Biznews

‘ไอคอนคราฟต์’ ผสาน 5 แบรนด์แฟชั่นสร้างสรรค์แบบไทยในงาน Bangkok DesignWeek 2026

กลุ่มสยามพิวรรธน์ตอกย้ำศักยภาพความแข่งแกร่งในฐานะขุมพลังความคิดสร้างสรรค์ (CreativePowerhouse) เปิดไอคอนคราฟต์เพื่อให้เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงงานหัตถศิลป์ไทยเข้ากับโลกของการออกแบบร่วมสมัย พื้นที่ที่ความคิดสร้างสรรค์ของไทยได้รับการต่อยอดในรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน พร้อมยกระดับภูมิปัญญาไทยให้กลายเป็นงานดีไซน์ที่มีคุณค่าในระดับสากล ปีนี้ไอคอนคราฟต์ได้ร่วมเป็นหนึ่งในพื้นที่จัดงานของเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ (BangkokDesign Week 2026) โดยร่วมจัดนิทรรศการพิเศษ “ICONCRAFT XPATTERN.ERS CHOKE-LARB POP UP EXHIBITION”นำเสนอผลงานแฟชั่นร่วมสมัยโดยนักออกแบบแฟชั่นรุ่นใหม่จากภาคเหนือ 4แบรนด์ในกลุ่ม PATTERN.ERS ทั้ง KANZ, {JUN}, LONGGOY, FEELYOUTH และอีก 1 แบรนด์ระดับตำนาน SUCHAI CRAFTซึ่งนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นอันเปี่ยมด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวอย่าง “ลาบ”อาหารจานเด็ดของคนเหนือมาตีความในเชิงสัญลักษณ์ตามความเชื่อท้องถิ่นในมุมของโชคลาภความอุดมสมบูรณ์ และสายใยทางวัฒนธรรมจนเกิดเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงอดีต ความเชื่อและชีวิตประจำวันเข้าด้วยกันอย่างมีความหมายสะท้อนพลังของงานออกแบบไทยที่สามารถเล่าเรื่องวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างลึกซึ้ง

ขณะเดียวกันก็สื่อสารกับผู้คนในปัจจุบันได้อย่างร่วมสมัยและเป็นสากลแม้จะมีที่มาจากภาคเหนือของไทยเช่นเดียวกันทว่าทุกแบรนด์ล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันแตกต่างผลงานที่นำเสนอผ่านนิทรรศการครั้งนี้จึงหลากหลายทั้งในแง่มุมของการตีความเพื่อสร้างการบอกเล่าเรื่อง โชค-ลาบ (ลาภ)ของคนเมืองเหนือ รวมถึงการเล่าเรื่องราวแนวคิดของแต่ละแบรนด์ “ICONCRAFTX PATTERN.ERS CHOKE-LARB POP UP EXHIBITION”
จึงทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมอง แชร์ประสบการณ์ การรับรู้และเกิดการรวมกลุ่มในวงการแฟชั่นไทย
ที่นำไปสู่พื้นที่สร้างสรรค์ใหม่ในการแสดงพลังของแฟชั่นไทยร่วมสมัย

เริ่มจากแบรนด์แสนเก๋จากจังหวัดแพร่ “KANZ BY THAITOR”ที่สานต่อเทคนิคการทำผ้าบาติกจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก
นำมาออกแบบสร้างสรรค์เป็นเสื้อผ้าที่เรียบง่าย ร่วมสมัย สวมใส่ได้จริงพร้อมคำนึงถึงการใช้ได้ยาวนานและความยั่งยืนมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจคือการนำเศษผ้าเหลือใช้มาปะติดปะต่อเป็นผ้าชิ้นใหม่เพื่อให้เกิดมิติของลาย จนเหมือนงานศิลปะที่สามารถสวมใส่ได้ โดย กานต์ศิริพิทยะปรีชากุล นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ เผยว่านิทรรศการครั้งนี้ KANZ BYTHAITOR ตีความโชคลาภสู่คอลเลกชัน “Hom Dok – Hom Khan ฮ่มดอก
ฮ่วมขัน” นำแรงบันดาลใจจากหม้อดอกล้านนา หรือ“ปูรณฆฏะ” มาสร้างลวดลายร่วมสมัยแห่งความอุดมสมบูรณ์ โชคลาภ ความมั่งมี“ตามคติความเชื่อล้านนาเชื่อกันว่าเป็นหม้อดอกไม้แห่งความสมบูรณ์
รวมถึงความสุข สงบ ร่มเย็น อุดมสมบูรณ์ เปี่ยมด้วยปัญญานำไปสู่ความโชคดีโชคลาภ ความมั่งมี แฝงด้วยนัยะความหมายของดอกไม้ที่พบในพิธีกรรมต่าง ๆของล้านนามายาวนาน ถ่ายทอดออกมาเป็นลวดลายใหม่ที่ถูกตัดทอนและผสมผสานลายดอกไม้บาติกของรุ่นพ่อรุ่นแม่ ให้ดูร่วมสมัยในแบบ KANZ BYTHAITOR ที่ใส่ได้ในทุกวัน”

ด้าน “{JUN}” แบรนด์ Men’s Wearจากจังหวัดเชียงใหม่ ที่มักหยิบเอาดีเทลเครื่องแต่งกายผู้ชายจากประเทศต่าง ๆในเอเชียมาลดทอนให้เรียบง่ายนำเสนอเป็นงานคราฟต์ที่ออกแบบตัดเย็บด้วยผ้าทอคุณภาพของเชียงใหม่
โดยช่างฝีมือท้องถิ่นในจังหวัดเพื่อสนับสนุนการจ้างงานและเพิ่มการกระจายรายได้สู่ชุมชน มาในคอลเลกชัน “S-
LาrB สะ-ลาบ” โดย ธัญญพร จิตราภิรมย์ ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์อธิบายว่า“ในสมัยโบราณ ลาบถูกยกให้เป็นอาหารของชนชั้นสูงเพราะการปรุงลาบแต่ละครั้งต้องล้มควายหรือหมู ซึ่งเป็นสัตว์ใหญ่ต้องใช้วัตถุดิบคุณภาพ เครื่องเทศจำนวนมาก และกระบวนการปรุงที่ซับซ้อนทุกขั้นตอนจึงสะท้อนฐานะและความพร้อมของเจ้าบ้าน
อีกทั้งการทำลาบมักเป็นกิจกรรมร่วมแรงร่วมใจกันทั้งหมู่บ้าน ตั้งแต่การชำแหละการโขลกพริกลาบ ไปจนถึงการปรุงและจัดสำรับจึงเป็นอาหารที่สร้างทั้งความสามัคคีและความหมายทางสังคม

ที่สำคัญคือลาบยังถูกผูกโยงกับความเชื่อเรื่อง ‘ลาภ’ คนล้านนาจึงนิยมกินลาบในงานมงคลอย่างงานขึ้นบ้านใหม่ งานแต่งงาน บวชลูกแก้ว ฯลฯเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ ลาบยังสะท้อนโครงสร้างบทบาทในครอบครัวเพราะโดยทั่วไปผู้ชายเหนือไม่เข้าครัว แต่เมื่อมีการลาบครัวจะกลายเป็นพื้นที่ของผู้ชาย โดยในบางพื้นที่ผู้ทำลาบฝีมือดีจะได้รับการเรียกขานอย่างให้เกียรติว่า ‘สล่าลาบ’ {JUN}จึงนำเรื่องราวเหล่านี้มาตีความใหม่ ผ่านการผสมผสานฟังก์ชันร่วมสมัยและบริบทวัฒนธรรมล้านนา จนเกิดเป็นคอลเลกชัน ‘S-LาrB’ ที่นำแรงบันดาลใจจาก‘สล่าลาบ’ มาออกแบบ ถ่ายทอดทั้งทักษะ ความพิถีพิถันและจิตวิญญาณของการทำลาบสู่เสื้อผ้าที่สร้างโชคและความรุ่งเรืองในแบบร่วมสมัย”

สำหรับ “LONGGOY” แบรนด์แฟชั่นที่บอกเล่าเรื่องราวล้านนาในรูปแบบใหม่ให้ผู้คนได้มาลองสวมใส่เสื้อผ้าที่เอาความเก่ามานำเสนอด้วยความใหม่ใช้เทคนิคการกัดสี และวัตถุดิบจากเชียงใหม่ มาสร้างสรรค์ผลงานให้มีเอกลักษณ์คล้ายเป็นการอนุรักษ์และเผยแพร่วัฒนธรรมล้านนาให้ออกเดินทางไปกับผู้สวมใส่ผ่านเสื้อผ้าที่มีเรื่องราวในทุกคอลเลกชัน อยากบอกผ่านนิทรรศการครั้งนี้ว่า“ถ้าคุณอยากโชคดี ฝีมือคุณต้องดีมาก่อนมีโชค” โดย ศุภกรสันคนาภรณ์ เจ้าของแบรนด์ เสริมว่า“ในมุมมองผู้คนภายนอกมักนิยามคนเหนือว่าเป็นคนช้าและเฉื่อยชามากกว่าคนภาคอื่น ๆซึ่งเป็นได้ทั้งข้อดีและข้อเสียในอนาคตที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนตามไม่ทัน
ในหลาย ๆ ด้าน จึงเกิดความคิดที่ว่าถ้าอยากตามโลกให้ทันหรือนำกระแสของโลกนั้น เราจำเป็นต้องทำสิ่งต่าง ๆ
ให้ดีกว่าหรือมากกว่าคนอื่นในแบบของเราเองจนเปิดโอกาสให้คำว่า ‘โชค’นำพาเราไปได้ไกลขึ้นและมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เราเชื่อว่าหากรวมความปรารถนา การลงมือทำ การพัฒนาตนเองให้ดีกว่าเดิม
และโชคเข้าด้วยกัน จะออกมาเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่ง 3 ใน 4ตัวแปรนี้มาจากตัวเราเอง ส่วนโชคเป็นปัจจัยภายนอกที่ตามมาดังนั้นคอลเลกชันนี้ของ LONGGOY จึงอยากบอกว่า หากเราอยากโชคดีต้องลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ให้ดีก่อนเสมอ”

ส่วน “FEEL YOUTH”แบรนด์แฟชั่นจากจังหวัดเชียงใหม่ที่นำแรงบันดาลใจจากสีสัน ศิลปะและธรรมชาติรอบตัว มาออกแบบเป็นเสื้อผ้าที่สะท้อนความสนุก ความงามและความเยาว์ ได้อย่างมีชีวิตชีวา เพื่อให้ทุกคนได้ “Feel Youth” ในแบบของตัวเองนำเสนอผลงาน “โชก–ลาภ” เสื้อผ้าสีแดงทองที่เกิดจากการย้อมด้วยเลือดควาย
ผสานกับส่วนผสมทั้งจากธรรมชาติและเคมี สื่อถึงการโชกไปด้วยเลือดอันเปรียบเสมือนจิตวิญญาณของควาย
ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของลาบดิบในวัฒนธรรมภาคเหนือของไทย แต่งแต้มด้วยสีทองสัญลักษณ์ของความโชคดี ที่สื่อถึงคำว่า “ลาบ” ซึ่งพ้องเสียงกับ “ลาภ”เพื่อให้ผลงานชิ้นนี้สะท้อนพลังแห่งโชคลาภและความเชื่อที่สืบต่อกันมา โดย ดุจกมลและ ภูวดล จันทรเกษม สองผู้ร่วมก่อตั้งและเจ้าของแบรนด์ ขยายความว่า“ผลงานนี้เป็นศิลปะบนเสื้อผ้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก ‘ลาบดิบ’อาหารพื้นบ้านของภาคเหนือที่ไม่ได้เป็นเพียงอาหารแต่เป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีและความอุดมสมบูรณ์ เพราะคำว่า ‘ลาบ’นั้นพ้องเสียงกับคำว่า ‘ลาภ’ ที่หมายถึงโชคลาภและความรุ่งเรืองลาบจึงกลายเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงผู้คนในชุมชนเข้าหากัน ด้วยรอยยิ้ม ความเชื่อและศรัทธาที่สืบทอดมาเนิ่นนาน โดยเราเลือกหยิบเอา ‘เลือดควาย’วัตถุดิบสำคัญที่เปรียบเสมือนจิตวิญญาณของอาหารจานนี้
มาสร้างเป็นสีสำหรับการย้อมผ้าเพื่อถ่ายทอดมุมมองผ่านเทคนิคการย้อมและการออกแบบเฉพาะตัวของ FEEL
YOUTH”

นอกจากนี้นิทรรศการ “ICONCRAFT X PATTERN.ERS CHOKE-LARBPOP UP EXHIBITION” ยังร่วมด้วยแบรนด์ “SUCHAI CRAFT”ผู้รังสรรค์ภาชนะอลูมิเนียมลายไทยมานานกว่า 50ปี ที่พลิกโฉมให้เข้ากับยุคสมัยด้วยการเพิ่มสีสันให้หลากหลายพร้อมนำเสนอการใช้งานในรูปแบบใหม่ ๆเปลี่ยนภาพจำของผลิตภัณฑ์อลูมิเนียมลายไทย ให้เป็นของที่ใคร ๆก็หยิบมาใช้ได้อย่างร่วมสมัย โดยนำเสนอผลงานชุด “เลิศ ลาภ”ที่หยิบเอาสีสันอันเป็นจุดเด่นของแบรนด์มาเล่าผ่านเรื่องราวของสีมงคล โดย ธนัชชาและ สาริศา ตั้งสุขสว่างพร สองทายาทแบรนด์ SUCHAI CRAFTเล่าถึงคอลเลกชันพิเศษนี้ว่า “แนวคิดของงานครั้งนี้ พูดถึงเรื่องโชคลาภและเนื่องจาก SUCHAI CRAFT เราโดดเด่นเรื่องสีสันเลยอยากเอาเรื่องสีมานำเสนอเป็นสีมงคล ซึ่งเรามองว่าเรื่องสีเป็นเรื่องปัจเจก
และเราสามาถสร้างความเลิศลาภของเราเองได้ประกอบกับภาชนะอลูมินียมสีสันของเราสามารถใส่อาหารได้
เราจึงนึกถึงสีโทนสีฟ้า-น้ำเงิน ที่มักจะถูกมองว่านำมาใช้กับอาหารแล้วดูไม่น่ากินเลยอยากนำโทนสีนี้มาผสมผสานกับนิลกาฬและเงินนำเสนอเป็นสินค้าตกแต่งโต๊ะอาหาร อย่างถาด ชาม ขัน หรือเหยือก
ที่สามารถจัดแต่งทำให้โต๊ะอาหารสวยงามหรูหราขึ้นได้ เพื่อสื่อว่าเราสามารถสร้างสีแห่งโชคลาภได้เอง ขอเพียงเป็นสีที่เรามั่นใจและใช้ให้ถูกกาลเทศะ ก็จะเป็นสีที่แสดงความเป็น ‘เลิศ’ ซึ่งนำพาเราไปสู่ ‘ลาภ’
ได้นั่นเอง”

นิทรรศการ “ICONCRAFT X PATTERN.ERS CHOKE-LARB POP UPEXHIBITION” เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ (Bangkok DesignWeek 2026) ที่ไม่เพียงนำเสนองานออกแบบ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตร่วมสมัยยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้มองเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่นในมิติใหม่และสัมผัสพลังสร้างสรรค์ของนักออกแบบไทยรุ่นใหม่อย่างใกล้ชิดผู้สนใจเข้าสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่Facebook: ICONCRAFT

 

Related Articles

Back to top button