Columnist

คนไทยใจบุญ ระดมทุนสวนทางเศรษฐกิจ

คนไทยใจบุญ ระดมทุนสวนทางเศรษฐกิจ

ธนก บังผล

แม้จะเข้ายุคข้าวยากหมากแพงอย่างแท้ทรู แต่คนไทยจำนวนไม่น้อยชอบทำบุญทำทาน หลายคนนิยมบริจาคให้กับประโยชน์สาธารณะ ที่เห็นๆกันเป็นกระแสต้อง “ก้าวคนละก้าว” ที่นักร้องชื่อดังตูน บอดี้สแลม วิ่งจาก อ.เบตง ใต้สุด มายัง อ.แม่สาย เหนือสุด

เสร็จสิ้นการวิ่งไปแล้วกว่า 4 เดือน ยอดเงินจบลงที่ 1,100 ล้านบาท แต่เห็นเงียบๆ แบบนี้ยอดบริจาคก็ยังมีเข้ามาเรื่อยๆ ปัจจุบันทะลุ 1,400 ล้านบาท ไปแล้ว

ล่าสุด นายณัฐวัฒน์ โรจน์สุธี หรือ ครูณัฐ อายุ 35 ปี ครูสอนวิชาศิลปะ โรงเรียนโยธินบูรณะ กรุงเทพฯ ได้วิ่งจาก รพ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.61 ตามโครงการล้านก้าวเพื่อหารายได้สมทบทุนซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์มอบให้กับโรงพยาบาลทองผาภูมิ รวมมูลค่าประมาณ 1,104,000 บาท และเพื่อเป็นการรณรงค์ต่อต้านการล่าเสือดำ และสัตว์ป่าทุกชนิด

จากเดิมตั้งเป้าไว้ที่ 5 หมื่นบาท วิ่งไปวิ่งมา มียอดบริจาคเข้ามาแล้วกว่า 3 ล้านบาท แม้จะยังไม่ถึงเส้นชัยแต่คาดว่าเมื่อจบโครงการจะมีเงินบริจาคมากกว่านี้แน่นอน

เรื่องเงินบริจาค หรือการระดมทุนนั้น ในประเทศไทยมีพวกมิจฉาชีพคอยจังหวะหากินอยู่มาก บางกรณีเป็นขบวนการ บางกรณีก็ทำคนเดียวได้เงินเข้ากระเป๋าแบบคนเดียวไม่แบ่งใคร

บางรายหากินทางสื่อสังคมออนไลน์ สร้างเพจเฟซบุ๊กขึ้นมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ยกตัวอย่าง เพจเกี่ยวกับการช่วยเหลือรักษาสุนัขเพจหนึ่ง ซึ่งตกเป็นกระแสสังคมดังมาก หลังจากมีผู้พบว่ามีการแอบอ้างสุนัขป่วยมาหากิน เปิดระดมทุนกันเป็นเรื่องเป็นราว

เหิมเกริมกันหนักจนถึงขนาดคิดสร้างโรงเลี้ยงด้วยการประกาศขอเงินบริจาค 6 ล้านบาท กันแบบตรงๆไปเลย

แต่เบื้องหลังการระดมทุนครั้งนี้ มีผู้พบว่าไม่โปร่งใสหลายอย่าง ตั้งแต่ การเขียนแบบแปลน รายะเอียดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง สถานที่ก่อสร้าง รวมถึงพฤติกรรมที่ผ่านมาของผู้ขอรับบริจาค ที่เคยนำภาพสุนัขป่วยมาประกาศระดมทุนแต่ไม่ได้นำสุนัขไปรักษาจริง

จนการกระทำดังกล่าวเข้าข่าวผิด พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 ซึ่งเงินบริจาคดังกล่าวไม่ได้ถูกเปิดเผยการใช้จ่ายอย่างโปร่งใส เมื่อเคสหนึ่งตาย บางครั้งก็ไม่ปิดระดมทุน ไม่มีการชี้แจงใดๆ นำเงินจากเคสหนึ่งไปใช้อีกเคสหนึ่ง ผิดวัตถุประสงค์ของผู้ที่บริจาค

กลับมาเรื่องเงินบริจาคที่ได้จากการวิ่ง ซึ่งไม่ได้มีแค่ 2 กรณีที่ยกมาเท่านั้น เพราะหลังจากโครงการก้าว คนละก้าวแล้ว ก็ปรากฏว่ามีอีก 2-3 กรณีที่พยายามจะโหนกระแสวิ่งจากใต้สุดขึ้นเหนือ หรือเหนือสุดลงใต้บ้าง เพราะเห็นว่าถ้าสามารถสร้างส่วนแบ่งทางการตลาดได้แค่ 1 เปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าคุ้มแล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่าผู้ที่จะพยายามตามรอยนั้นไม่ประสบความสำเร็จ

แม้ว่าปัจจุบันเศรษฐกิจจะค่อนข้างฝืดเคืองเป็นอย่างมาก สำหรับกิจกรรมสาธารณะแบบนี้กลับได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดี

โครงการก้าวคนละก้าว ของ “ตูน บอดี้สแลม” เป็นตัวอย่างที่ดี เมื่อต้องการความช่วยเหลือ กับสาธารณะประโยชน์ คนไทยก็พร้อมจะบริจาค

เช่นเดียวกับครูหนุ่มที่วิ่งเพื่ออุปกรณ์ทางการแพทย์และต่อต้านการล่าสัตว์ป่า ที่วันนี้ก็ถือว่าทะลุเป้าไปเรียบร้อยแล้ว

เมื่อเปรียบกับ “แนวความคิด” ของคนไทยอีกจำนวนหนึ่งซึ่ง “รู้ทั้งรู้” ว่าเงินบริจาคดังกล่าวถูกเอาไปใช้ในทางที่ผิด แต่คิดว่าหากบริสุทธิ์ใจให้แล้ว จะเอาไปใช้ อะไรก็เรื่องของเขา

แนวความคิดนี้กลายเป็นประเด็นถกเถียงในโซเชียลมีเดียเป็นอย่างมาก เนื่องจากอยากจะให้ อยากจะบริจาค เป็นความพอใจของผู้ให้เอง โดยไม่สนใจว่าเงินนั้นจะได้นำไปใช้อย่างถูกต้อง ถูกกฎหมายหรือไม่

ซึ่งแนวความคิดนี้เองที่มิจฉาชีพชอบมาก และทำให้ปราบไม่ได้ฆ่าไม่หมด

เพราะฉะนั้นหากประสงค์จะบริจาคให้กับการกุศล หรือโครงการระดมทุนใดๆ สิ่งที่ควรนำมาพิจารณาเป็นอย่างแรกคือ “ใบเสร็จ” และการนำมาลดหย่อนภาษี ซึ่งมิจฉาชีพไม่ทำกัน

Related Articles

Back to top button