Columnist

ว่าด้วยเรื่องดราม่าค่าจัดพระราชพิธี

ว่าด้วยเรื่องดราม่าค่าจัดพระราชพิธี

โดย…ธนก บังผล

หลังผ่านพ้นพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล รัชกาลที่ 9 ปวงชนชาวไทยยังไม่หายโศกเศร้าดีก็มีประเด็นดราม่าเรื่องฝรั่งสาวตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงบประมาณค่าจัดงานพระราชพิธี ในเพจข่าว CNN International

จริงๆมันจะไม่มีความสำคัญเลยกับความคิดเห็นของคนต่างชาติคนหนึ่งที่สงสัย ถ้าเรื่องนี้ไม่ถูกขยายแผลจากคนไทยด้วยกันเองที่ฝักใฝ่ “ล้มเจ้า” เห็นดีเห็นงามไปกับฝรั่งตาน้ำข้าว จนกลายมาเป็นเรื่องร้อนในสื่อสังคมออนไลน์อย่างดุเดือด

หญิงชาวต่างชาติตั้งข้อสงสัยว่า เงินจำนวน 90 ล้านดอลล่าร์ ที่นำมาจัดพระราชพิธีอย่างยิ่งใหญ่นี้ น่าจะนำไปใช้ช่วยเหลือคนยากคนจน เนื้อความส่วนใหญ่คงเป็นที่ทราบกันดีแล้วนะครับ

อย่างแรกที่ต้องทำความเข้าใจก่อนคือ ชาวต่างชาติส่วนใหญ่ โดยเฉพาะทางยุโรปนั้นมีทัศนคติกับคนไทยและประเทศไทยว่าล้าหลัง ที่เคยเป็นมุกมาเล่าให้ฟังกันขำๆว่า เด็กไทยขี่ช้างไปเรียนหนังสือนั้นเป็นคำถามออกมาจากปากคนต่างชาติจริงๆ

ดังนั้นเมื่อมุมมองที่ต่างชาติมีต่อประเทศไทยคือดินแดนที่ล้าหลัง เงิน 90 ล้านดอลล่าร์ในความคิดของฝรั่งก็คือน่าจะเอามาพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนมากกว่าหรือไม่

แล้วสื่อต่างชาติเองที่รู้เรื่องประเทศไทยดีก็มีความพยายามไม่กล่าวถึง “ความจงรักภักดี” ที่คนไทยมีต่อระบอบกษัตริย์ นั่นเพราะแม้จะรู้ว่าประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แต่ก็ไม่เข้าใจคำว่าจงรักภักดี เนื่องจากระบอบการปกครองของฝรั่งนั้นไร้รากทางวัฒนธรรม แม้จะประกาศต่อชาวโลกว่ายึดถือ “ความเท่าเทียม” ความเป็นจริงแล้วบางประเทศเหล่านั้นกลับเหยียดผิวกันอย่างรุนแรง โดยพยายามกลบเกลื่อนประวัติศาสตร์บางช่วงของตนเองที่เคยเข่นฆ่าเพื่อนร่วมชาติมาด้วยซ้ำ

ในขณะที่คนไทยบางกลุ่มเห็นดีเห็นงามกับการตั้งคำถามของฝรั่ง เหมือนเป็นทาสทางความคิด และพยายามปลุกระดมให้คนอื่นๆเห็นตาม ผมกลับคิดว่าคนพวกนี้น่าสงสาร คนพวกนี้เป็นพวกไร้ราก ไร้ที่ยืน และบางคนเป็นเพียงเกรียนคีย์บอร์ดที่ในชีวิตจริงเป็นแค่พนักงานถูกเจ้านายโขกสับอยู่ในออฟฟิศ

แนวคิดเรื่อง “ล้มเจ้า” นั้น เป็นเรื่องเดียวที่คนเหล่านี้พูดถึงแล้วสามารถชดเชยความรู้สึก “เบี้ยล่าง” ในสังคม แต่อย่างไรก็ตามหากศึกษาประวัติศาสตร์ไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยามา เราก็จะพบว่ามีทฤษฎี “ล้มเจ้า” มานานแล้ว โดยเฉพาะช่วงที่ถูกลืม คือ ช่วง ขุนวรวงศาธิราช ซึ่งเดิมเป็นพนักงานเฝ้าหอพระมาก่อน อีกทั้งยังเป็นหมอผี มีหน้าที่อ่านแปลหนังสือพงศาวดารของต่างประเทศให้แก่พระเจ้าอยู่หัว

รูปแบบการล้มเจ้าในสมัยก่อนนั้นเป็นการปราบดาตัวเองขึ้นมาจากคนธรรมดาขึ้นมาเป็นกษัตริย์ แต่ในปัจจุบันเป็นรูปแบบการล้มล้าง ซึ่งแตกต่างกันมากนะครับ เนื่องจากในอดีตเป็นการช่วงชิงอำนาจ ในขณะที่ทุกวันนี้เป็นไปแบบเห็นคนอื่นมีก็อยากมีบ้าง โดยอ้างระบอบการปกครองเหมือนต่างชาติ แล้วอุปโลกน์ตัวเองขึ้นมาว่า “คนหัวก้าวหน้า”

ระบอบกษัตริย์ของไทย เป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อกันมานาน เนื่องจากสมัยก่อนนั้นมีการรุกรานดินแดน หรือที่เรียกว่าล่าอาณานิคม ซึ่งเป็นกันทั้งโลก ไม่ใช่เฉพาะแค่สยาม ดังนั้นจึงต้องมีแม่ทัพ มีผู้นำทำสงคราม การกำเนิดของกษัตริย์จึงเป็น “สมมุติเทพ” ด้วยความกล้า ก่อนจะสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นชนชั้นนำ

ในปัจจุบันรากของระบอบกษัตริย์ ยังเป็นรูปแบบของบริษัทด้วยเช่นกัน กล่าวคือ มีผู้ก่อตั้งบริษัท มีตำแหน่งเป็นประธานบริษัท และสืบทอดอำนาจผ่านเครือญาติ คงไม่มีใครสร้างบริษัทขึ้นมาเพื่อให้คนอื่นเป็นเจ้าของ ดังนั้นระบอบกษัตริย์นั้นอยู่ในวัฒนธรรมของไทยมายาวนาน แม้บริษัทนั้นจะเข้าตลาดหุ้นเป็นมหาชน การถือครองอำนาจด้วยสัดส่วนของหุ้นก็เป็นวิธีที่อยู่ในวัฒนธรรม นอกเสียจากจะเจ๊ง หรือขายต่อกิจการไปเลย

ถ้าถามผมว่าทำไมคนไทยบางกลุ่มถึงไม่อยากให้มีกษัตริย์ ผมก็จนปัญญาเหมือนกัน แต่ถ้าถามว่าทำไมต่างชาติถึงมองระบอบกษัตริย์ของไทยแตกต่างไปจากกษัตริย์ของตัวเอง นั่นก็เพราะรากเหง้าของวัฒนธรรมไทยไม่เหมือนที่อื่น ความเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมยังสืบสานมายังศิลปะอีกด้วย จะเห็นได้จากพระยานมาศ และพระเมรุมาศที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง ลายทุกลายมีความหมายแสดงอย่างชัดเจน

อย่างที่กล่าวมาตั้งแต่ต้นละครับ ว่าคำถามของฝรั่งคนนั้นจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยถ้าคนไทยบางจำพวกไม่หยิบไปเป็นประเด็นถกเถียงกันในโลกไซเบอร์ เราก็ควรเข้าใจมุมมองของฝรั่งด้วยเช่นกันก่อนที่จะวิจารณ์ความคิดของเขา เพราะต่างชาติไม่รู้จักคำว่าจงรักภักดี

แต่คนไทยที่ฝักใฝ่ล้มเจ้านั้น กลับมีแนวคิดที่ย้อนแย้งอย่างน่าประหลาด เคยได้ยินกันหรือไม่ครับที่เชื่อกันว่า พระเจ้าตากสินกลับชาติมาเกิด เป็นใครบางคนที่อยากจะเป็นกษัตริย์ใจจะขาด แต่เป็นได้แค่นักโทษหลบหนีคดีไม่มีแผ่นดินอยู่

ก็ไหนว่าไม่ต้องการเจ้า แล้วพระเจ้าตากสินนี่ไม่ใช่เจ้าหรืออย่างไร

สุดท้ายครับ ตั้งแต่วันนี้ (1 พฤศจิกายน) เป็นต้นไป เวลา 06.09 น. ตูน บอดี้สแลม จะออกวิ่งจาก อ.เบตง จ.ยะลา เพื่อระดมทุนให้โรงพยาบาล ผ่านพื้นที่ไหนบ้างนั้นก็อย่าลืมออกมาเป็นกำลังใจให้กับคนที่ทำดีด้วยนะครับ จะได้มีแรงทำเรื่องดีๆให้สังคมไทยกันต่อไป

Related Articles

Back to top button