“10 ร้านต้องไปโดน” 58 ปี “เชลล์ชวนชิม”
หลังจากห่างหายจากวงการไปนาน ล่าสุด บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด สานต่อเชลล์ชวนชิมในโอกาสครบรอบ 58 ปี ของสัญลักษณ์แห่งความอร่อยที่ผู้บริโภคมั่นใจด้วยการสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของเชลล์ในการ ‘เติมสุขให้ทุกชิวิต’ พร้อมทั้งเปิดตัว ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ นักชิมระดับแนวหน้าของประเทศ ในฐานะนักชิมคนใหม่ของเชลล์ชวนชิมโดยชูดิจิทัลแพลตฟอร์มพร้อมรายชื่อร้านอาหารที่ยังเปิดให้บริการและได้รับการรับรองจากเชลล์ชวนชิมเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย พร้อมมอบตราเชลล์ชวนชิมแก่สุดยอดร้านอาหาร 10 ร้านแรกจากทั่วประเทศ มุ่งมั่นให้สถานีบริการเชลล์เป็นจุดหมายปลายทางแห่งความอร่อย

นายอัษฎา หะรินสุต ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “เชลล์ชวนชิม เริ่มปฏิวัติวงการอาหารไทยในปี พ.ศ. 2504 โดย ม.จ.ภีศเดช รัชนี ซึ่งในสมัยนั้นท่านทรงดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการแผนกส่งเสริมการขายและโฆษณาของเชลล์ ได้ทรงดำริที่จะส่งเสริมการใช้แก๊สหุงต้มสำหรับร้านอาหารและครัวเรือนให้เป็นที่แพร่หลาย ท่านจึงได้ทรงปรึกษากับ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ และเกิดเป็นแนวคิดที่จะชูเรื่องอาหาร โดยการแนะนำอาหารอร่อยในประเทศไทย ถือเป็นการกำเนิด “เชลล์ชวนชิม” โดยมีเชลล์เป็นผู้สนับสนุน ในวันนี้เชลล์ จึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งในการสานต่อการครบรอบ 58 ปีของ “เชลล์ชวนชิม” ที่ยืนยันความอร่อยคู่ลิ้นคนไทยมาอย่างยาวนาน ทั้งนี้นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความอร่อยที่ผู้บริโภคเชื่อใจและมั่นใจแล้ว เชลล์ชวนชิมยังได้ช่วยยกระดับและสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับไปทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของเชลล์ในการ เติมสุขให้ทุกชีวิต”

ทั้งนี้ ร้านอาหารที่จะได้รับตราเชลล์ชวนชิมต้องมีคุณสมบัติที่เป็นไปตามมาตรฐาน 3 ข้อคือ คือมีรสชาติอร่อย คงรสชาติต้นตำรับ และจะต้องคุ้มค่าแก่การเดินทางไปชิม ซึ่งภายในงานยังมีการมอบตราเชลล์ชวนชิมให้กับร้านอาหารใหม่ 10 ร้านแรกเพื่อยืนยันถึงสุดยอดความอร่อย ได้แก่
1.ร้านลุงเลียง-ป้ามาลี ร้านอาหารพื้นบ้านซ่อนตัวอยู่ในชุมชนบ้านตะเคียนเตี้ย จังหวัดชลบุรี ที่มาพร้อมกับอาหารรสชาติจัดจ้านและเมนูอาหารให้เลือกหลากหลาย รวมถึงเมนูหาทานยาก อย่างผัดกะเพรานก หมูป่าพล่าระกำ ปลาดุกทอดน้ำปลา แกงไก่ใส่กะลามะพร้าว

2.ร้านเจ๊โอว ร้านข้าวต้มเก่าแก่ชื่อดังย่านบรรทัดทองที่ไม่ว่าจะแวะไปเวลาไหนก็คึกคักตลอด เพราะมีตัวเลือกหลากหลายและรสชาติอาหารที่อร่อยไม่แพ้ใคร อย่างยำปลาแซลมอน เมนูที่ถูกใจวัยรุ่น หมูกรอบ ที่หนังพองมันน้อยสุดๆ หรือจะเป็นเมนูเด็ดมื้อดึกอย่างมาม่าหน้ากรรเชียงปูรวม ที่ให้คุณเต็มอิ่มสุดๆ กับเส้นมาม่า4 ห่อ ไข่ดิบ 4 ฟองและเครื่องที่จัดเต็มทุกอย่าง

3.ร้านบ้านนวล ร้านอาหารไทยพื้นบ้านรสชาติดีเยี่ยม บรรยากาศเป็นกันเองเหมือนทานข้าวบ้านเพื่อน ทำให้ร้านนี้มีคิวแน่นตลอดจนต้องจองโต๊ะกันข้ามเดือน ตั้งอยู่ในซอยสามเสน 2 โดยมีเมนูสุดฮิตห้ามพลาดอย่างกุ้งผัดมันกุ้ง หมูสามชั้นทอดน้ำปลา ปูจ๋า ต้มส้มปลาเต๋าเต้ย น้ำพริกไข่ปู เป็นต้น
4.ร้านเรือนไทยกุ้งเผา ร้านอาหารทะเลประจำอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขึ้นชื่อเรื่องกุ้งเผาไซส์ใหญ่ผ่าครึ่งซีกย่างบนเตาถ่าน เนื้อกุ้งสดหวานความสุกกำลังดีที่มาพร้อมกับมันไหลเยิ้ม ท่ามกลางบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา
5.ร้านข้าวเหนียวมะม่วง ป้าเล็กป้าใหญ่ ร้านข้าวเหนียวมะม่วงที่โด่งดังทั้งในหมู่คนไทยและชาวต่างชาติ ของอร่อยหายากเพราะมีจำหน่ายตามฤดูกาลหรือปีละ 4 เดือนเท่านั้น โดยข้าวเหนียวมูนของร้านนี้หอมมัน หวานกำลังดี และไม่ผสมแป้งแม้แต่น้อย เป็นสูตรที่ได้รับการสืบทอดกันมาอย่างยาวนานถึง 3 ชั่วอายุคน
กินคู่กับมะม่วงน้ำดอกไม้ที่คัดสรรมาอย่างดี ส่งผลให้ข้าวเหนียวมะม่วงร้านนี้หอมอร่อยเป็นเอกลักษณ์
โดยสามารถตามรอยความอร่อยนี้ได้ที่ถนนสันติภาพ ข้างร้านสหยางทอง

6.ร้านแดงแหนมเนือง ร้านอาหารเวียดนามอันเลืองชื่อที่มีประวัติความอร่อยอันยาวนานกว่า 50 ปี อาหารขึ้นชื่อคงหนีไม่พ้นแหนมเนือง อีกหนึ่งของดีประจำจังหวัดหนองคาย จนได้รับขนานนามว่าหากใครไปหนองคายแต่ไม่ได้แวะทานแหนมเนืองที่ร้านแดงแหนมเนืองถือว่าไปไม่ถึงหนองคาย


7.ร้านฮอนโมโน (Honmono) ร้านอาหารญี่ปุ่นคุณภาพเยี่ยมที่คัดสรรวัตถุดิบมาเป็นอย่างดี สดใหม่เหมือนไปกินที่ตลาดปลา เมนูแนะนำจึงหนีไม่พ้นซูชิและเมนูที่ชื่อขึ้นต้นด้วย “Honmono” ส่วนการเดินทางไปชิมก็สะดวก เนื่องจากทางร้านได้ขยายสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 9 สาขาทั่วกรุงเทพฯ

8.ร้านโคคอตฟาร์มโรสต์แอนด์ไวน์เนอรี่ (Cocotte Farm Roast & Winery) สเต๊กเฮาส์แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ในโครงการ 39 บูเลอวาร์ด แต่ให้ความรู้สึกและบรรยากาศเหมือนทานอาหารอยู่ในฟาร์มชนบทประเทศฝรั่งเศส โดดเด่นด้วยตัวเลือกเนื้อเกรดพรีเมียมอันหลากหลายที่ผ่านการใส่ใจและเทคนิคการปรุงรสพิเศษด้วยเตารมควันชั้นดีพร้อมดูแลและคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศจากทั่วโลกโดยเชฟชาวฝรั่งเศสมากประสบการณ์
9.ร้านโทบี้ส์ (Toby’s) ร้านอาหารออสซี่สุดฮิตในซอยสุขุมวิท 38 ก่อตั้งโดยหนุ่มสาวผู้เคยใช้ชีวิตในประเทศออสเตรเลีย ที่ได้รวบรวมเมนูอาหารเช้า-เย็น ขนมหวาน และเครื่องดื่มสไตล์ออสเตรเลียไว้ในที่เดียวในบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง

10.ปัดฝุ่นร้านลิมอนเชลโล (Pizzeria Limoncello) ร้านพิซซ่าอิตาเลียนขึ้นชื่อติดอันดับย่านสุขุมวิท ที่คงรสชาติต้นตำรับพิซซ่าบางกรอบจากเมือง Napoli และ Caprio นับสิบหน้า เมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาดคือ พิซซ่า ลิมอนเชลโล ที่มีเห็ดแชมปิญองสดจากนิวซีแลนด์ และชีสกอร์กอนโซลาเข้มข้น ซึ่งนอกจากพิซซ่าแล้ว ทางร้านยังมีเมนูให้ลูกค้าเลือกสรรอีกมากมาย




