีเทล ก็มีความคืบหน้าเช่นเดียวกัน”

“โดยแผนธุรกิจต่อไปของ ดีน แอนด์ เดลูก้า คือการขยายแบรนด์และต่อยอดความสำเร็จของ ดีน แอนด์ เดลูก้า เอเชีย (ประเทสไทย) รวมถึงการเดินหน้าให้ธุรกิจแฟรนไชส์ ในเอเชียและทั่วโลกให้มั่นคงและมีประสิทธิภาพ และเดินหน้าปรับขนาดธุรกิจในอเมริกาให้พอเหมาะ (rightsized) เพื่อต่อสู้กับความท้าทาย ตัดค่าใช้จ่าย และหยุดการขาดทุนให้สำเร็จ” นายสรพจน์ กล่าวทิ้งท้าย

 

 

Related Articles

Back to top button