BiznewsColumnist

“อเมริกา อเมริโกย ลิเก”

อเมริกา อเมริโกย ลิเก

ธนก บังผล

 

ข่าวการตัดจีเอสพี ที่สหรัฐฯ ตั้งท่าขู่ไว้ (ซึ่งไม่ใช่จีพีเอส-ระบบนำทาง) อย่างที่หลายคนเอามาล้อเลียนนั้น เป็นอย่างไร สำหรับคนที่ไม่ได้ค้าขายส่งออกก็อาจจะยังไม่เข้าใจ

(General of System of Preferences หรือ GSP) เป็นระบบพิกัดอัตราศุลกากรที่ให้สิทธิพิเศษทางภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งนักธุรกิจส่งออกได้รับผลกระทบโดยตรง จากเดิมที่ฟรี กลับต้องจ่ายประมาณ 4-5 เปอร์เซ็นต์คิดจากมูลค่าการส่งออกไปยังสหรัฐฯ

เรื่องนี้ขำขันกันในหมู่ชาวโซเชียล 2 ประเด็นหลักๆ ตลอด 2-3 วันที่ผ่านมาครับ

ประเด็นแรกคือ มีคนกล่าวอ้างถึง “สลิ่ม” หรือผู้ฝักใฝ่ใน กปปส. ที่ล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ผมไม่แน่ใจนักหรอกครับว่าเอาฮา หรือว่าเอาจริง ระหว่างคำว่า จีเอสพี กับ จีพีเอส ที่เราคุ้นเคย ….ที่พาเราหลงระหว่างขับรถนั่นละครับ

สำหรับนักธุรกิจที่ต้องส่งออกแล้ว ขำไม่ออก เพราะสิทธิพิเศษทางภาษีนี้ เป็นเรื่องของการค้าระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้วให้กับประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างไทย มันเป็นสิทธิพิเศษทางภาษีให้เราไปแข่งขันกับประเทศอื่นๆที่มีอำนาจการผลิตของดีมีราคาถูกมากกว่าเรา

ถ้าเราโดนตัดจีเอสพีก็หมายความว่าสหรัฐบังคับ ให้นักธุรกิจของไทยที่ต้องการส่งออกต้องจ่ายภาษีนำเข้าให้กับเขา ทำให้ราคาที่จะเข้าไปขายนั้นต้องแพงกว่าเพื่อให้ได้กำไรซึ่งอาจจะน้อยกว่าประเทศอื่นๆที่มีกำลังการผลิตสูงกว่า เช่นจีน

เดชะบุญที่เขาขู่ไว้ว่าภายใน 6 เดือน แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องไปง้อสหรัฐนะครับ จริงๆแล้วเรายังมีนักธุรกิจที่ส่งของไปขายยังประเทศอื่นๆที่มีกำลังซื้อดีกว่า

แต่…ประเทศไทยเป็นประเทศที่ได้รับจีเอสพีจากสหรัฐมากถึง 4,000 ล้านบาท เป็นรองเพียงแค่อินเดียเท่านั้น อีกทั้งเรายังเคยถูกตัดจีเอสพีจากสหรัฐมาแล้ว 11 รายการจากสินค้าที่ครอบคลุมมากถึง 3,500 รายการ

 

ในวันที่ทีมเศรษฐกิจไทยค่อนข้างจะปวกเปียก นักธุรกิจย่อมจะหวั่นใจกับมาตรการเด็ดหัวครับ นี่ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเราลงทุนไปค้าขายในสินค้าที่เขายกเว้นภาษีให้เกือบทั้งนั้น

มันเลยเกิดความ “คลั่งชาติ” ขึ้นมาเป็นประเด็นที่สอง เริ่มจากมีคนประกาศลงเฟซบุ๊กให้เราแบนสินค้าสหรัฐ มันย้อนแย้งตรงที่ว่าใช้เฟซบุ๊กมาประกาศทั้งๆที่เจ้าของเฟซบุ๊กก็คือ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ชาวสหรัฐนั่นเอง

โอเค เขาอาจเข้าใจอะไรผิด แต่ก็ต้องยอมรับว่าความจริงแล้วชีวิตประจำวันเราใช้ของแบรนด์ที่มาจากสหรัฐแทบทั้งนั้น

ตั้งแต่ธนาคาร รถยนต์ ยันยารักษาโรค เราจะแบนสินค้าสหรัฐได้อย่างไรครับ ในเมื่อโทรศัพท์ที่คุณนิยมยังเป็นแบรนด์ของสหรัฐอยู่เลย

แล้วคนที่คุณก็รู้ว่าใคร นักร้องผู้มีอิทธิพลเพื่อชีวิต ผู้เป็นศิลปินแห่งชาติ ออกมาประณามสหรัฐปลุกคนไทยให้สู้กับสันดานสหรัฐ

โคตรได้ใจเลยครับ…

“เห็นสันดานอเมริกาหรือยังครับพี่น้อง มันหาได้คำนึงถึงชีวิตของคนอื่นเลย มุ่งแต่จะเอาประโยชน์เพื่อตนฝ่ายเดียว รัฐบาลไทยอย่าไปยอมมันนะครับ มันจะเเบนสินค้าเราก็ช่างแม่ง เวลานี้คุณสมคิด คุณจุรินทร์ ได้ออกเดินสายหาคู่ค้ารายใหม่ๆ ในประเทศต่างๆ ที่มีคุณธรรม เเละไม่เอาเปรียบข่มเหงรังแกเรา ขอให้พวกเราต้องร่วมกันสู้นะครับ เพื่อเห็นเเก่ประโยชน์สุขของประชาชนคนไทย ถ้าไม่สู้เราก็ตายผ่อนส่งต่อไปเรื่อยๆ ขอเป็นกำลังใจให้ทั้งภาครัฐและเอกชน สู้ๆๆๆๆ ถึงเวลาที่ต้องทิ้งประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมแล้วละครับพี่น้อง”

ว่าแล้วแกก็ขับฮาร์เลย์ เดวิดสัน ราคาแพงเหยียบล้านออกไปแบบเราได้แต่นั่งตามองปริบๆ …ครับ ฮาร์เลย์ฯ เป็นแบรนด์ของสหรัฐ

นี่ในโซเชียลเขาแซวแกอย่างนี้นะครับ

ตอนเด็กๆผมฟังเพลงแกเยอะมากครับ เพลงหนึ่งที่ชอบคือ “ทับหลัง” เนื้อเพลงมันปลุกเราจิตสำนึกผมให้รักและหวงแหนความเป็นอย่างยิ่งยวด

 

อีกเพลงหนึ่งที่ชอบคือ “อเมริโกย” ท่อนหนึ่งเพลงเขาว่าอย่างนี้ครับ

“อเมริกา เล่นลิเกแก้ผ้าผ่อน

ฉันทนา เดือดร้อนใคร สนใจ

ทั้งสิ่งทอ ไหมไทยรวมทั้งผ้าเตี่ยว

บีบเสียจนหน้าเขียว เสียวตับไต

ไทยต้องเลิกขายผ้า เอาหน้ารอด

อย่าหวังแต่คิด สวมกอดเขา เพื่อลี้ภัย

เป็นคนไทย มวยไทยเรายังเป็นต่อ

เขาไม่ใช่พันธุ์แม่พันธุ์พ่อไปกลัวญาติเขาทำไม”

 

…อเมริกา อเมริโกย ลิเก

ผมเชื่อว่าเราสู้ได้นะครับ ถ้าเราเองก็ไม่เล่นลิเกเหมือนกัน

Related Articles

Back to top button