แก้เผ็ดร้านสุดโหด โขกราคาลูกค้า
แก้เผ็ดร้านสุดโหด โขกราคาลูกค้า
โดย…ธนก บังผล
เรื่องสยองของผู้ที่นิยมตระเวนหาร้านอาหารอร่อยๆรับประทานคือเจอการโก่งราคาที่แพงอย่างโหดโดยไม่มีเหตุผล ซึ่งมักจะเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งเพียงแต่ผู้เสียหายมักจะไม่เข้าแจ้งความ
ล่าสุด ร้านอาหารซีฟู้ดแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำ ถูกลูกค้านำบิลค่าอาหารมาประจานลงสังคมออนไลน์ หลังจากพาเพื่อนชาวต่างชาติไปรับประทาน

เมนูที่เขาสั่ง อาทิ ปูผัดผงกะหรี่ 1,680 บาท, ปลากะพงย่างเกลือ 1,280 บาท, ผัดไทยวุ้นเส้นกุ้งสด 300 บาท, ต้มยำกุ้ง 500 บาท, น้ำแตงโม 2 แก้ว 240 บาท, น้ำส้ม 2 แก้ว 300 บาท แถมค่าเซอร์วิสชาร์จอีก 800 บาท
เบ็ดเสร็จเช็คบิลมาแทบเป็นลม 5,400 บาท
กรณีนี้ลูกค้าซึ่งเป็นสาวประเภทสอง ได้ทักท้วงและสอบถามพนักงานร้าน ยังถูกตราหน้า”พวกกะเทย ปัญหาเยอะ เรื่องมาก” เสียค่าเซอร์วิสชาร์จ 800 บาท พร้อมถูกด่าว่าเรื่องเยอะเป็นของแถม
ผู้เสียหายยืนยันว่าจะไม่แจ้งความดำเนินคดีกับทางร้าน เพราะกลัวจะเสียเวลา ซึ่งเมื่อยอมเสียเปรียบจ่ายในราคาเต็มทางร้านเองก็ย่ามใจ ทำต่อไปเรื่อยๆ

ช่วงสิ้นปี 2558 ก็เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เหมือนกัน เมื่อนักท่องเที่ยวไปร้านอาหารซีฟู้ดย่านพญาไท เป็นเรื่องเป็นราวโด่งดังในเว็บไซต์พันทิป เมื่อลูกค้าสั่งไข่เจียวหมูสับ จานละ 300 บาท อาหารทะเลคิดตามน้ำหนัก ส่วนกะพงนึ่งมะนาวราคา 3,400 บาท ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 เปอร์เซ็นต์ และค่าบริการหรือเซอร์วิสชาร์จ อีก 10 เปอร์เซ็นต์
ร้านนี้เป็นร้านดัง ที่ดังก็เพราะว่าเคยถูกดำเนินคดีในลักษณะนี้มาแล้วเมื่อปี 2554 ก่อนจะเปลี่ยนชื่อร้านใหม่แต่ก็ยังคงคิดราคาแพงเช่นเดิม
กรณีนี้มีการแจ้งความต่อกรมการค้าภายใน จนเข้าไปตรวจสอบ และได้ลงโทษฐานความผิดไม่แจ้งราคาอาหารในใบรายการ เฉพาะ ไข่เจียวหมูสับ เท่านั้น ก่อนทำการปรับเป็นจำนวนเงิน 6,000 บาท
ความแตกต่างระหว่าง 2 ร้านนี้อยู่ที่การดำเนินคดี ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย สามารถไปที่สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และ กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ซึ่งทั้ง 2 แห่งอยู่ที่ศูนย์ราชการ อาคารบี
นอกจากนี้ยังสามารถไปร้องเรียนได้ที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ได้อีกด้วย

ในส่วนของร้านค้านั้น เมื่อกรมการค้าภายในตรวจสอบแล้วพบว่ามีความผิดจริง ก็จะถูกส่งฟ้องร้องให้ศาลพิจารณาต่อไป ซึ่งตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ มาตรา 29 จะมีโทษปรับสูงสุด 140,000 บาท หรือ จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
ประเด็นอยู่ที่ทั้ง 2 กรณีนั้นมีรูปแบบทำเป็นขบวนการ โดยมีแท็กซี่แนะนำลูกค้าเข้าร้านเพื่อเชือดแล้วรับส่วนแบ่ง หากใครต้องใช้บริการแท็กซี่แล้วโชเฟอร์มีการแนะนำร้านอาหาร อย่างแรกคือควรจำชื่อคนขับ ป้ายทะเบียน รายละเอียดต่างๆ ของแท็กซี่ ถ่ายรูปได้ด้วยก็จะดีมาก เพื่อที่จะสอบสวนว่ามีส่วนกับร้านอาหารหรือไม่
ปัจจุบัน แท็กซี่มีรายได้น้อยตามสภาวะเศรษฐกิจ หลายคนหันไปรับส่งเฉพาะคนต่างชาติเพื่อราคา “เหมาจ่าย” ไม่ใช้มิเตอร์ บางคนเข้าสถานีขนส่ง หากินกับคนต่างจังหวัด บางคนรับส่งหญิงบริการหักค่าหัวคิว
และบางคนก็หากินกับร้านอาหารด้วยการพาลูกค้าไปเชือด