BiznewsIT & Digital

เปิด 3 กลยุทธ์เด็ด LINE ประเทศไทยภายใต้วิสัยทัศน์ Life on LINE  

 กว่า 6 ปีที่ LINE ได้เข้ามาในตลาดประเทศไทย LINE ถือเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยปัจจุบัน LINE มีผู้ใช้งานกว่า 44 ล้านคน หรือประมาณ 78% ของจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตผ่านมือถือทั้งหมดในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบัน นอกเหนือจากการเป็นแอปพลิเคชั่นการสื่อสารที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแล้ว แพลตฟอร์มนี้ยังมีบริการที่ครอบคลุมและครบวงจร อาทิ LINE PLAY, LINE TODAY, LINE MAN, LINE JOBS รวมถึงบริการยอดนิยม อาทิ LINE Stickers, Rabbit LINE Pay และ LINE Biz-Solution  

“LINE มุ่งมั่นที่จะนำเสนอประสบการณ์ ‘WOW’ ให้กับผู้ใช้งานทุกคน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับทุกชีวิตในรูปแบบ lifestyle innovation ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรายืนหยัดและประสบความสำเร็จเช่นในวันนี้และถือเป็นส่วนสำคัญที่ได้เข้ามาปฏิวัติไลฟสไตล์ของคนไทยผ่านบริการต่างๆ ที่ตอบโจทย์ทุกชีวิตของคนไทย” อึนจอง ลี รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหารธุรกิจระดับโลก LINE คอร์ปอเรชั่น กล่าว

“และก้าวต่อไปของ LINE ก็คือการประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ “Life on LINE” ที่จะเป็น “โครงสร้างพื้นฐานชีวิต”  สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันของทุกคน”

“แนวคิดของ Life on LINE จะครอบคลุมถึงการให้บริการที่ทุกคนต้องการในชีวิตประจำวันตั้งแต่การตื่นนอนตอนเช้า การอ่านข่าวผ่าน LINE หรือการจองร้านทำผมผ่าน LINE Official Account ระหว่างการเดินทางไปทำงาน หรือการจ่ายค่าโดยสารรถประจำทาง รถไฟฟ้าผ่าน Rabbit Line Pay ซึ่งแพลตฟอร์มทั้งหมดนี้จะช่วยทำให้ชีวิตง่ายขึ้นและสะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งเรารู้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้ใช้บริการของเราต้องการมากที่สุดและยังไม่มีใครที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ได้” อึนจอง ลี กล่าวเสริม

3 กลยุทธ์สำคัญ ตอบสนองความต้องการผู้ใช้งานได้มากขึ้น

1) OMO (online-merge-offline การรวมกันของออนไลน์กับออฟไลน์) – คล้ายกับ O2O แต่เป็นการรวมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ และเพื่อให้ OMO เข้ามาช่วยธุรกิจไทยได้อย่างแท้จริง LINE จึงได้เปิดตัว LINE Mini App ระบบที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงและใช้บริการเต็มรูปแบบจากแบรนด์หรือธุรกิจต่างๆ ผ่าน LINE ได้ โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องออกจาก LINE และแบรนด์เองก็ยังคงรูปแบบบริการของตนเองได้ตามที่ต้องการ

2) Fintech – นี่ถือเป็นหนึ่งในแรงผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่การเป็นสังคมไร้เงินสด ควบคู่กับการนำเสนอนวัตกรรมทางการธนาคาร ซึ่งที่ผ่านมา LINE ได้ดำเนินธุรกิจ Rabbit LINE Pay และได้ร่วมมือกับ KBANK เพื่อปฏิวัติการบริการทางการเงิน ภายใต้องค์กรความร่วมมือใหม่ในนาม KASIKORN LINE

Fintech ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ LINE ให้ความสนใจไม่ใช่แค่ในประเทศไทยแต่ยังรวมไปถึงในประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และอินโดนีเซีย ซึ่งสำหรับรูปแบบการให้บริการ Fintech จาก LINE ได้วางแผนที่จะขยายบริการไปสู่บริการทางบัญชีและเงินกู้ รวมถึงการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะท้าทายแพลตฟอร์มการเงินแบบที่เคยมีมา

3) AI – LINE จะยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีด้าน AI ขั้นสูงเพื่อนำไปใช้ในการบริการที่หลากหลาย ตัวอย่างเช่น การนำ AI มาช่วยในฟีเจอร์สำหรับการแนะนำบริการแบบเฉพาะบุคคลในการค้นหาการใช้บริการ LINE TV, Sticker Shop, โฆษณา และอื่น ๆ นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด  Smart Channel  ที่เรียนรู้จากพฤติกรรมความสนใจของผู้ใช้ไปสู่การนำเสนอข้อมูลที่ตรงกับความต้องการอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Optical Character Recognition (OCR) ซึ่งจะช่วยในการค้นหาตัวอักษรหรือข้อความที่อยู่ในภาพถ่ายและสามารถระบุประเภทของตัวอักษรได้ ซึ่งสามารถนำไปใช้ร่วมกับการแปลภาษาต่างประเทศได้เป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันคนไทยนิยมใช้บริการ OCR ใน LINE เป็นอย่างมาก

ล่าสุด LINE เพิ่งเปิดตัว ‘Smart Channel’ ซึ่งเป็นพื้นที่โฆษณาที่อยู่ด้านบนของหน้า Chat List เพื่อให้นักการตลาดสามารถส่งข้อความโฆษณาที่ตรงกลุ่มเป้าหมายในเวลาที่เหมาะสม หรือผู้ใช้งานจะได้รับข้อความโฆษณาที่ตรงกับความสนใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิประจำวันในแต่ละโลเคชั่น ข่าวสำคัญ ข้อมูลที่น่าสนใจต่างๆ ตามความสนใจของผู้ใช้งาน LINE ทุกคน

สำหรับประเทศไทย LINE ได้ปรับกลยุทธ์ดังกล่าวให้เหมาะสมและตอบโจทย์คนไทยมากที่สุดผ่านการให้บริการและผลิตภัณฑ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ ซึ่งนอกเหนือจากการมุ่งมั่นขยายการบริการสิ่งที่เราให้ความสำคัญมากที่สุด คือ การสร้างแพลตฟอร์มที่ปลอดภัยเป็นส่วนตัวสำหรับผู้ใช้งานทุกคน ควบคู่กับความสะดวกสบายในการใช้งาน

และด้วยวิสัยทัศน์ Life on LINE จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเดินหน้าพัฒนา LINE ให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่ง ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) แห่ง LINE ประเทศไทย ได้เปิดเผยถึงผลิตภัณฑ์และฟีเจอร์ใหม่ที่จะมีการเปิดตัวภายในปี 2562 นี้

  • LINE Shopping –บริการรูปแบบใหม่ในการรวมแหล่งออนไลน์ช้อปปิ้งไว้ในที่เดียว เพื่อแก้ pain point ของลูกค้าในการตามหาข้อมูลที่มีมากจนเกินไป และช่วยให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมด้วยฟีเจอร์สำคัญมากมาย อาทิ โปรโมชั่น, คะแนนสะสม, การตั้งรายการสินค้าที่ต้องการซื้อ (wish list), การแจ้งเตือนเมื่อสินค้านั้นๆ ราคาลดลง และฟีเจอร์อื่นๆ ที่จะตามมาอีกมากมายในอนาคต
  • LINE MAN –LINE MAN ได้ชื่อว่าเป็นผู้ช่วยอันดับหนึ่งของคนกรุงเทพฯ ได้ประกาศแผนการรุกขยายการบริการให้ครอบคลุมพื้นที่หัวเมืองใหญ่ของประเทศไทยภายในปี 2563 ซึ่ง LINE MAN เป็นพันธมิตรกับยักษ์ใหญ่อย่าง Wongnai และ Lalamove เพื่อที่จะพัฒนาการบริการที่ดียิ่งขึ้น และบริการดังกล่าวยังได้เปิดตัวโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยการลดการใช้พลาสติกอีกด้วย

“ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากความต้องการให้ผู้ใช้ได้รับความสะดวกสบายสูงสุด ผ่านการจับมือกับพันธมิตรองค์กรชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละพื้นที่ และนำ big data มาใช้เพื่อให้เกิดการออกแบบบริการที่เข้าใจผู้ใช้บริการมากที่สุด ทั้งหมดนี้จะเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาบริการใหม่และพัฒนาบริการที่มีอยู่ให้เป็นที่พึงพอใจให้กับผู้ใช้บริการมากที่สุด เพื่อให้ทุกคนได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดกับ LINE MAN” ดร.พิเชษฐ กล่าว “Big Data คือ สิ่งที่ถูกนำมาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของผู้ใช้บริการ รวมถึงการคาดการณ์เทรนด์หรือกระแสนิยมที่กำลังเกิดขึ้นเพื่อนำมาสร้างสรรค์ moment marketing ที่จะช่วยการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น”

ในการเติบโตของ LINE MAN มีปัจจัยสำคัญจากการมีพันธมิตรที่เป็นผู้นำอย่าง Wongnai ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ในธุรกิจที่มีร้านอาหารในเครือข่ายรวมกว่า 50,000 ร้าน ซึ่งส่งผลให้ LINE MAN เป็นแอปพลิเคชั่นเดียวที่ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุดในกรุงเทพ รวมถึงอีกพันธมิตรสำคัญคือผู้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำอย่าง lalamove ที่ได้มีการเพิ่มจำนวนยานพาหนะในการให้บริการสูงถึง50% ในแต่ละปี

นอกจากนั้น อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ LINE MAN เติบโตอย่างต่อเนื่อง นั่นคือ การสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดในเวลาที่เหมาะสมเพื่อมอบผลประโยชน์สูงสุดให้กับผู้ใช้งาน ยกตัวอย่างได้ชัดเจน คือ เมื่อไม่นานมานี้ LINE MAN ได้เปิดตัวแคมเปญครบรอบ 3 ปี ซึ่งจากแคมเปญดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างมาก ส่งผลให้ยอดการสั่งซื้อเมนูชานมไข่มุกสูงขึ้นถึง 50 เท่า และเมนูเอแคร์จากร้านอาฟเตอร์ยูที่สร้างยอดขายผ่าน LINE MAN ได้สูงถึง 200,000 ชิ้นในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน

  • LINE MAN Grocery – จะเป็นบริการใหม่ที่จะเป็นคำตอบของผู้คนในยุคสมัยปัจจุบันที่ทุกคนจะสามารถซื้อสินค้าได้โดยไม่ต้องไปซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อเป้าหมายในการประหยัดเวลาที่ต้องเสียไปกับการเดินทาง

นอกเหนือจากบริการใหม่แล้ว LINE MAN มุ่งมั่นที่จะสร้างเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์แนวทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในการดำเนินงาน ซึ่งรวมถึงมีดพลาสติกและกระเป๋าที่ใช้ในการส่งอาหารให้กับลูกค้า ฟีเจอร์ใหม่ใน LINE MAN จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถปฏิเสธการรับพลาสติกที่ไม่จำเป็น โดยฟีเจอร์นี้จะเปิดตัวภายในเดือนสิงหาคมนี้ โดยมีพันธมิตรร้านอาหารชั้นนำที่เข้าร่วมโครงการนี้แล้ว ได้แก่ บอนซอน, ซิซเล่อร์, เบอร์เกอร์คิงส์, เท็กซัส ชิคเก้น, พิซซ่า ฮัท, บ้านหญิง, คั่วกลิ้งผักสด และเดอะมอลล์กรุ๊ป

  • LINE MELODY ย้อนกลับไปในยุค 90 เสียงรอสายได้รับความนิยมมาก ซึ่งปัจจุบันนี้ LINE Call ถืออีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ผู้ใช้นิยมใช้งานอย่างมากซึ่งด้วยฟีเจอร์นี้ผู้ใช้งานจะสามารถนำเอาเพลงยอดนิยมมาใช้เป็นเมโลดี้หรือริงค์โทนได้ ซึ่งวันนี้เราพบว่าผู้ใช้ LINE นิยมใช้ LINE Call ทดแทนการกดเบอร์โทรศัพท์โทรหากันแบบเดิมๆ ซึ่งสำหรับพันธมิตรด้านเพลงนั้นจะมีการเปิดเผยอีกครั้งในเร็วๆ นี้

“ทั้งหมดนี้คือบริการและฟีเจอร์ทั้งหมดที่จะมีการเปิดตัวภายในปีนี้ ซึ่งเร็ว ๆ นี้ผู้ใช้ทุกคนจะได้รับประสบการณ์ใหม่จากบริการใหม่จาก LINE ซึ่งทีมงานทุกคนของ LINE ประเทศไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่เราได้ทุ่มเทนั้นจะสามารถตอบสนองความต้องการทุกคนและช่วยยกระดับชีวิตประจำวันของผู้ใช้ของเราให้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น” ดร. พิเชษฐ สรุป

 

 

 

 

 

Related Articles

Back to top button